������������������ ������������������������������������������������ 2022

by WheelSharee Posted on 2022-02-18



ความคิดเห็นที่ 1
เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2564 ที่ผ่านมา มีการปรับราคาน้ำมันขึ้นทั้งหมด 6 ครั้งติดต่อกัน ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์ประเทศไทย ยังต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตโควิด เศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัว ทำให้คนใช้น้ำมันอย่างเรา ๆ ออกมาโวยวาย และทวงถามถึงความสมเหตุสมผลระหว่างราคาน้ำมันกับวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศ

... แต่ทุกเรื่องมีเหตุและผล เลยจะพามารู้จักราคาน้ำมันก่อน ว่าทำไมมันถึงต้องปรับราคาขึ้น ทั้ง ๆ เศรษฐกิจในประเทศยังไม่ได้ดีขนาดนั้น 

เนื่องจากธุรกิจน้ำมัน เป็นธุรกิจการค้าเสรี ไม่ได้มีใครเป็นผู้กำหนดเอง ว่าราคาน้ำมันต้องขึ้น-ลง ตอนไหน และต้องขึ้น-ลง เวลาไหน เพราะทุกการปรับราคาขึ้น-ลง มันถูกกำหนดโดย “ตลาดน้ำมัน”  ตลาดน้ำมันไม่ใช่คน แต่คือหน่วยวัดที่สะท้อนราคาน้ำมันจากอุปสงค์และอุปทานของการใช้น้ำมัน ถ้าใครเคยเรียนเศรษฐศาสตร์มา คงจะเข้าใจได้ทันทีว่า หากอุปสงค์น้อยกว่าอุปทานทำให้สินค้ามีราคาถูก และถ้าหากอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ก็ทำให้สินค้ามีราคาแพง

ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทย (ราคาที่หน้าปั๊ม) มีการอ้างอิงการปรับราคาตามตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ (เนื่องจากสิงคโปร์เป็นผู้ค้าน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เหมือนอ้างอิงราคากลางจากรายใหญ่) และมีการกำหนดโครงสร้างราคาจากรัฐบาล เช่น ราคาหน้าโรงกลั่น, ภาษีน้ำมัน, กองทุนน้ำมัน, ค่าการตลาด  


จากภาพจะเห็นได้ว่า ในน้ำมัน 1 ลิตร มีต้นทุนที่ภาคเอกชนเป็นผู้แบกรับ คือ เนื้อน้ำมันที่ปั๊มซื้อจากโรงกลั่น แต่กลับมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5-10% ส่วนรัฐบาลจะได้เงินที่เรียกเก็บจากราคาน้ำมันอยู่ที่ 10-40% เรียกได้ว่าผู้ค้าน้ำมันมีต้นทุนที่มาก แต่ "รายได้กลับน้อยกว่าต้นทุนที่แบกไว้"

ทุกครั้งที่มีการปรับราคาน้ำมันของตลาดโลก ส่งผลให้ผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงนั่นคือ ปั๊ม และลูกค้า เพราะทั้งคู่อยู่ภายใต้กลไกตลาดน้ำมันเดียวกัน แต่ที่ จขกท. เห็นใจไม่ต่างจากตัวเองที่ต้องจ่ายเงินเติมน้ำมันเพิ่ม ก็คงจะเป็นพวกปั๊มนี่แหละ ต้องแบกรับต้นทุนที่สูง แต่รายได้จริงไม่ถึง 5% ด้วยซ้ำ (ข้อมูลนี้เคยมีคนที่เปิดปั๊มแชร์ความรู้มานะ) และหากเข้าไปเช็คในโครงสร้างราคาน้ำมัน ทุกคนก็จะเห็นได้ว่า มันมีส่วนที่เป็นเงินภาษีน้ำมันและกองทุนน้ำมันที่รัฐบาลเรียกเก็บ ซึ่งผู้ค้าไม่ได้อะไรเลยจากตรงนี้ 


ทีนี้มาดูทิศทางของตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ ภาพด้านบน จะเห็นได้ว่าเส้นกราฟตั้งชันขึ้น ตลอดช่วงเดือนกันยายน เพราะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยการใช้น้ำมันทั่วโลก (ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่แพงขึ้นทั้งโลก!) ... เพราะฉะนั้น หากใครได้เข้ามาอ่าน หรือมีโอกาสได้รับความรู้เรื่องราคาน้ำมัน และมีคนรู้จักยังด่าเรื่องการปรับราคาสวนกระแสโลก ลองสะกิดเขาไปหน่อยก็ได้ว่า ให้ไปดูที่ตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์เป็นหลักเถอะ บางคนดูผิด ไปดูตลาดน้ำมันดิบเมกานู่น ย้ำนะ! เราเติมน้ำมันสำเร็จรูป และไม่ต้องไปอิงไกลข้ามทวีป ดูตลาดน้ำมันดิบดูไบ และตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ก็พอ ทิศทางมันล้อตามกัน 



และนี่ยิ่งตอกย้ำให้ชัดเจนขึ้น จากสองภาพด้านบน ตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 ปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน +1.69 เหรียญฯ และดีเซล +1.33 เหรียญฯ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจหลาย ๆ ประเทศฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด และเกิดความต้องการใช้น้ำมันมากขึ้น แถบบ้านเราก็อย่างอินโดนีเซีย เวียนนาม ออสเตรเลีย ที่ฟื้นตัวกันแล้ว ส่งผลให้น้ำมันไทยอย่างปั๊มเชลล์ ปรับขึ้นราคาตามในวันที่ 3 ตุลาคม 2564 (ถ้าจำไม่ผิดก่อนหน้านี้เชลล์ปรับขึ้นไปวันที่ 1 ตุลาคม 2564 แล้วด้วย)   และเชลล์เป็นเจ้าเดียวที่ปรับขึ้น!  สิ่งนี้มันสะท้อนให้เห็นว่า ราคาน้ำมันในประเทศไทยอ้างอิงราคาตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์อย่างชัดเจน และไม่มีผู้ค้าน้ำมันใดในไทยสามารถกำหนดราคาเองได้ อย่างที่ปั๊มเชลล์ก็ปรับขึ้นราคาได้เองตามตลาด เป็นการสะท้อนราคาที่แท้จริง ส่วนปั๊มอื่น ๆ ที่เหลือขอเป็นกำลังใจให้ เพราะที่เห็นยังไม่ปรับ คงจะพยายามอั้นไว้ให้สุด ๆ แล้วเหมือนกัน

พอเข้าใจสถานการณ์ตลาดน้ำมันกันแล้ว ว่าสาเหตุที่มันปรับราคาขึ้นลากยาวติด ๆ นี่มันเป็นเพราะกลไกของราคาตลาดน้ำมันนะ และยิ่งบ้านเราค่าเงินบาทอ่อนตัวลง ทำให้เราต้องจ่ายเยอะขึ้นอีก ... แต่เอ๊ะ เราต้องยอมจำนนต่อราคาตลาดน้ำมัน แล้วเกิดความไม่สมเหตุสมผลกับราคาในประเทศแบบนี้ใช่ไหม เพราะสถานการณ์บ้านเรายังไม่ดีขึ้นเลย ... เอาจริง ๆ นะ ขอตอบก่อนตรงนี้ ว่าบ้านเราก็กลับมาใช้น้ำมันกันแล้ว จขกท.เองก็อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ตลอดช่วงโควิด ตอนนี้กรุงเทพฯ กลับมารถติดมาก ๆ เหมือนเดิมแล้ว นั่นหมายความว่า ประเทศไทยก็กลับมาใช้น้ำมันกันแล้ว ต่างจังหวัดมีคนเดินทางเยอะแล้ว นี่ไง อุปสงค์มันมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด!


ถึงแม้ว่าอุปสงค์การใช้น้ำมันบ้านเรากลับมาเพิ่มขึ้นแล้ว แต่ยังมีคนไทยอีกหลายคน และโดยส่วนใหญ่ ที่ยังได้รับผลกระทบจากโควิด ทำให้ต้องมีภาระชีวิตมากขึ้น พอเห็นว่าสินค้าอุปโภคบริโภคที่เราต้องกินต้องใช้ปรับขึ้นราคา มันก็คงท้อแท้กับชีวิตไม่น้อย อย่างที่อธิบายไปเรื่องราคาน้ำมัน ว่าการปรับราคามันเป็นกลไกของตลาด ทั้งภาครัฐและเอกชนไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการทำงานของมันได้ แต่สิ่งที่คนไทยจะต้องไม่ถูกเหลียวแลเรื่องของราคา คือ หน้าที่ของรัฐบาล!

รัฐบาลเรียกเก็บเงินภาษีน้ำมัน และกองทุนน้ำมัน(วัตถุประสงค์เพื่อพยุงราค้ำมัน, ส่งเสริมพลังงานทางเลือก) จากการเติมน้ำมันของเราทุก ๆ ลิตร ทุก ๆ บาท รัฐบาลต้องรีบวางแผน แก้ไขปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายของคนไทย อย่างราคาน้ำมันเอง รัฐบาลสามารถนำเงินกองทุนน้ำมันมาพยุงราคาไว้ได้ เพื่อประคองไม่ให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น หรือลดภาษีน้ำมันลงบ้าง หากลดได้ก็ถือว่าช่วยลดภาระคนไทยในวันที่ประเทศฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น

ความคิดเห็นที่ 2
เห็นดราม่ากัน ปตท.ผูกขาด ปตท.กินพุงปลิ้นกำไรแสนล้าน สองแสนล้าน
แต่พวกนี้เขาไม่ได้ลงไปดูลึกๆเลย ว่าไอ้ที่แสนล้านน่ะ รายได้เขามาจากอะไร

ไอ้ที่บ่นๆว่าแพงน่ะ น้ำมันขายปลีกจากหัวจ่าย ปตท.ได้กำไรจากตรงนี้ขี้ปะติ๋วมาก
เทียบเปอร์เซนต์ก็เลขตัวเดียวด้วยซ้ำ  เรียกว่าเลิกขาย แล้วให้คนไทยไปเติมน้ำมัน
พรีเมียมของพวกฝรั่ง  ปตท.ก็ไม่เจ๊ง ยังมีกำไรเป็นแสนล้านอยู่ดี

รายได้จากไก่ทอด  กาแฟ  โรงแรม  ยังมากกว่าขายปลีกน้ำมันเลย
คนเล่นหุ้นเขาถึงได้แซวกันว่า ปตท.ไม่ได้ขายน้ำมันแต่ขายกาแฟ ไก่ทอด

รายได้หลักของปตท.คือ ธุรกิจ พลังงานต้นน้ำ  ก๊าซธรรมชาตื  การกลั่นน้ำมัน
ซึ่งกำไรจากส่วนนี้ คนเติมน้ำมันเข้าไม่ถึงหรอกครับ  ไปโดนข้อมูลเท็จล้างสมองมา
แล้วเชื่อกันเป็นตุเป็นตะ  ไม่เคยไปค้นงบดุล เอกสารอะไรที่เขามีให้อ่าน
ไปอ่านให้ครบทุกบริษัท ทั่ง ปตท.  เอสโซ่  เชลล์  แล้วจะรู้ว่าถ้าไปมีขาใหญ่
พวกฝรั่งมันจะทำอะไรกับน้ำมันขายปลีกในบ้านเรา
ความคิดเห็นที่ 3
ราคาน้ำมันออกจากโรงกลั่นก็พอๆกันหมด
ส่วนที่บวกขึ้นไป จนทำให้ราคาแตกต่างกันชัดเจนในแต่ละประเทศ คือนโยบาย ทั้งภาษีและนโยบายสิ่งแวดล้อม

บางประเทศต่ำลงเพราะนโยบาย เช่น การอุดหนุน การตรึงราคา
บางประเทศสูงขึ้นเพราะนโยบายเช่นกัน เช่นเก็บภาษี เหมือนไทย เหมือนฝรั่งเศส
แต่ฝรั่งเศสเขาประท้วงถูก คือต้องประท้วงรัฐ เพราะมันแพงจากนโยบายรัฐที่บวกเพิ่มเข้าไปในราคาน้ำมัน ไม่ใช่บ.น้ำมัน

เพราะส่วนต่างตรงนี้เข้ากระเป๋ารัฐ ไม่ได้เข้ากระเป๋าบ.น้ำมันเด้อ
ความคิดเห็นที่ 4
เพราะโครงสร้างภาษีในราคาน้ำมันสูงครับ เป็นครึ่งต่อครึ่งของราคาน้ำมันสุกค้าปลีก
ส่วนสาเหตุที่รัฐต้องเก็บภาษีน้ำมัน ก็เช่น

1. ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิครับ
แปลว่าไทยต้องเสียเงินตราต่างประเทศเพื่อไปซื้อน้ำมันมา
รัฐจึงเห็นว่าการใช้งานที่ไม่เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ควรถูกเก็บภาษีเยอะครับ
เช่นการใช้ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นต้น

2. เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำมันสุกชนิดที่รัฐเห็นว่าเป็นประโยชน์
เช่นรัฐอุดหนุนน้ำมันที่ผสมเอทานอล หรือไบโอดีเซล
เพราะเป็นการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เป็นต้น

3. เพื่อตรึงราคาในกรณีที่ราคาน้ำมันสุกตลาดสากลผันผวน
เช่นกรณีทุกวันนี้ ที่ตรึงราคาค้าปลีกน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร
ทั้งที่จริงราคาดีเซลทะลุไปแล้วครับ

ผมนำเสนอเพียงสาเหตุทว่าทำไมราคาน้ำมันแพง
ทั้งนี้ นโยบายภาษีน้ำมันของรัฐควรทำหรือไม่ อย่างไร อันนี้เป็นอีกเรื่องนึงนะครับ

ส่วนมากคนที่ไม่มีความรู้ก็จะพูดลอยๆไปเรื่อยครับ ว่าผู้ขาด
ก็ยังสงสัยว่า ถ้าผูกขาดทำไมถึงมีผู้ค้าน้ำมัน มาตรา 7 มาตรา 10 มาตรา 11  ตาม พรบ. การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง จดทะเบียนค้าเยอะจัง
ความคิดเห็นที่ 5
ก็ต้องถามกลับล่ะครับว่าแพงเทียบกับใครประเทศไหน เพราะประเทศที่แพงกว่าก็มี ถูกกว่าก็มี ขึ้นอยู่กับโครงสร้างภาษี และการอุดหนุนราคาของประเทศนั้น หรืออยากได้แบบราคาน้ำมันของสิงคโปร์กัน?


ความคิดเห็นที่ 6
ประเทศใหน ๆ ในโลกนี้ก็ทำแบบไทยนี้แหล่ะ  เราต้องใช้บริษัทน้ำมันไทยควบคุม บริษัทน้ำมันต่างชาติไว้
ไม่ให้เหิมเกริม ขึ้นราคาได้ตามใจชอบ การขึ้นราคาได้ตามใจชอบ คนเดือดร้อนคืนคนไทยทั้งประเทศ
เขาเป็น บริษัทต่างชาติ เขาจะสนใจอะไรกับความเดือดร้อนของคนไทย  อยากให้คนไทยคิดถึงเรื่องนี้ให้มาก ๆ
แต่
ถึงกระนั้น ราคาน้ำมันในประเทศ ก็ต้องบริหารให้เหมาะสม ให้พอดีกับทุก ๆ อย่าง  อย่างที่ท่านบน ๆ กล่าวไว้
ว่าทุก ๆ อย่างในราคาน้ำมัน ชี้แจงอย่างชัดเจน  เราอย่าไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ที่สภาพ /ความจำเป็นต่างกัน
ราคาน้ำมันถูกก็ใช่ว่า จะมีแต่ข้อดีอย่างเดียว ข้อเสียก็แย่ะ   ผู้บริหารเรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบครอบอย่างที่สุด
ความคิดเห็นที่ 7
ลองอ่านดูครับ   เหตุผลสำคัญที่ไม่เคยพูดข้อเท็จจริง   

ในอดีตประเทศไทย เมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว   ค้าขายผ่านสิงค์โปร์ทุกสินค้า  ไม่ว่า ดีบุก   ยางพารา  และน้ำมัน    อื่นๆ   ราคาจะซื้อขายจะขายจึงอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์     แล้วบวกลบกำไรลงไป  เป็นราคาขายในประเทศไทย

น้ำมันก็เหมือนกัน   นำเข้าจากสิงคโปร์ตามราคาซื้อขาย   บวกเพิ่มกำไรมากน้อย ตามราคาขึ้นลงสิงค์โปร์   บวก  ภาษีนำเข้า  ภาษีสรรพสามิต    จนมาถึงภาษีหัวจ่ายในปั๊ม สถานีขายน้ำมันทั่วประเทศ  ออกมาขายให้ชาวบ้าน     ในprocess  ทั้งหมด ถ้าคนไม่คิดให้ลึกจะมองไม่เห็นว่า  มีการเก็บภาษีตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ    ภาษีนำเข้า  ภาษีโรงกลั่น  ภาษีสรรพสามิต   ภาษีจากlogistic   ภาษีจากหัวจ่าย   จนสุดปลายทางที่ผู้บริโภค

บางท่านอาจจะบอกอ้าว   แล้วมันเกี่ยวอะไรกับน้ำมันแพง   เกี่ยวซิครับ    รัฐบาลผูกงบประมาณรายได้จำนวนมหาศาลแต่ละปี   จากภาษีอุตสาหกรรมปิโตรเลียม  เพื่อนำมาบริหารประเทศ     เปรียบเสมือนเส้นเลือดแดงที่ฉีดออกไปหล่อเลี้ยงร่างกาย    โดยผูกสายน้ำเกลือไว้กับราคาสิงคโปร์มาตั้งแต่เริ่มมีน้ำมันขายในไทย

จะเลิกอ้างอิงจากสิงคโปร์ได้ไหม    ทำราคาให้ถูกลงได้ไหม   สามารถทำได้ตามที่นักการเมืองขี้โม้ชอบคุยได้สบาย     ก็แค่ประเทศไทยไม่มีการบริหารงานงบประมาณแบบขาดดุล    ไม่ยืมเงินอนาคตมาใช้ปัจจุบัน     มีGDP สูงปรี๊ดเกิน 50    ไม่เป็นหนี้ต่างประเทศ   รายได้ต่อหัวเกินล้านบาทต่อหัว   แล้วไม่มีคนจนในสยามอีกต่อไป     ซึ่งในความเป็นจริงคือเป็นไปไม่ได้     จึงทำให้ต้องอ้างอิงราคาตลาดสิงค์โปร์   ทั้งที่ซื้อน้ำมันเอง หรือขุดเองถูกกว่า      process ของภาษีบิดเบี้ยวนี้หล่อเศรษฐกิจประเทศมานาน  จนเลิกไม่ได้     เพราะถ้าหักดิบ  ทำให้ราคาน้ำมันถูกลง   ไม่ผ่าน อ้างอิงสิงค์โปร์     process ของภาษีที่จัดเก็บที่กล่าวมาข้างต้นจะหมดไป    กระทบผู้ประกอบการน้ำมันนำเข้า   logisticการขนส่ง    brokerค้าขาย  ถึงสถานีขายน้ำมัน       พังพินาศหมดทั้งวงการ     เงินภาษีที่เคยไหลเข้าสรรพากรแต่ละไตรมาศลดลง    รัฐบาลขาดเงินสดมาใส่ในตลาดเพื่อให้มีสภาพคล่อง

ไม่เกิน 3 เดือน   งบประมาณคงคลังหมด   เพราะเงินสำรองประเทศไม่มีพออุดหนุน     จะปรับราคาตอนนี้ยากแล้ว   เพราะไทยไปผูกสายน้ำเกลือกับสิงคโปร์จนถอดออกไม่ได้     วิธีจะแก้จึงต้องทำให้ประเทศแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ   ค่อยๆลดการนำเข้าจากสิงค์โปร์     เปิดท่าเรือน้ำลึก(ประท้วงกันตลอด)    ซื้อขายโดยตรงกับผู้ผลิตน้ำมัน     ลดค่าขนส่งที่เป็นต้นทุน    ลดbrokerนายหน้ากินกำไรส่วนต่าง    ราคาก็จะลงครับ
ความคิดเห็นที่ 8
ถ้าตอบคือ ราคาน้ำมันแต่ละประเทศที่ต่างกัน หลักๆ มาจากนโยบายรัฐ
โครงสร้างราคาน้ำมันไทย สีเหลืองคือที่รัฐเก็บ


ถ้าตามข่าวเร็วๆ นี้ฝรั่งเศส คนมาประท้วงมาครองเพราะแกเล่นขึ้นภาษีน้ำมันแบบบ้าเลือด เพื่อชดเชยรายได้รัฐ จะเห็นได้ว่า ถ้าดูรายละเอียดไทยกับฝรั่งเศส ก็ไม่ได้ต่างกันมาก ที่ต่างกันแบบสุดๆ คือภาษี

ความคิดเห็นที่ 9
ผมตอบยิบย่อย ในความเห็นข้างบน หลาย คห. ไปแล้ว  ขอตอบแบบ ภาพรวม ตรงนี้ละกัน
(จริงๆ เคยตอบไปแล้วหลายรอบ แต่เพราะ Harddisk เครื่องเก่าเจ๊ง ข้อมูลที่เคยมี หายเกลี้ยง ไม่เหลืออะไรเลย..  เลย...ขอตอบแบบใช้ความจำ เท่าที่จำได้ ก็แล้วกัน)

ภาพรวม อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันในประเทศไทย

1. น้ำมันที่กลั่นในประเทศไทย : น้ำมันดิบที่ขุดได้จากใต้แผ่นดินไทย แค่ 15%  ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ด้วยราคาตลาดโลก อีก 85%
    หลักๆ ที่นำเข้ามา มาจากตะวันออกกลาง ราวๆ 2/3 ถึง 3/4  นอกนั้น จากที่อื่นๆ ทั่วโลก

2. น้ำมันดิบที่กลั่นแล้ว แยกได้เป็น 5 ผลิตภัณฑ์หลักๆ คือ  เบนซิน , ดีเซล , น้ำมันเครื่องบิน , น้ำมันเตา แล้วก็ LPG
    ผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 ก็ราคาขายอิงราคาตลาดโลก โดยหลักๆ คือ ราคาตลาดสิงคโปร์ เพราะเป็นราคาตลาดโลกฝั่งเอเซีย  
    ไม่ใช่ ราคาที่ West Texas (อเมริกา) หรือ Brent (ยุโรป)

    ทั้งหมดที่กลั่นได้  ใช้ในประเทศ 80% ส่งออก 20% (แต่ละโรงไม่ได้เท่ากันหมด แต่ภาพรวมทั้งหมด ราวๆ นี้)

3. สมมติ น้ำมันดิบ 100 บาร์เรล เวลากลั่นได้ 5 ตัวหลักๆ  จะได้เบนซินแค่ราวๆ 15-20% , ดีเซล 45-50% , น้ำมันเครื่องบิน 12-15%
    แต่ละโรงกลั่น จะไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกันเป๊ะ ขึ้นกับว่า เค้าออกแบบมารองรับอะไร แค่ไหน จะเอาน้ำมันดิบจากที่ไหนมากลั่นเป็นหลัก
    รวม 3 ตัวหลัก ที่ราคาขายมักจะแพงกว่าน้ำมันดิบ  จะได้แค่ 85% ของน้ำมันดิบเท่านั้น  
    อีก 15-20% ที่ได้เป็นน้ำมันเตาและ LPG ราคาจะถูกกว่าน้ำมันดิบ เหลือแค่ราวๆ ครึ่งนึงของราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเวลานั้น

4. การกำหนดราคาขายน้ำมันเบนซิน - ดีเซลของโรงกลั่นในไทย โดยอิงราคาตลาดสิงคโปร์ รวมค่าขนส่งมาถึงไทย ... จึงเป็นวิธีการอ้างอิงราคาที่ยุติธรรม / เป็นธรรมที่สุดแล้ว  ไม่ว่าจะกับฝ่ายไหน  ทั้งฝ่ายผู้ขุดเจาะในประเทศ , ฝ่ายโรงกลั่นในประเทศ , ฝ่ายผู้ซื้อในประเทศ
    เพราะคุณอย่าลืมว่า  โรงกลั่นทุกโรงในประเทศ  เค้ามีต้นทุนค่าขนส่งน้ำมันดิบมาถึงไทย แพงกว่าโรงกลั่นทุกโรงในสิงคโปร์ เพราะเรือที่มาส่ง มันต้องอ้อมแหลมมลายู เข้ามาอ่าวไทย มาส่งถึง ศรีราชา / มาบตาพุด ... ไปเปิดแผนที่ประเทศไทย - แผนที่โลก ดูเองละกัน

5. หลายปีก่อน ตอนที่ทักษิณยังพยายามจะกลับมาเมืองไทย  เคยมีฟอร์เวิร์ดเมล์บ้าๆ เลวๆ ออกมาเรื่องนึงว่า ... การกลั่นน้ำมันดิบ เวลากลั่นแล้ว ได้น้ำมันสำเร็จรูปหลายอย่าง แต่ปริมาตรโดยรวม สามารถขยายตัวมากขึ้นถึง 40% ... ผมส่งเรื่องนี้ไปให้เพื่อนที่เรียนวิดวะมาด้วยกัน แล้วทำงานในโรงกลั่น (ไม่ใช่เครือ ปตท.) ให้มันอ่านดูแล้วตอบหน่อยว่า เรื่องจริงมั้ย ?  มันขำกลิ้ง แล้วบอกว่า ... ถ้าใครเชื่อไปได้นี่ ก็โคตรโง่ ...  ในความเป็นจริง ปริมาตรโดยรวมที่กลั่นออกมา จะมากกว่าปริมาตรน้ำมันดิบ จริง แต่แค่ 3-5% เท่านั้น

6. เรื่องอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันในไทย  อยากจะดู อยากจะรู้รายละเอียดใดๆ เชิญไปอ่าน ไปโหลดไฟล์
   " สรุปการผลิต นำเข้า จำหน่าย และส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง "  http://www.doeb.go.th/2017/#/article/statistic
   มีให้โหลดดูตั้งแต่ มกราคม 2553 - ล่าสุด สิงหาคม 2561  (สมัยก่อน ผมเคยโหลดมาดูได้ ตั้งแต่ มกราคม 2549 ด้วย)
   มีบอกหมดว่า โรงกลั่นกี่โรง นำเข้าน้ำมันดิบจากที่ไหน ราคาเท่าไหร่
ความคิดเห็นที่ 10
ที่กล้าพูดว่า ปตท รวยพุงปลิ้น เพราะดูงบการเงินเจ้าค่ะ ไม่จำเป็นต้องฟังใครวิเคราะห์ เรื่องอย่างนี้ ข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์มากมายอย่างนี้ วิเคราะห์เองเป็นเจ้าค่ะ คุณคิดว่า ปตท ผูกขาดตลาดเรียบร้อยหรือยัง ? กำไรของ ปตท หลัก ๆ มาจาก สำรวจและผลิต ก๊าซ กลั่น/ปิโตร หากดูงบ Q3 ที่ผ่านมา สำรวจและผลิต กำไร 12,000 ล้าน ก๊าซ 15,000 ล้าน กลั่น/ปิโตร 24,000 ล้าน ขายน้ำมัน 3,400 ล้าน เห็นอย่างนี้ เจ๊เลยมีคำถาม

สำรวจและผลิต สรุปว่าขายใคร ผลิตให้ใคร ?  ก๊าซไม่สงสัยอะไรเพราะลูกค้าน่าจะเป็น กฟผ , โรงกลั่น กลั่นขายใคร ? ปตท ผูกขาดตลาดเกือบทั้งหมด อุตสาหกรรมต้นน้ำ ยันปลายน้ำของธุรกิจน้ำมัน ปตท ฟาดเรียบ คุณตีเนียนทำเป็นกำไรจากการขายน้ำมันน้อย แต่กำไรจากอุตสหกรรมต้นน้ำบานเบิก เหมือนเอาเงินกระเป๋าซ้ายย้ายไปขวา จะอ้างว่ากำไรจาการส่งออก ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะ ปตท มีกำไรจากการค้าระหว่างประเทศแค่หลักร้อยล้าน !!!! สรุปว่ากำไร ปตท ก็มาจากการขูดรีดคนไทยทั้งน้านนน  ผลิตเอง กลั่นเอง ขายเอง บวกให้พุงปลิ้นมาแต่แรก แล้วมาตีหน้าเศร้าตอนขายปลีก "ค่าการตลาดนิ๊ดดดดเดียววว ปตท ต้องแบกรับต้นทุน บลาๆๆๆๆ"   การบินไทยกำไร จากการดำเนินงาน ก่อนหักค่าใช้จ่าย เกือบสามพันล้าน ปีที่แล้ว ยังน่าภาคภูมิใจกว่า ปตท กำไรสองแสนล้านเยอะเจ้าค่ะ เพราะ การบินไทย ล่าเงินตราต่างประเทศแบบเน้น ๆ ส่วน ปตท ล่าเงินคนไทยกันเอง  

แถมเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์ปันผลตามจำนวนหุ้น รัฐได้เงินแค่เฉียด ๆ สองหมื่นล้าน จากกำไรสองแสนล้าน ทำเป็นออกข่าวเนี่ยปีนี้ 9 เดือนแรก ปตท ส่งเงินให้รัฐห้าหมื่นกว่าล้าน พอ breakdown ดูข้อมูล ทำปากอ้อมแอ้ม ส่วนแบ่งจากหุ้นแค่หมื่นกว่าล้าน ที่เหลือคือภาษี  เจ๊ล่ะขยะแขยงที่สุดกับบริษัทนี้


อ่อเจ๊ลืม ราคาน้ำมันโดยเฉลี่ยของ States สำหรับน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 23.40 บาทต่อลิตร ดีเซล อยู่ที่ 29.xx บาท/ลิตร ยิ่งแถว gulf coast ยิ่งถูกกว่านี้อีกเจ้าค่ะ GDP - per capita ของ state ประมาณ 1,940,000 บาท ส่วนไทย 590,000 บาท !!!! โฮ๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 11
หากดูงบ Q3 ที่ผ่านมา
- สำรวจและผลิต กำไร 12,000 ล้าน
- ก๊าซ 15,000 ล้าน
- กลั่น/ปิโตร 24,000 ล้าน
- ขายน้ำมัน 3,400 ล้าน
เห็นอย่างนี้ เจ๊เลยมีคำถาม
===============

ที่ถามมา ไม่ตอบ เพราะไม่ได้อยู่ ปตท. ไม่ได้เก่งเรื่องทางบัญชี / ตลาดหุ้น  แต่อยากจะถามกลับ ...

ที่ว่า กำไรหลายพันล้าน  คิดเป็นกี่ % ของรายได้ ครับ ?

ประเทศไทย  ใช้น้ำมันสิ้นเปลืองขนาดที่ว่า
- เบนซิน  25 ล้านลิตร / วัน  นั่นหมายความว่า  9,125 ล้านลิตร / ปี  สมมติ ลิตรละ 25 บาท ก็ปาไปเป็นเงิน 228,125 ล้านบาท
- ดีเซล  60 ล้านลิตร / วัน  นั่นหมายความว่า  21,900 ล้านลิตร / ปี  สมมติ ลิตรละ 28 บาท ก็ปาไปเป็นเงิน 613,200 ล้านบาท

ปตท. มีส่วนแบ่งตลาด ทั้งเบนซินและดีเซล ราวๆ ไม่เกิน 40%  ก็ราวๆ 91,250 + 245,280 = 336,530 ล้านบาท

กำไรจากการขายน้ำมัน 3,400 ล้านบาท (ที่คุณยกมา) เทียบกับยอดขาย 336,530 ล้านบาท ... กำไรแค่ 1% นิดๆ  แค่นั้นเอง

มากเหรอครับ  1% เนี่ย ...
ความคิดเห็นที่ 12
ราคา น้ำมันดิบ เกรดที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ WTI Crude  57 $/ barrel  เอามาคูณ 33 บาท/$ ได้ 1881 บาท
บารเรลล์นึง  159  ลิตร
  หารเฉลี่ย ได้ราคา/ลิตร  1881/119  = 15.8 บาท

แต่ การกลั่น ได้ทั้งน้ำมันดิบ เบา เบนซิน ดีเซล น้ำมันเครื่องบิน   และน้ำมันหนักที่หลงเหลือ ก้นหอคอยกลั่น เช่น น้ำมันเตา+กากคาร์บอน    แต่ เทคโนการกลั่น ทุกวันนี้ มันสามารถ แคร๊กเกอร์ น้ำมันหนัก ให้เปลี่ยนเป็นน้ำมันเบา ที่ได้ราคา เกิน 70-90% ของน้ำมันดิบตั้งต้น แล้วแต่แหล่งที่มาของน้ำมัน

ดังนั้น ไปคิดต่อกันเอาเอง ว่าบวกภาษี จิปาถะ แล้ว มันถึงราคาตามนั้นมั๊ย  นี่ขนาดเอาน้ำมันเกรดเอ มาใช้คิดน่ะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 13
ราคาน้ำมันจากหน้าโรงกลั่นบ้านเราไม่ได้แพงครับ   แต่ที่แพงคือภาษีต่าง  ๆ สรรพสามิต  รวมถึงกองทุนต่าง  ๆ  ที่เข้าไปเก็บจากราคาน้ำมัน 1 ลิตร  มันเลยแพง       ตัวราคาน้ำมันจริง ๆ ไม่เท่าไหร่   แต่ไปโดน +ภาษี กองทุนอีก   ลิตรนึงประมาณ 7-8 บาทได้มั้ง ทำให้เป็นราคาขายปลีกหน้าปั๊มมันเลยดูแพง  

ถามว่ารัฐบาลเลิกเก็บภาษีตรงนี้ได้ไหม  เพราะเรื่องการเก็บภาษีน้ำมัน  เป็นนโยบายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน  
ขอตอบ ว่า   ทุกรัฐบาลเคยตัวกันหมดแล้ว   ในการดึงเอาภาษีน้ำมันมาใช้บริหารประเทศจำนวนเงินปีละหลายแสนล้านบาท   
ถ้าไม่มีภาษีน้ำมันตรงนี้ ปัญหาคือรัฐบาลจะหาเงินมาจากไหนมาโป๊ะงบประมาณ   
คำตอบมัน ก็เลยคือ   ต้องทนเก็บภาษีน้ำมัน กันต่อไป
ความคิดเห็นที่ 14
ล่าสุดราคาหน้าปั๊มในไทยเสียงแตก ราคาไม่เท่ากันอย่างที่เคยเป็นมา เหตุเพราะสถานการณ์น้ำมันโลกปรับขึ้นราคาแบบไม่มีเบรก ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันในไทยบางปั๊มปรับขึ้นตามตลาดทันที บางปั๊มชะลอการปรับขึ้นแล้ว แต่ทนตลาดไม่ไหว และยังมีบางปั๊มยังฝืนสวนกระแสตลาดโลกจนเฮือกสุดท้าย
 
มาดูกันว่า มีปั๊มไหนบ้างที่มีการปรับราคาขึ้นไปแล้ว และปั๊มไหนที่ยังคงชะลอการปรับราคาขึ้นสวนทิศทางราคาน้ำมันโลก



ภาพด้านบนนี้ เป็นข้อมูลราคาน้ำมันหน้าปั๊มในไทย ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2564 ... จขกท. ลองแบ่งช่วงราคาเป็น 3 กลุ่มคร่าว ๆ โดยมีราคาหน้าปั๊มสูงสุด ราคาตรงกลาง และราคาน้อยที่สุด ส่วนชนิดน้ำมันที่หยิบยกราคามา เป็นเบนซิน(แก๊สโซฮอล์95) และดีเซล(B10)

- ปั๊มที่มีราคาน้ำมันสูงสุด(สีแดง) เป็นปั๊มต่างชาติทั้งหมด และปั๊มที่มีราคาสูงที่สุด คือปั๊ม Shell ราคาเบนซินอยู่ที่ 34.05 บาท/ลิตร ส่วนดีเซลอยู่ที่ 30.29 บาท/ลิตร (ราคาเกินที่รัฐฯตรึงไว้คือ 30 บาท/ลิตร)
- ปั๊มที่มีราคาสูงรองลงมา(สีส้ม) คือ ปั๊ม Susco และ ปั๊ม PT ปั๊มไทยที่ฝืนราคาตลาดไม่ไหว ขึ้นไปแล้วเหมือนกันวันนี้  โดยปั๊ม Susco ราคาเบนซินอยู่ที่ 32.45 บาท/ลิตร ส่วนดีเซลอยู่ที่ 29.69 บาท/ลิตร และปั๊ม PT ราคาเบนซินอยู่ที่ 32.25 บาท/ลิตร ส่วนดีเซลอยู่ที่ 29.69 บาท/ลิตร 
- ปั๊มที่ยังฝืนราคาตลาดโลก(สีเขียว) คือ PTT และบางจาก เป็นสองปั๊มไทย ที่ขึ้นราคารั้งท้ายเพื่อน และราคาทั้งสองปั๊มยังเท่ากัน โดยเบนซินราคาอยู่ที่ 31.95 บาท/ลิตร ส่วนดีเซลอยู่ที่ 29.29 บาท/ลิตร



โดยปกติแล้วเวลาที่ตลาดน้ำมันโลก รวมถึงตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์มีการปรับราคาขึ้น-ลงทีไร ทุก ๆ ปั๊มในไทย จะมีการปรับราคาเหมือนกัน และราคาหน้าปั๊มจะเท่ากันเสมอ แต่ในช่วงนี้ ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมาตลาดน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นสูงมาก 
 
ปัจจัยหลักมาจากการที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้น ทำให้อุปสงค์หรือความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกเร่งตัวขึ้นตาม แต่อุปทานกลับไม่สามารถตอบสนองกับการเติบโตของอุปสงค์ได้ อย่างเช่น วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในเอเชียและยุโรป เนื่องจากการขาดแคลนถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันดิบเพิ่มมากขึ้น และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
 
เลยคิดว่า "การที่ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น ในสภาวะที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้า ทำให้ปั๊มน้ำมันในไทยเสียงแตก" อย่างปั๊มต่างชาติต้องการปรับราคาตามกลไกของตลาดน้ำมัน ที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของราคา 
 
ส่วนปั๊มไทยอย่าง PTT และบางจาก ที่ยังคงฝืนรั้งราคาให้ขายต่ำที่สุด ต้องการแบ่งเบาภาระให้คนใช้น้ำมันด้วยรึเปล่า? เพราะถึงยังไง ถ้าคิดในแง่บวกนะ คนไทยก็กลับมาใช้น้ำมันมากขึ้นในสภาวะที่เศรษฐกิจในประเทศกำลังฟื้นตัว ถือว่าเป็นโอกาสให้คนเติมน้ำมันได้มีทางเลือกในด้านราคา ปั๊มอาจจะได้กำไรส่วนต่างจากราคาน้อยลง แต่ก็ได้ปริมาณคนเติมที่เยอะขึ้นแทน

Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
#ราคาน้ำมันวันนี้ 2565    #กราฟ ราคาน้ำมัน โลก ย้อน หลัง    #ราคา น้ำมัน โลก ล่าสุด    #ราคาถ่านหินโลก    #ราคาน้ำมันย้อนหลัง 20 ปี    #ราคาน้ำมัน ปี 2544 ถึง 2549    #ราคาน้ำมัน ปี 2535    #1บาร์เรลเท่ากับกี่ลิตร    #ทำไมน้ำมันขึ้น 2564    #ราคาน้ำมันสูงขึ้น ส่งผล    #ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับ อะไร    #ทำไมราคาน้ำมันขึ้น 2564    #เพราะเหตุใดเมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ค่าครองชีพจึงสูงขึ้นด้วย    #ราคาน้ำมัน มีผล อย่างไร ต่อเศรษฐกิจโลก    #จง วิเคราะห์ ราคาน้ำมัน มีผลกระทบต่อ ชีวิต ประจำ วัน อย่างไร    #น้ำมันไทย แพง เพราะ    #วิกฤตการณ์น้ำมัน แนวทาง แก้ไข    #เศรษฐกิจ น้ำมัน ไทย    #ราคาน้ำมัน มี อิทธิพล ต่อการผลิต สินค้าและบริการ อย่างไร    #ราคาน้ำมันลดลง ผลกระทบ    #ปัญหา เศรษฐกิจ น้ำมัน    #วิเคราะห์ ราคาน้ำมันโลก    #ภาวะ น้ำมันโลก    #แนวโน้มราคาน้ำมันปี 2565    #กราฟ ราคาน้ำมัน โลก    #วิเคราะห์ สัญญา น้ำมันดิบ ล่วงหน้า WTI    #ราคาน้ำมัน ตลาด โลก อัพเดท ทุก วัน    #ราคาน้ำมันวันนี้ 2564    #ทําไมน้ํามันแพง 2564    #ทําไมน้ํามันแพง 2564 pantip    #ทำไมน้ำมันแพงขึ้น 2564    #ทำไมน้ำมันแพง 2564    #ทํา ไม่ น้ํา มันแพง Pantip    #ราคาน้ำมัน ประเทศเพื่อนบ้าน วัน นี้    #ราคาน้ำมัน พม่า 2564    #ทำไม ราคาน้ำมัน พม่าถูกกว่าไทย    #ทำไม คนไทยใช้น้ำมันแพง    #ประเทศไทย สามารถ กำหนดราคาน้ำมัน ได้ เอง หรือ ไม่ เพราะ เหตุ ใด    #ค่าการตลาดน้ำมัน คือ    #ทำไมราคาน้ำมันไทย แพงกว่า เพื่อนบ้าน    #น้ํา มัน ไทย น้ํา มัน ใคร    #ทํา ไม่ ช่วงนี้ น้ำมันแพง    #ส่วนประกอบ ราคาน้ำมัน    #น้ำมัน โคตร แพง    #ราคาน้ำมัน อิง จาก อะไร    #น้ำมันไทย แพงเพราะ    #สาเหตุ ของ น้ำมันในตลาดโลก แพง    #ปรับลดราคาน้ำมัน พรุ่งนี้    #สาเหตุ ของราคาน้ำมันแพง    #ทำไม ไทย น้ำมันแพงกว่า เพื่อนบ้าน    #ทํา ไม่ น้ํา มัน แพง    #น้ำมัน กับ เศรษฐกิจ    #น้ำมันขึ้น เพราะอะไร    #น้ำมัน ราคาสูง   


สมัครแทงหวย กดตรงนี้
3 ตัว 900 / 2 ตัว 90