โรคมือเท้าปาก 2020

by WheelSharee Posted on 2019-11-24



ความคิดเห็นที่ 1
ลูก2 ขวบ 8 เดือนค่ะ เรียนอยู่เตรียมอนุบาล เมื่อเช้าวันอังคารอยู่ๆตัวร้อนค่ะ เราจึงให้หยุดเรียนดูอาการ ก็เช็ดตัวทั้งวัน กินยาลดไข้ ทุก 4 ชม ไข้ก็ ขึ้นๆลงๆค่ะ พอมาวันพุธ ตื่นมาร้องเจ็บคอ ให้อ้าปากเห็นมีแผลเป็นจุดๆด้านในคอค่ะ ข้อมือมีเม็ดๆขึ้น 5 - 6 เม็ด จึงรีบไปหาหมอค่ะ ที่แรกเป็นหมอ แถวบ้านค่ะ พอตรวจหมอบอกไม่คิดถึงมือเท้าปากนะ เพราะเท้าไม่มีตุ่ม ส่วนตุ่มไม่ได้ขึ้นที่ฝ่ามือ  แต่ แผลที่คอเหมือนอยู่ ไม่ชัวร์จริงๆคืออะไร ให้ยา ทาผดผื่น แก้อักเสบ ลดน้ำมูกมาค่ะ ไม่สบายใจค่ะ หมอพูดว่าไม่ชัวร์ จึง พาไป รพ เอกชน ติดถนนใหญ่ พอไปถึงดูมือ บอก คือผื่น มือเท้าปาก เราก็ถามทำไงคะ แล้วคอละ เค้าก็ส่องคอ บอกแค่เริ่มเม็ดเดี๋ยวมันจะแตกแล้วเจ็บกว่านี้ ไม่มียาให้หยุด 1 อาทิตย์ ได้ยาชามาค่ะ 1 ขวด วันนี้วันพฤ ผื่นลามมาไหล่ก้นหัวเข่า คือ เริ่มจะเกือบทั้งตัว ตกลง มือเท้าปากก็เป็นแบบนี้ใช่ไหมคะ ที่คอยังไม่หาย ยังคงเจ็บอยู่ เพิ่มเติมแค่เม็ดขึ้นเรื่อยๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ที่ฝ่ามือและเท้าไม่มีค่ะเป็นแค่หลังมือข้อมือแขนลามมาตัว ใช้คารามาย ทาได้ใช่ไหมคะ ตอนนี้เอาทาอยู่ ส่วนยาแก้อักเสบไม่ได้ให้กินเพราะ โรคนี้มาจากเชื้อไวรัส แต่เห็น ตุ่มแล้วก็ งงๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
หมอให้ยาอะไรมา ก็ให้ยาตัวนั้นแหละ
คารามายด์ ไม่สามารถใช้ได้

อาการแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนออกที่มือที่เท้า
บางคนออกที่คอ ที่ก้น แล้วแต่คน แต่ที่แน่ๆ
โรคนี้ ติดต่อ อย่าส่งลูกไปเรียน เดียวเพื่อนจะติด
ต้องล้างทำความสะอาด เครื่องใช้เด็ก
ด้วยสารประกอบพวกคลอรีน เช่น น้ำยาไฮเตอร์
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกพึงเป็นมาละครับ ห้ามเอาอะไรทาตัวลูกโดยเด็ดขาดนะครับ แป้งก็ไม่ได้ ให้มันแตก แล้วแห้งไปเอง ยาชาที่ให้คือ มันจะเจ็บปาก กินไม่ได้ ให้กินแต่ของเย็นๆ  แก้ไข้กินตามอาการ 4-5 วันน่าจะไม่มีไข้  ส่วนตุ่มมันจะแห้งและรอกไปเอกทุกวันนี้ที่ผ่าเท้าลูกยังลอกไม่หมดเลยครับ 3 อาทิตย์ละ เช็ดตัวทำความสะอาดดีนะครับ หมอบอกถ้าเราทาแป้ง ไปโดนตุ่มที่มันแตกอาจจะติดเชื้อได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 4
เป็นที่มือ เท้า ขา ถ้าหนักก็ในปากด้วยส่วนที่หลังหน้าท้องไม่เป็นลูกชายดิฉัน
ขึ้นช่วงระยะเผลอตาแบบตะปุมตะปำเหมือนคางคกเลยถือว่าหนักเอาการ
ความคิดเห็นที่ 5
ลูกชายก็เพิ่งหายค่ะ เป็นแผลในคอเต็มไปหมด ลักษณะคล้ายๆ เป็นร้อนใน แล้วก็มีจุดแดงๆ เต็มไปหมด หมอบอกว่าตรงจุดแดงๆ พอวันรุ่งขึ้นก็จะแตกกลายเป็นแผล จะทำให้เจ็บจนเด็กบางคนไม่ยอมทานอะไร  ให้ทานของเย็นๆ  แต่ที่มือและที่เท้าไม่มีขึ้นผื่นเลยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 6
หมอบอก มือ เท้า ปาก คือ อาจจะไม่ขึ้นทั้งหมดก็ได้ 
เป็นที่มืออย่างเดียวก็ได้ ที่ปากอย่างเดียวก็ได้
ความคิดเห็นที่ 7
ในคอยังขึ้นเรย  ตัวร้อนมากๆ  มีจุดบ้างตามงามนิ้ว   โดนไปครั้งแรกที่ไปโรงเรียน  
คุณหมอ อนุโลมกินของเย็นๆได้ ไม่ผิด  ระวัง ไข้ขึ้น 40องศาด้วยครับ  หาเจลที่เป็น  แผ่นประคบเย็น  รองใต้คอ หรือตัว โดยมีผ้ารองอีกชั้น
ความคิดเห็นที่ 8
ลูกสาวเคยเป็น 2 ครั้งค่ะ ถ้าทานข้าวได้ หายห่วงค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
โรคมือเท้าปากไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะคุณแม่ไม่ต้องกังวล  ถ้าลูกไม่ซึมไม่อาเจียนก็สบายใจได้ค่ะเพราะนั่นหมายถึงเชื้อไม่ขึ้นสมองค่ะ
เพียงแต่คุณแม่จะต้องอดหลับอดนอนเพราะลูกร้องทานนมไม่ได้เพราะเจ็บภายในปากทานข้าวไม่ได้ ลูกเราเคยเป็นค่ะน่าสงสารมากร้องทั้งคืนเลยไม่ได้นอนเกือบอาทิตย์ ของลูกเราช่วง1-2วันแรกจะมีไข้ค่ะแต่ไม่ซึม ฝ่ามือฝ่าเท้าจะเป็นจุดสีแดงๆทั้งหน้ามือและหลังมือค่ะส่วนหลานเราตามขาก็เป็น  แนะนำให้น้องทานน้ำเย็นนะคะถ้าน้องยังเล็กยังดูดขวดก็เอาใส่ขวดให้ทานค่ะถ้าน้องทานนมก็แช่เย็นค่ะและพวกไอศครีมปากน้องจะชาจะไม่เจ็บมากทำให้น้องทานได้ค่ะเพราะข้าวน้องคงทานไม่ได้แน่นอนค่ะ ไปหาหมอ หมอบางท่านอาจจะไห้ยาชามาใส่อ่ะค่ะ

** ถ้าน้องเป็นมือเท้าปากจริงก็ สู้ๆ นะคะ เพราะน้องจะร้องงองแงทั้งวันทั่งคืนแหละค่ะถ้าน้องไม่ซึมไม่อาเจียนก็ไม่น่าเป็นห่วงค่ะแต่ที่น่าห่วงคือคุณแม่ค่ะ**
ความคิดเห็นที่ 10
ระวังเรื่องไข้สูงด้วยนะคะ ลูกเราเป็นครั้งแรกมีไข้ร่วมด้วย ชักเลยค่ะ
เป็นแล้วเป็นได้อีกนะคะ ลูกเราเป็นทุกปีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
2.5 ขวบ จัดไป 3 ครั้งแล้ว
ไข้สูง กินไม่ได้ น่าสงสารมาก
ยิ่งดูข่าวระยองอันดับหนึ่ง...ยิ่งเซ็ง
กำลังจะไปโรงเรียนด้วย
ความคิดเห็นที่ 12
เป็นจนกว่าลูกๆจะสร้างภูมิได้ครับ
พยายามดูแลที่ไข้สูงอย่างใกล้ชิด
โรคสามัญประจำโรงเรียนเด็กเล็กครับ
ความคิดเห็นที่ 13
ลูกเราเป็น ตอนช่วงน้ำท่วมบ้านเมื่อ ต.ค. 54 พอดีคะ ตอนนั้นวุ่นวายมาก สงสารลูกก็สงสาร สงสารบ้านก็สงสาร จนมีเภสัชท่านนึ่ง แนะนำให้กินยาจีน แทนน้ำ คือ ยาน้ำเขากุย อะคะ หาตามร้านขายยาทั่วไป เราให้ลูกกินแทนน้ำอยู่ 3 วันลูกก็หายคะ
ความคิดเห็นที่ 14
ลูกเคยเป็นค่ะ 2 พี่น้องเป็นห่างกันนิดหน่อย แค่มีไข้หนึ่งคืน จากนั้นมีตุ่มใสๆที่มือกะริมฝีปากเล็กน้อย ยังนึกว่าแพ้อะไร เพราะไม่มีอาการอะไรเลย จนจะหายแล้วเพิ่งไปหาหมอถึงรู้ว่าเป็นมือเท้าปากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 15
โรคนี้อาการมีตั้งแต่เบาๆ ไปจนถึงหนักต้องนอนโรงพยาบาล
ถ้าเบาๆ ก็แค่มีแผลในปากนิดหน่อย ไม่ซึม ไม่มีไข้ กินเล่นได้ปกติ
ถ้าหนักๆ ก็เป็นไข้สูง ไม่ยอมกินอะไรเลยเพราะเจ็บปาก แบบนี้ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือ
ความคิดเห็นที่ 16
ลูกสาวกำลังเป็นอยุ่เลยค่ะ รร.โทรมาแจ้งให้รับลูกกลับบ้านตอนสายๆเพราะมีเด็กในห้องเรียนเป็นสองคน รับกลับบ้านวันพฤหัส เริ่มมีน้ำมูกใสๆ วันเสารฺ์มีไข้ ตกเย็นมีตุ่มขึ้นในปาก จากนั้นมาจนวันนี้ลูกทานแทบไม่ได้เลยค่ะ ได้แต่นมกับไอศคริมเย็นๆวันละนิดละหน่อย ดีว่าไม่ซึมและไม่มีไข้สูง แต่ก็น่าสงสารมาก เจ็บปากจนแทบไม่พูดเลยค่ะ T T
ความคิดเห็นที่ 17
ลูกเคยเป็น ตอนเป็นไม่รู้ตัว เป็นตุ่มที่ขา นึกว่าเป็นตุ่มขัน แม่เราสังเกตุ
ไม่หายสักที พาไปหาหมอ หมอดูปาก เป็นตุ่มในปากด้วย
หยุดเรียนไป 1 อาทิตย์รอแผลหายหมด ไม่มีไข้ แต่จะทานนมไม่ค่อยได้
แต่ก็ไม่อันตราย
ความคิดเห็นที่ 18
ลูกชายก็เป็นเหมือนกันคะ 2ขวบ3เดือน ตอนแรกเป็นตุ่มใสที่ขา คันมาก หลังจากนั้นอีก2วัน เป็นที่อุ้งมือ2ข้าง พอวันต่อมามุจุดแดงๆที่ฝ่ามือและนิ้วมือ เท้า แต่น้องร่างเริงดี และทานข้าวได้ ปรึกษาคุณหมอ  คุณหมอบอกเป็นมือเท้าปาก ต้องหยุดเรียน ให้ทายาพวกที่มีซิงค์ และทานยาแก้แพ้แก้คันคะ
ความคิดเห็นที่ 19
เชื้อไวรัส ไม่มียาฆ่าเชื้อค่ะ รักษาตามอาการ ไข้ก็ทานยาลดไข้ 2-3 วันจะหายเองค่ะ ถึงเวลาเชื้อจะตายเองค่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
ลูกเราเพิ่งเป็นเลยค่ะ เป็นเมื่อวันที่ 1 มค. เลย แต่ตอนนี้หายดีแล้ว
แต่เรา แอดมิด เลยะนะคะ เพราะลูกเราไม่ยอมกินอะไรเลย น้ำเย็น ไอติม ของเย็นๆ ไม่กินเลยแม้แต่น้อย หมอบอกว่าโรคนี้อันตรายตรงที่เด็กกินอะไรไม่ได้เลย แล้วจะทำให้ช๊อก เพราะขาดน้ำและอาหาร เลยให้ แอดมิด ให้นำเกลือแทนค่ะ ยังไงถ้าน้องไม่ยอมกินอะไรเลย ก็แอดมิด ดีกว่านะคะ
ความคิดเห็นที่ 21
ลูกผมเป็นมา2รอบแล้วครับ ช่วงที่เป็นลูกอยากกินอะไรตามใจไปเลย ขอแค่เขากินได้เป็นพอ ของเย็นๆเขาจะกินง่าย นมแช่เย็นก็ได้
ช่วงที่เขาเพลินๆ เขาก็กินได้แบบไม่รู้สึกอะไร อย่าไปเน้นไปย้ำว่าเจ็บ
เพราะถ้ากินเองไม่ได้ ต้องไปนอนให้น้ำเกลือครับ ไม่งั้นเด็กจะขาดสารอาหาร และจะยิ่งอ่อนแอ ถ้าไม่ดูแลเลยอาจถึงตาย(มั้ง)
ส่วนยาก็ตามที่หมอจ่าย แล้ว ถ้ามีอาการอะไรเพิ่มเติมก็ต้องไปหาหมอ
ความคิดเห็นที่ 22
ต้องทำใจเด็กจะเจ็บแผลในปากมาก กินอะไรไม่ได้ งอแง
ประมาณ 1 อาทิตย์ที่กินไม่ค่อยได้
ลองคิดดูเวลาเรามีแผลในปากแผลเดียวยังแสบมาก
ความคิดเห็นที่ 23
มีเพื่อนเป็นครูอนุบาล  เขาเล่าให้ฟังค่ะว่า ส่วนหนึ่งที่โรคนี้ระบาดไม่สิ้นสุด เพราะมีผู้ปกครองบางคน รู้ว่าลูกป่วย แต่ไม่ยอมให้ลูกหยุดอยู่บ้าน
ขนาดบางทีครูจับได้ว่า น้องป่วยอยู่ โทรเรียกผู้ปกครองให้มารับ ยังไม่ยอมมาเลยค่ะ บอกจะมาๆ แต่สุดท้ายก็ทิ้งน้องไว้ทั้งวัน
จะจับน้องแยก ก็ใช่ว่าครูจะมีเพียงพอดูแลเด็ก เพราะยังมีอีกร่วมสิบชีวิตที่ต้องดูแลอยู่เหมือนกัน ต่อให้อยู่ห้องพยาบาล ในห้องนั้นก็มีเด็กอื่นอีก
จะเอาเด็กไปส่งคืนผู้ปกครองที่บ้าน เดี๋ยวก็อ้างไม่มีคนอยู่บ้าน ไม่สะดวกรับน้องอะไรต่อมิอะไร สุดท้ายก็เป็นหน้าที่ครูต้องดูแลอยู่ดี
พอเด็กคนอื่นป่วยตาม ผู้ปกครองก็มาโทษครู ทั้งที่ครูก็พยายามขอความร่วมมือแล้วว่า น้องไม่สบายอย่าพามาแพร่เชื้อ
ห้องทำความสะอาดตลอด แต่ตราบใดที่ผู้ปกครองยังทำแบบนี้อยู่เชื้อก็ไม่หมดไม่สิ้นไปซักทีน่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
อามาจาก fb คุณหมอสุธีรานะคะ


#โรคมือ-เท้า-ปาก (HAND FOOT MOUTH)

โรคมือ-เท้า-ปาก เกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด ดังนั้นจึงพบว่าอาจเป็นโรคนี้ได้หลายครั้งตลอดชีวิต เนื่องจากการเป็นโรคแต่ละครั้งจะสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการเป็นครั้งต่อไปที่จำเพาะกับไวรัสชนิดนั้นเท่านั้น ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในเมืองไทยคือสายพันธุ์ Coxsackie A16 ซึ่งมักไม่มีความรุนแรงถึงชีวิต แต่มีบางปีที่พบสายพันธุ์ Enterovirus 71 (EV-71) เป็นชนิดที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย คือ ก้านสมองอักเสบหัวใจล้มเหลว น้ำท่วมปอดอย่างเฉียบพลัน อัตราการเสียชีวิตสูงมาก บางคนที่มีการติดเชื้อ EV-71 อาจมีอาการรุนแรง โดยมิได้มีผื่นให้เห็นเลย หรือ มีเพียงแผลในปาก แต่ไม่มีผื่นที่มือ-เท้า

โรคนี้เป็นในคนเท่านั้น ไม่ใช่โรคเดียวกับปาก-เท้าเปื่อยที่พบในสัตว์กีบอย่าง วัว ม้า และแกะ

โรคนี้ติดต่อโดยการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ และน้ำจากตุ่มน้ำใสที่ผิวหนัง หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสแล้วนำมือเข้าปาก มีระยะฟักตัว 3-7 วัน เมื่อติดเชื้อผู้ป่วยจะมีไข้ เป็นแผลในปากหลายจุด ทำให้เจ็บ กินได้น้อย และน้ำลายไหล มีผื่นเป็นจุดแดงหรือตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือก้น ไม่คันแต่อาจรู้สึกเจ็บ อาการไข้มักเป็นไม่เกิน 3 วัน ส่วนอาการเจ็บแผลในปากจะเป็นมากใน 3 วันแรก หลังจากนั้นจะเจ็บน้อยลงและเริ่มกินได้บ้าง พอครบ 7-10 วันแผลจะหายสนิทก็จะกินได้มากขึ้น

อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำและพลังงาน ภาวะชักจากไข้สูง

ควรพาลูกพบหมอทันที หากลูกมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งภายใน 3-5 วันหลังเริ่มแสดงอาการ ดังนี้
ไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส และ นานกว่า 48 ชม.
อ่อนเพลียมาก กินได้น้อย
ซึมลง เดินเซ
กระสับกระส่าย ร้องกวนตลอดเวลา
การกรอกตาไปมาผิดปกติ
ปวดศีรษะรุนแรง
อาเจียนบ่อย
ชัก กล้ามเนื้อกระตุก ไม่รู้สึกตัว
หอบเหนื่อย
ตัวเย็นจัด ตัวลาย ตัวซีด

#การรักษา

ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัส ห้ามใช้สเตียรอยด์

ให้ยาพาราเซตามอลหรือไอบูโปรเฟน เพื่อลดไข้หรือแก้ปวดแผลในปากและเช็ดตัว

ให้กินอาหารอ่อนนุ่ม รสไม่จัดเพราะจะเจ็บแสบแผล หากกินได้น้อย ลองให้ยาชาชนิดกลืนได้ (xylocaine viscus) ก่อนทานอาหาร หากลูกไม่ยอมดูดนมจากขวด เพราะจุกนมอาจชนถูกแผลทำให้เจ็บมาก ลองใช้วิธีจิบ หลอดดูด หรือช้อนป้อน หรือใช้หลอดฉีดยาป้อนแทน ให้ดื่มนมเย็น กินพุดดิ้งหรือไอศกรีมเพื่อให้ได้พลังงาน ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่อุ่นร้อน หรือมีรสเปรี้ยวเช่นน้ำผลไม้บางชนิด หรือมีรสซ่าเช่นน้ำอัดลม เพราะจะเจ็บแผลมากขึ้น

หากกินไม่ได้เลย อาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดเป็นพลังงานทดแทน

ทำความสะอาดช่องปากด้วยการบ้วนปากหรือเช็ดปากด้วยน้ำเกลือครึ่งช้อนชาผสมน้ำ 1 แก้ว

แยกผู้ป่วย ไม่ให้ลูกไปโรงเรียน งดไปเล่นนอกบ้าน งดไปว่ายน้ำ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น และ อาจมีความจำเป็นต้องปิดโรงเรียนหรือสถานเลี้ยงเด็กชั่วคราว หากมีการระบาดเกิดขึ้นมาก

ผู้ที่มีอาการรุนแรงต้องรักษาตัวในไอซียู

#การป้องกัน

เชื้อนี้ตายง่ายในที่แห้งและความร้อน การต้มหรือนึ่งสามารถฆ่าเชื้อนี้ได้ แต่หากอยู่ในที่ที่มีความชื้น หรือ มีสารคัดหลั่งปกคลุม เชื้อจะอยู่ได้นานหลายวัน เชื้ออาจแพร่โดยผ่านทางมือผู้ที่สัมผัสกับและไปสัมผัสเด็กคนอื่น เช่นการเปลี่ยนผ้าอ้อมของ เด็กเล็ก นอกจากนี้เชื้ออาจอยู่บนพื้นผิวของสิ่งแวดล้อม, ของเล่น ทำให้เกิดการสัมผัสทางอ้อมได้

การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ดีที่สุด เพราะแอลกอฮอล์เจล ไม่สามารถฆ่าเชื้อนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังควรแนะนำให้ใช้แอลกอฮอล์เจลไปด้วยเพราะใช้ง่ายและจะสามารถฆ่าเชื้อไข้หวัดใหญ่และเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่ก่อโรคระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจอื่นๆ ซึ่งมักเกิดการระบาดในช่วงเดียวกันกับการระบาดของโรคนี้ด้วย

หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย งดการใช้ของใช้และของเล่นร่วมกัน

ทำความสะอาดของเล่นและสิ่งแวดล้อมด้วยสบู่หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป สำหรับพื้นผิวที่เปื้อนเชื้ออย่างมาก ให้ใช้น้ำยา คลอร็อกซ์ หรือน้ำยาฟอกขาว 0.5%-1% หากไม่สามารถทำความสะอาดด้วยวิธีอื่นได้ ให้เช็ดถูให้สะอาดและทำให้แห้ง สระว่ายน้ำควรใส่คลอรีนให้เหมาะสม (1 ppm)

"ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้"
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :

บทความทั้งหมด
  คลิกที่นี่ เพื่อดูสินค้าแนะนำ
  ลดราคากว่า 80%(ห้ามพลาด)