8 วิธีแก้ปวดเข่า งอเข่าแล้วปวด 2020

by WheelSharee Posted on 2020-07-06



ความคิดเห็นที่ 1
บริหารกล้ามเนื้อส่วนน่อง 
ถ้าน่องรับแรงได้ดี 
อาการปวดเข่าจะหายไปเอง 
ส่วนการบริหารหาดูในยูทูป
ความคิดเห็นที่ 2
อาการปวดเข่า มักเกี่ยวกับการกดทับของเส้นประสาท อาการอาจแสดงได้ทั้งหลัง และขา หรือหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมสภาพลง
ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการยกของหนัก น้ำหนักตัวมากเกินไป นั่งทำงานให้ท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน ๆ ได้ค่ะ

จากอาการที่คุณเล่ามา อาการปวดเข่าอาจเกิดจากสาเหตุที่ต้องยื่นเป็นเวลานาน จากการทำงาน ทำให้กล้ามเนื้อที่มีเส้นเอ็นมายึด
หรืออาจจะเกิดจาการอักเสบของเส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ ก็เป็นได้ค่ะ ซึ่งวิธีการรักษานั้น ก็มักจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการที่เป็นอยู่
แพทย์อาจจะทำการซักประวัติระยะเวลาที่ปวด ร่วมกับการตรวจร่างกาย หรืออาจจะทำการเอกซเลย์เพื่อหาสาเหตุของอาการปวดได้ค่ะ

เบื้องต้น เพื่อช่วยให้อาการปวดเข่าทุเลาลง แนะนำให้พักการใช้เข่า หรือใช้หมอนนุ่มๆรองใต้เข่าข้างที่ปวด ให้ข้อเข่างอเล็กน้อย
หรือจะประคบร้อน เพื่อให้หลอดเลือดขยายตัวจะช่วยให้อาการปวดลดลงได้ค่ะ หรือถ้าจำเป็นต้องยื่นทำงานเป็นเวลานาน อาจจะ
ใช้อุกรณ์ช่วยเดิน ใช้ผ้ารัด และลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักตัวมาก จะช่วยให้ลดอาการปวดได้ และนอกจากนี้ควรจะออกกำลังกาย
ให้สม่ำเสมอเพื่อที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นบริเวณเข่าได้ผ่อนคลายร่วมด้วยก็ได้ค่ะ ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ
แต่ถ้าทำตามคำแนะนำแล้วอาการไม่ดีขึ้น แนะนำว่าควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
ลองทำแบบนี้นะครับ

เวลานั่ง ยืดขาออก เอาหมอนวางรองเท้าด้านนอกไว้ เพื่อไม่ให้เท้าแบะข้างไปจนสุด

การนวด จุดนี้จะอยุ่ ใต้สะบ้า เวลาเรานั่งพับขาขัดสมาธิ สังเกตุดู ใต้สะบ้าเข่า ลงมาถึง มุมพับขา จะมีร่องเนื้อยุบลงไป ให้เอานิ้วโป้ง กด2ข้างร่อง แล้วดุนเนื้อร่องตรรงนี้ขึ้นมา มันไม่ขึ้นมาจริงหรอกครับ แต่ว่า เส้นที่เป็นปัญหาจะถูกนวดแทน ลงนวดไม่นานก็น่าจะลดอาการปวดได้มากครับ วันนึงนั่งกดสักเช้าเย็น 2หนก็น่าจะพอ  ดันครั้งละ 4-5หน
ความคิดเห็นที่ 4
แนะนำลองทานแก้ปวดเมื่อยคุณสัมฤทธิ์ดูค่ะ ยายเราก็มีอาการปวดเข่า ปวดขา 
เดินแถบจะไม่ได้เลย บ่นเจ็บอยู่ตลอดเวลา พอเราให้ลองทานสมุนไพรตัวนี้ดูทานไปแค่ 
ขวดเดียวเอง อาการเริ่มดีขึ้น เดินได้สะดวกขึ้นไม่บ่นเหมือนก่อน ยายบอกดีจริง 
ตอนนี้ยายเราเลยทานเป็นประจำเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
ถ้างอเข่าแล้วปวดให้ลอง ประคบร้อนทุกวันนะครับ หลังจากนั้นทำกายภาพบำบัดง่ายๆด้วยตัวเองเลยครับผม

แล้วลองหาที่รัดเข่า หรืออุปกรณ์พยุงเข่ามาช่วยด้วยเพื่อไม่ให้อาการบาดเจ็บมันบานปลาย
และลดอาการปวดได้ด้วยครับ

ควรเลือกแบบที่มีสปริงนะครับ จะได้ช่วยในการพับงอเข่า
ส่วนตัวผมใช้ ที่รัดเข่า Arukou ครับ
เคลื่อนไหวสะดวกดี
ความคิดเห็นที่ 6
ข้อเข่าอักเสบ  ลองหายาทานแก้อักเสบ 
ถ้าไม่อยากทานยา ใช้ครีมกลูโคซามีน 
งานวิจัยด็อกเตอร์ของไทย ปลอดภัย ได้ผลดี
ความคิดเห็นที่ 7
ให้หมอตรวจหรือยังครับ โรคเข่ามีโอกาสเป็นได้หลายโรคครับ 
หนักสุดคือ เข่าเสื่อม ควรรักษาแต่เนิ่นๆ ดีกว่าครับ เรื่องอาหารและยาด้วยบางคนแพ้ไม่เหมือนกัน 
แนะนำให้ใส่ตัวซัพพอร์ตเข่า เช่น พวกซัพพอร์ต arukou ในการถนอมเข่า 
ใช้ในชีวิตประจำวันหรือออกำลังกายก็ได้ครับ ลองดูครับ
ความคิดเห็นที่ 8
เข้าข่ายเสี่ยงเป็นโรคเข่าเสื่อมค่ะ 
เบื้องต้นพยายามหลีกเลี่ยงการงานข้อพับให้ได้มากที่ เช่นไม่นั่งพับเพียบ คุกเข่า
หรือนั่งห้อยขาเป็นเวลานานๆ  ส่วนแนวทางในการรักษานั้นควรรับไปพบแทพย์อย่างเร่งด่วน 
เพราะหากทิ้งไว้นานๆอาจจะส่งผลเสียได้
ความคิดเห็นที่ 9
ลองใช้โยคะเข้าช่วยคะ แต่ถ้าไม่หายจริงๆ ลองดูวิธีการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกได้เลยนะ ดิฉันไปที่นี่คะ รักษาหาย แต่เจ็บนะ
ลองเข้าไปดูก่อนได้ค่ะ มีคนหายจากที่นี่เยอะแยะมากมายค่ะ บางคนก็ 1-2 ครั้งหาย บางคนก็ 4-5 ครั้ง ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
พักให้หายก่อน แล้วกลับไปใหม่

   ระว่างนี้ ว่ายน้ำ หรืออื่นๆที่ไม่กระแทกเข่า ไปก่อน
   ทานนมถั่วเหลือง 1-2 กล่อง เสริม
   ประคบร้อน วันละ 2-3 ครั้ง/วัน   ครั้งละ 30 นาที   ใช้ Hot&Cold Pack ใส่ไมโครเวฟ 45 นาที

ประเด็นที่สำคัญกว่าคือ

  ต้องหาสาเหตุให้เจอว่า เราทำอะไรผิดพาดไป ....

สาเหตุที่เป็นไปได้มีมากมาย เช่น
   1. รองเท้าสึกขอบ
   2. ท่าวิ่ง (ควรใช้ข้อเท้าและเอ็นร้อยหวาย ส่งตัว, ลงเท้าที่ฝ่าเท้า จะดีกว่า ลงส้นเท้า)
   3. แผนการซ้อม
       3.1 ต้องมีวันพัก 1-3 วัน/สัปดาห์
       3.2 ซ้อมยาว ช้า นาน แค่ 1 วัน/สัปดาห์
       3.3 วันธรรมดา ซ้อมความเร็วปรกติ มีสลับหนักเบา ระยะไม่ต้องมาก
   4. ค่อยๆเพิ่มความเข้มข้นในแต่ละสัปดาห์ ให้ร่างกายค่อยๆปรับ  
       มือใหม่ชอบใจร้อนเพิ่มระยะมากๆ เจ็บได้
   5. เล่นกับความเร็วมีผลอย่างมาก ต้องค่อยๆเป็นค่อยไป ค่อยๆเพิ่มความเร็ว
       แรงกระแทกสูงมากที่ความเร็วสูงๆ  ต่ำกว่า pace 5:30 มีความเสี่ยงแล้ว
   6. อดใจไม่ไหว ยังไม่หายดี กลับไปซ้ำอีก 555
คร่าวๆ ลองหาดูครับว่าตรงกับข้อไหน แล้วปรัยแก้ครับ
ความคิดเห็นที่ 11
เป็นเพราะว่า เส้นเอ็นรอบหัวเข่าไม่แข็งแรงครับ เลยเจ็บ

วิธีแก้คือ บริหารเอ็นรอบหัวเข่า

นั่งอยู่บนเก้าอี้ ยกขาให้ลอยจากพื้นนะครับ เป็นรูปตัว L เหมือนเล่นเครื่อง leg extension นะครับ

แล้วค่อยๆ บริหารช้าๆ 4 set set ละ 10 - 15 ที
ความคิดเห็นที่ 12
เคยเจ็บเข่าจากการวิ่ง
กินกลูโคซามีน หลายเดือน แทบไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่หยุดวิ่ง

สุดท้ายหาหมอ 3 ที่ (ต่างช่วงเวลา)
ที่แรก ให้ยาแก้อักเสพ แล้วให้เลิกวิ่ง จบ
อีก 2 ที่ หลักๆ ให้กลับมาสร้างกล้ามเนื้อ (ต้นขา+ตะโพกเราอ่อนแอไป)
มีหมอคนนึง บอกว่า ยาไม่ใช่คำตอบหรือทางออก
เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ไป หาหมอแล้วไม่ได้ยากลับมาเลย (รู้สึกดีมาก)

ปัจจุบันดีขึ้นมาก กลับมาวิ่งได้แล้ว แต่ก็ให้ความสำคัญกับการ warm+cool มากๆ

คือ จะบอกว่า เราคิดว่าเราบาดเจ็บ ส่วนที่กลูโคซามีน ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่(มั้ง)
ของคุณ จขกท ลองพัก+ทานยา,กลูโคดู ซักพัก ถ้าไม่ดีขึ้นลองหาหมออื่นเป็น second opinion ดูมั๊ยครับ
ความคิดเห็นที่ 13
ตอนนี้เราก็เจ็บเข่าเหมือนกัน เป็นมา 2 เดือนแล้ว หมอบอกว่ากระดูกอ่อนหัวเข่าอักเสบ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคกระดูกเสื่อม ของเราเกิดจากการวิ่งมากเกินไป  ตอนนี้เราเน้นบริหารช่วงหัวเข่า เหมือนภาพด้านบน กินยาแก้อักเสบและ viartril-s บำรุงข้อ

ของเรา หมอแนะนำให้ไปว่ายน้ำ และลดน้ำหนัก เน้นท่าบริหาร ห้ามนั่งงอเข่า น้ำอุ่นประคบ
รอดูอีก 2 เดือน ถ้ายังไม่รู้สึกดีขึ้น เตรียมโดนฉีดยาได้
ความคิดเห็นที่ 14
ลองหารองเท้าที่นุ่มๆดูครับ น่าจะช่วยได้ หรือไม่ก็หาพวก ยางรองส้นเท้าจากยางพารา ดูครับ 
พวกนี้นุ่ม ช้วยลดแรงกระแทกได้ดี และไม่ยุบตัวเหมือนรองเท้าที่ผลิตจากยางสังเคราะห์ครับ
ความคิดเห็นที่ 15
นวดแผนไทยก็ช่วยได้เยอะ แต่ถ้าปวดมากแนะนำว่าไปหาหมอดีกว่าค่ะ แต่ทีพี่คนนึงแกแนะนำตัวนี้มาใช้แล้วก็โอเคขึ้น ลองดูก่อนได้แต่ราคาแพงอยุ่เมื่อเทียบกับปริมาณ http://dailyth.com/pantoflex
ความคิดเห็นที่ 16
ปวดเข่า เกิดจากอะไร และวิธีการรักษา

อาการปวดเข่า ไม่ว่าจะปวดน้อย ปวดมาก ปวดๆ หายๆ หรือปวดด้านหน้า ปวดด้านข้างและปวดด้านหลัง ต่างก็ล้วนเป็นสัญญาณ เตือนภัยสุขภาพ
อาการปวดเข่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะหัวเข่าเป็นข้อที่ ใหญ่ที่สุดของร่างกาย และก็พบว่ามีการบาดเจ็บมากที่สุดเช่นกัน และ หลายครั้งก็มักจะเกิดจากการเล่นกีฬาหรือจากอุบัติเหตุ แต่บางคน ก็อาจปวดเข่าโดยไม่รู้สาเหตุ แต่ตำแหน่งที่มีอาการปวดจะช่วยบอกได้ว่า ปัญหาเกิดขึ้นจากส่วนใด และก็มี 3 ตำแหน่งที่มักจะมี อาการ ดังนี้
อาการปวดที่บริเวณด้านหน้าของหัวเข่า อาจเกิดจากการ อักเสบของข้อหรือกระดูกอ่อนที่สะบ้า
อาการปวดต้านข้างของเข่า อาจเกิดจากการบาดเจ็บของ เส้นเอ็นด้านข้าง collateral ligament ข้ออักเสบ หรือมีการฉีกขาด ของกระดูกอ่อน rmeniscus
อาการปวดทางด้านหลัง อาจจะเกิดจากข้ออักเสบ หรือมี ถุงน้ำที่เรียกว่า Bakers cyst ซึ่งจะเกิดเป็นก้อนปูตออกมาที่ด้าน หลังหัวเข่า

สาเหตุของการปวดเข่า
อาการปวดเข่ามีด้วยกันหลายสาเหตุ เช่น มีการอักเสบของ ข้อเข่า เส้นเอ็นฉีกขาด ข้อเข่าเสื่อม และมีการติดเชื้อ ซึ่งการปวดข้อเข่าส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการใช้งานหนักหรือการใช้งานไม่ถูกวิธี หรือบางครั้งก่อนออกกำลังกายไม่มีการ warm up warm down และ การยืดกล้ามเนื้อไม่เพียงพอ สำหรับกรณีบาดเจ็บ ถ้าเป็นเพียงเล็ก น้อยก็อาจจะหายเองได้ แต่ถ้าบาดเจ็บรุนแรงก็อาจถึงขั้นผ่าตัด

ถัดจากนี้ ผมจะไล่เลี้ยงให้ดูกันว่า อะไรบ้างที่เป็นสาเหตุ ว้างๆ ที่ทำให้เกิดอาการปวดได้
มีอาการข้ออักเสบจากโรคข้อ เช่น รูมาตอยด์ ข้อเสื่อม และเก๊าต์
ถุงน้ำภายในข้อหรือเยื่อหุ้มข้ออักเสบ burstitis ซึ่งเกิดจาก การใช้งานหนัก และมีความดันภายในข้อมากเกินไป เช่น นั่งยองๆเป็นเวลานานๆ หรือเกิดจากการบาดเจ็บ
เส้นเอ็นอักเสบ มักปวดทางด้านหน้าของหัวเข่า อาการจะ มากขึ้นเวลาขึ้นลงบันได และโดยมากจะเกิดกับนักวิ่งและนักปั่นจักรยาน
ถุงน้ำน้ำBakers เป็นถุงน้ำบวมที่ด้านหลังของข้อ
การฉีกขาดของกระดูกอ่อน จะรู้สึกปวดทั้งภายในและนอก ข้อ มักจะเกิดในขณะเล่นกีฬา หรือมีการหมุนตัว บิดข้อเข่าอย่าง รวดเร็ว และจะมีอาการปวดรุนแรงขึ้นมาทันทีทันใด
การเคลื่อนของกระดูกสะบ้า
การติดเชื้อที่ข้อ
การฉีกขาดของเส้นเอ็น มักจะเกิดในขณะ เล่นกีฬา หรือมีการหมุนตัวบิตข้อเข่าอย่าง รวดเร็ว และจะมีอาการปวดรุนแรงอย่างฉับ-พลัน
การเคล็ดถึงอักเสบของกล้ามเนื้อ

หลายครั้งที่สาเหตุของการปวดเข่ามาจากการใช้งานเข่ามาก เกินไป หรือเกิดจากการออกกำลังกาย ซึ่งถือว่าเกิดจากกิจกรรมที่ เราทำ สำหรับบางคนอาจจะบ่อยครั้งหรือบางคนก็อาจจะทุกวันดังนั้น การยับยั้งหรือบรรเทาอาการ ถือเป็นพื้นฐานในการดูแลตัวเอง เช่นพักการใช้งานบ้าง และควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้หัวเข่า มาก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บซ้ำเติม
ประคบน้ำแข็งประมาณ 15 นาที ควรทำทุกชั่วโมงติดต่อกัน 4 ชั่วโมง
ยกขาให้สูงขึ้น และพันด้วยผ้า หรือสวม knee support
กินยาลดอาการปวดและยาคลายกล้ามเนื้อ
เวลานอนให้หาหมอนมาหนุนไว้ใต้หัวเข่า

สัญญาณเตือนที่ต้องไปพบแพทย์ทันที
ไม่สามารถยืนหรือทิ้งน้ำหนักตัวลงได้
อาการปวดรุนแรง
มีเสียงผิดปกติของเข่า เช่น เสียงคลิก หรือรู้สึกว่าเข่าล็อก ขยับไม่ได้
รูปร่างผิดปกติ
มีไข้ บวมแดงร้อนของหัวเข่า
อาการปวดไม่ดีขึ้น หลังจากดูแลด้วยตัวเองเกินกว่า 3 วันแล้ว
สิ่งที่แพทย์ตรวจคือ การตรวจร่างกายอย่างละเอียด แต่ที่สำคัญ คือ การซักถามประวัติ เช่น มีอาการเมื่อไหร่ เคยมีอาการแบบนี้มา ก่อนหรือไม่และเพราะอะไร เป็นมานานหรือยัง รู้สึกปวดตลอดเวลา หรือปวดๆ หายๆ ปวดข้างเดียวหรือสองข้าง ปวดตรงตำแหน่งไหน ของหัวเข่า ปวดจุดใดจุดหนึ่งหรือทั้งหมด ถ้าขยับเดินหรือวิ่ง จะมี อาการอย่างไร เคยบาดเจ็บที่หัวเข่ามาก่อนหรือไม่ กิจกรรมที่ทำ ทุกวันและลักษณะในการใช้งานหัวเข่า และเคยได้รับการรักษาด้วย วิธีใดมาก่อนและผลเป็นอย่างไร

เมื่อแพทย์ได้ข้อมูลที่ประโยชน์จากการซักประวัติแล้ว จาก นั้นก็จะทำการส่งตรวจเพิ่มเติม อาจจะเอ็กซเรย์ข้อ หรือทำ MRI ในกรณีที่สงสัยว่ามีการบาดเจ็บของเส้นเอ็นหรือกระดูกอ่อนในเข่า หรือถ้ามีการบวมมาก อาจจะต้องเจาะน้ำในเข่าส่งตรวจ เมื่อได้รับ การวินิจฉัยแล้ว แพทย์ก็จะให้การรักษาด้วยยาหรือทำกายภาพบำบัด หรือผ่าตัดส่องกล้องหัวเข่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยและความรุนแรง

แต่ที่สำคัญที่สุด
คือ การป้องกัน การใช้งานอย่างระมัดระวัง ควรฝึกกล้ามเนื้อ ต้นขาให้แข็งแรง และควรมีการยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังเล่นกีฬา เป็นประจำ
ความคิดเห็นที่ 17
ใช้วิธีกายภาพบำบัด + หาอุปกรณ์ซัพพอร์ต หรือ พยุงเข่าอะไรก็แล้วแต่ครับมาใส่

กายภาพบำบัดช่วยอะไร
ช่วยให้กล้ามเนื้อของเราแข็งแรงขึ้นครับ รักษาที่ต้นตอ

ผ้ารัดเข่า ที่รัดเข่าช่วยอะไร
ช่วยลดอาการปวด ไม่ให้อาการบาดเจ็บลุกลามไปจนถึงขั้นผ่าตัด

ใช้ยี่ห้อไหนดี
ส่วนตัวก็ใช้มาหลายยี่ห้อครับ แต่คุณหมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพเขาบอกว่า Arukou ดี
ผมว่าผมประทับใจอันนี้ที่สุดละครับ
ความคิดเห็นที่ 18
ซัพพอร์ตเข่า MAMORU 1 ชิ้น ลดอาการปวดเข่า ไขข้ออักเสบหัวเข่า ข้อเข่าเสื่อม
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :

บทความทั้งหมด
  คลิกที่นี่ เพื่อดูสินค้าแนะนำ
  ลดราคากว่า 80%(ห้ามพลาด)