��������������������������������������������������������������������� 2022

by WheelSharee Posted on 2022-03-02


ความคิดเห็นที่ 1
1
ตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล์ให้ดี. เบียร์ ไซเดอร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ ต่างมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ต่างกันออกไป ถ้าคุณต้องการที่จะรู้สึกเมาไวขึ้น ก็ให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น คุณสามารถตรวจสอบปริมาณได้ที่ข้างขวดบรรจุ จำนวนเปอร์เซ็นต์ยิ่งสูงก็แปลว่ายิ่งทำให้คุณเมาได้ไวขึ้นเท่านั้น[1]
เบียร์ที่มีแอลกอฮอล์สูงๆ มักจะมีแอลกอฮอล์อยู่ 15-18% ซึ่งอาจมาจากโรงเบียร์เล็กๆ มากกว่าบริษัทผลิตเบียร์ขนาดใหญ่
ขนาดเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ 11% ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพมากอยู่ ถ้าคุณไม่สามารถหาเบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในช่วง 15-18% ได้ ก็ลองหาแบบ 11% ดูก็ได้
จำขีดจำกัดตัวเองเอาไว้ให้ดี เบียร์ที่เข้มข้นแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้คุณหัวทิ่มได้ ให้ค่อยๆ ดื่มให้น้อยลงเมื่อคุณรู้สึกมึนหัวขึ้นมา ถ้าหากว่าคุณเริ่มรู้สึกปวดหัวมากๆ หรือรู้สึกเหมือนไม่สบาย มันเป็นเครื่องเตือนว่าให้คุณหยุดดื่มได้แล้ว คุณคงไม่อยากจะป่วยเพราะเมาหรอก
ตั้งชื่อภาพ Get Drunk Fast Step 2
2
เลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มไดเอทกับเหล้า. การผสมเครื่องดื่มไดเอท อย่างเช่น ไดเอทโซดา จะทำให้คุณเมาไวขึ้น นั่นอาจเป็นเพราะว่าโซดาทั่วไปเหล่านี้ถือว่าเป็นอาหารอย่างหนึ่ง ที่ทำให้การดูดซึมแอลกอฮอล์ในร่างกายลดประสิทธิภาพลง แต่ร่างกายอาจไม่ถือว่าพวกไดเอทโซดาเป็นอาหาร และจะช่วยให้แอลกอฮอล์ซึมเข้าได้ง่ายขึ้นนั่นเอง[2]
ไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าจะเมาได้ง่ายขึ้นเมื่อผสมเหล้ากับส่วนผสมไดเอท ถ้าคุณผสมเหล้ากับไดเอทโซดา ขอให้รู้ไว้ว่าคุณจะเมามากกว่าที่รู้สึกตัวเสียอีก
ตั้งชื่อภาพ Get Drunk Fast Step 3
3
ลองเครื่องดื่มที่มีฟอง. เครื่องดื่มที่มีฟองอาจทำให้คุณเมาไวขึ้น ถ้าคุณอยากเมาไวขึ้น และชอบพวกแชมเปญหรือไวน์ ก็ให้สั่งพวกเครื่องดื่มมีฟองเหล่านั้นซะ[3]
เครื่องดื่มมีฟองนั้นรวมไปถึงแชมเปญ ไวน์สปาร์คกลิ้ง ไวน์ผสมกับน้ำอัดแก๊ส และเครื่องดื่มที่ผสมกับน้ำโทนิค
ตั้งชื่อภาพ Get Drunk Fast Step 4
4
เลือกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มกว่าเบียร์. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้มๆ อย่างเช่นเหล้าจะทำให้คุณเมาไวกว่าเบียร์หรือไวน์ เพราะมันมีปริมาณแอลกอฮอล์มากกว่านั่นเอง การดื่มเป็นแก้วช็อตจะได้ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง เพราะคุณจะซึมซับแอลกอฮอล์เข้าไปได้อย่างดีเลยล่ะ โดยเฉพาะวอดก้าที่จะเพิ่มความไวในการเมาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ให้ลองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มข้นถ้าหากว่าคุณต้องการที่จะเมาไวขึ้น[4]
จำเอาไว้ว่า ตามแต่ละบาร์ เครื่องดื่มอาจเข้มข้นกว่าหรือเบาบางกว่าอีกที่ ตัวอย่างเช่น บาร์เทนเดอร์บางคนอาจเติมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้คุณมากกว่าปริมาณ 1 ที่ในเครื่องดื่มที่ผสมมานั่นเอง
คุณสามารถขอให้เพิ่มปริมาณบางอย่างเป็นสองเท่าได้ นั่นจะทำให้คุณได้แอลกอฮอล์ประมาณ 2 ที่ในเครื่องดื่มแก้วเดียว ถ้าหากว่าคุณดื่มมากขึ้นและเร็วขึ้น มันก็จะทำให้คุณเมาไวขึ้นได้เช่นกัน
เหล้านั้นมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงมาก การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปอาจทำให้ร่างกายคุณไม่สบายได้ ให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงแค่แก้วสองแก้วก็พอ
ความคิดเห็นที่ 2

กินเหล้า ตับไม่พัง ขึ้นอยู่กับปริมาณ และชนิดที่ดื่ม

การดื่มแอลกอฮอล์ให้ถูกชนิด ในปริมาณที่เหมาะสม ก็สามารถให้ประโยชน์กับร่างกายได้เช่นกัน

เบียร์ เป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไม่มาก ราวๆ 5% หรือ 5 ดีกรี

ไวน์ มีแอลกอฮอล์ราว 10% หรือ 10 ดีกรี

เหล้าต่างๆ มีแอลกอฮอล์ราวๆ 35-40% หรือ 35-40 ดีกรี

วอดก้า บรั่นดี วิสกี้ มีแอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง ราวๆ 40-50% หรือ 40-50 ดีกรี

ขนาดมาตรฐานที่เรามักเรียกกัน คือ 1 ดริ๊งค์ (drink) หรือ 1 แก้วที่มีปริมาณเครื่องดื่มราว 10-14 กรัม หากทำการคำนวณโดยนำปริมาณเครื่องดื่มหน่วยซีซี (cc.) x จำนวนดีกรี x 0.789 (ความถ่วงจำเพาะของแอลกอฮอล์) จะได้ออกเป็นจำนวนแอลกอฮอล์ที่ดื่มไปเป็นหน่วยกรัม ต่อ 1 ดริ๊งค์ หรือ 1 แก้ว

เช่น ไวน์ 100 cc x 10 ดีกรี x 0.789 = 7.89 กรัม คือจำนวนแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปต่อ 1 แก้ว

เมื่อคำนวณคร่าวๆ จะได้ปริมาณแอลกอฮอล์ที่เราสามารถดื่มได้คร่าวๆ ดังนี้

เบียร์ = ครึ่งแก้วเบียร์ใหญ่ หรือ 3-4 กระป๋องเล็ก หรือไม่เกิน 200-300 cc ต่อวัน

ไวน์ = ก้นแก้วไวน์ หรือราวๆ 100 cc

เหล้า = 2 ใน 3 ของแก้วเป๊ก (แก้วเหล้าเล็กๆ)

จำนวนนี้ถือเป็น 1 ดริ๊งค์ของแอลกอฮอล์ในแต่ละชนิด


ดื่มมาก ดื่มน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง?

  1. หากแบ่งแยกตามเพศ ผู้หญิงไม่ควรดื่มเกิน 1 แก้ว ในขณะที่ผู้ชายไม่ควรดื่มเกิน 2 แก้ว สาเหตุที่ผู้หญิงดื่มแอลกอฮอล์ได้น้อยกว่า เพราะมีการกระจายไขมันต่อแอลกอฮอล์น้อยกว่า แอลกอฮอล์ดูดซึมได้เร็วกว่า

  2. กรรมพันธุ์ แต่ละคนจะมีระบบเผาผลาญไม่เหมือนกัน และไม่เท่ากัน อาจมีคนที่คออ่อน และคนคอแข็ง ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ของคนนั้นๆ

  3. โรคประจำตัว หากเป็นโรคตับอยู่แล้ว ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งเพิ่มอันตรายต่อโรคตับให้มากขึ้น

  4. ช่วงเวลารับประทานอาหาร ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ขณะท้องว่าง อาจทำให้เมาได้เร็ว และทำร้ายตับได้มากกว่า
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
#สูตรเหล้าเมาเร็ว    #เหล้า กินง่าย เมาเร็ว    #เหล้าที่แรงที่สุดในเซเว่น    #เหล้าที่แรงที่สุดในโลก    #เหล้ายี่ห้อไหนดี    #อะไรในเซเว่นกินแล้วเมา    #เหล้ายี่ห้อไหน ถูก สุด    #ระดับความแรงของเหล้า    #โค้กผสมอะไรเมา    #น้ำ ผสม กินแล้วเมา    #กินอะไรแทนเหล้า    #วิธีทําให้เมา เร็วที่สุด    #ก่อน กินเหล้า กินอะไร    #เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ แต่เมา    #เหล้าที่เมาเร็วที่สุด    #เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 7-11    #กินอะไรเมาแทนเหล้า    #เหล้าอะไรกินแล้วเมาเร็ว    #เหล้า ที่ เมาเร็วที่สุด    #สูตรค็อกเทล แรงๆ    #เหล้าที่แรงที่สุดใน เซ เว่ น.    #กินเหล้าเพียวยังไงไม่ให้เมา    #กินเหล้ายังไงให้เมา    #สูตรเหล้าถัง หงษ์ทอง    #ยากินเหล้าไม่เมา7-11    #กินอะไรก่อนกินเหล้า ไม่เมา    #ยากินเหล้าไม่เมา7-11ราคา    #กินเหล้ายังไงให้คอแข็ง    #สูตรผสมเหล้าขาวอร่อย    #สูตรค็อกเทล แรง ๆ    #กินอะไรแล้วเมา    #สูตรเหล้าถัง เหล้าขาว    #สูตรผสมเหล้า 285    #วิธีแก้เมาเหล้า เร่งด่วน    #วิธีแก้ น็อค เหล้า    #วิธีแก้เมาเบื้องต้น    #วิธีแก้อาการเมาค้าง พะอืดพะอม    #วิธีแก้เมา เร่งด่วน pantip    #วิธีดูแลคนเมาเหล้า    #วิธีแก้เมา เวียนหัว    #กินเหล้ายังไงไม่ให้อวก    #กินเหล้ายังไงให้เมาเร็ว    #กินเหล้ายังไงไม่ให้อ้วน    #กินเหล้ายังไงไม่ให้แฮงค์    #กินเบียร์ยังไงไม่ให้เมาเร็ว    #คออ่อน เมาง่าย    #กินเบียร์ยังไงให้เมาเร็ว    #วิธีกินเบียร์ไม่ให้เมา    #กินเหล้ายังไงให้ไม่เมา    #เบียร์ เมาเร็ว    #กินเหล้ายังไงไม่ให้เมาเร็ว    #วิธีทําให้หายเมา เร็วที่สุด    #กินเหล้ายังไงให้อร่อย    #เหล้ายี่ห้อไหนเมาเร็ว   
หัวข้ออื่น ( ดูทั้งหมด )


สมัครแทงหวย กดตรงนี้
3 ตัว 900 / 2 ตัว 90