โรคตาแดง 2020

by WheelSharee Posted on 2019-11-24



ความคิดเห็นที่ 1
สธ.เผยสถานการณ์โรคตาแดงปีนี้ เกือบ 5 เดือนทั่วประเทศพบผู้ป่วยเกือบ 50,000 ราย ย้ำงดใช้ยาหยอดตาร่วมกัน ชี้ป้องกันได้โดยล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ ไม่ขยี้ตา
ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าช่วงนี้ฝนตกชุกเกือบทุกภาค บางพื้นที่มีน้ำท่วมขัง มีหลายโรคที่สามารถติดต่อกันและระบาดได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคตาแดงจากเชื้อไวรัสเนื่องจากสภาพอากาศที่ชื้นแฉะ เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี 2559 นี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 23 พฤษภาคม ทั่วประเทศพบผู้ป่วยแล้ว 47,410 ราย โดยเฉพาะ 5 จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนคนสูงสุด ได้แก่ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี แม่ฮ่องสอน ศรีษะเกษ และสระบุรี คาดว่าผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นตลอดฤดูฝนปีนี้
ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล กล่าวต่อว่า ได้เน้นย้ำให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันโรคตาแดง โดยเฉพาะตามโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก เพื่อป้องกันการป่วยจากโรคนี้ โดยเฉพาะช่วงที่มีน้ำป่าไหลหลาก ฝนตกหนัก มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ ขอให้ผู้ปกครองย้ำเตือนลูกหลานอย่าลงไปเล่นน้ำ เนื่องจากในน้ำท่วมขังจะมีเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่อยู่บนพื้นดิน เช่น มูลสัตว์ต่างๆ ขยะปนเปื้อนเป็นจำนวนมาก หากน้ำเข้าตาจะทำให้ตาอักเสบและเป็นโรคตาแดงได้
ด้าน นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคตาแดง เกิดจากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย โดยเชื้อโรคจะอยู่ในน้ำสกปรกหรือฝุ่นละอองเข้าตาโดยตรงหรือติดมากับมือ เมื่อเชื้อโรคเข้าตาจะทำให้ระคายเคืองตา ตาแดง มีขี้ตามาก หนังตาบวม ปวดตาหรือมองแสงจ้าไม่ได้ อาจเป็นข้างหนึ่งข้างใดหรือเป็นทั้ง 2 ข้าง โรคนี้ติดต่อกันจากการสัมผัสมากที่สุด
ดังนั้น เมื่อเป็นโรคตาแดงขอให้ปฏิบัติตัว ดังนี้  1.ให้ใช้กระดาษนุ่มๆ ซับน้ำตา หรือใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดขี้ตาและบริเวณเปลือกตา แล้วทิ้งในถังขยะที่มิดชิด 2.ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา เนื่องจากเชื้อจะสะสมที่ผ้าเช็ดหน้าและแพร่ไปติดคนอื่นได้ 3.งดใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าตาจะหายอักเสบ 4.ใส่แว่นกันแดดเพื่อลดการระคายเคืองจากแสง 5.ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว แว่นตา และเครื่องนอน เพื่อป้องกันโรคแพร่ระบาด ประการสำคัญ ไม่ควรใช้ยาหยอดตาร่วมกัน เนื่องจากเชื้ออาจติดอยู่ที่ปากขวดยาหยอดตาได้ ทั้งนี้ หากมีอาการปวดตารุนแรง ตาพร่ามัว หรืออาการตาแดงไม่ทุเลาภายใน 7 วัน ขอให้ไปรับการรักษากับแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
สำหรับการป้องกันโรคตาแดงมีดังนี้ 1.ถ้ามีน้ำสกปรกเข้าตาควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที 2.หมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ เพื่อกำจัดเชื้อโรคออกจากมือ และห้ามใช้มือขยี้ตา 3.รักษาความสะอาดเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด
ความคิดเห็นที่ 2
เรื่องมีอยู่ว่า.......เราเป็นพนักงานกราฟฟิค มีอาการตาแดงมาตั้งแต่ปี 59 คะ คือมันเริ่มมาจากตาแห้งก่อนนะ เวลาเรามองจอคอมนานๆอะ ทีนี้ไปเราไปร้านขายยาแถวบ้าน ปรึกษาเภสัชดู เขาเลยให้ยาหยอดตากับน้ำตาเทียมเรามาคะ เราก็มาหยอด มันก็โอเคนะ แต่มันเหมือนมีเวลาของมันอะ คือพอหยอดไปซัก 3 ชั่วโมง มันก็แห้งอีก เราก็ต้องหยอดใหม่ตลอด โคตรจะเบื่อ..... กลายเป็นเสพติดน้ำตาเทียมไปเลย 5555 ต่อๆคะ.....
แล้วทีนี้อยู่ๆตามันก็เริ่มแดงขึ้นอีกเรื่อยๆ จนมันแดงมากแบบน่ากลัวอะ (ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยอยากเอามาให้ดูเหมือนกัน) คือตาขาวเรามันแดงมากอะ ต้องเอาผ้าก็อตมาปิดไว้ จนเริ่มรำคาญเลยไปหาหมอ ซึ่งเราก็ค่อนข้างมีความหวังว่าถึงมือหมอแล้วจะโอเคใช่ปะ แต่ไม่เลย หมอบอกว่าแค่อาการตาแดง ก็ให้ยาหยอด กับยากินแก้อักเสบมา และหมอก็บอกอีกว่าต้องพักสายตาเยอะๆ เราจะพักได้ยังไงคะ...... ฮัลโหลลล...เราต้องทำงานจ้า!!! แต่ก็ทำตามหมอนะ มีแอบงีบบ้างเวลาง่วงๆจะได้พักสายตาไปในตัว กินยาหมอหมดมันก็หายนะ แล้วก็กลับมาเป็นอีก.... จนตอนนี้ตาแดงมันไม่หายไปซักที เรื้อรังสุด!!  
มีเพื่อนบอกให้เราไปหาพวกวิตามิน อาหารเสริมมากินดู พวกบำรุงสายตา เลยอยากจะขอให้เพื่อน พี่ๆน้องๆ ลุง ป้า น้า อา....ชาวพันทิป แนะนำหน่อยว่า มีตัวไหนน่าสนใจ แล้วพอจะช่วยเราได้บ้างคะ  ใครเคยกินแล้วดี แชร์ประสบการณ์บอกต่อให้เราหน่อยจ้าาาาาา  
ขอบคุณเจ้าา.......
ความคิดเห็นที่ 3
แนะนำ ดิทีน่า ครับ  ผมลองมาหลายตัวละครับ ทั้งวิตามิน ทั้งอาหารเสริม  แต่ก็ได้แต่ภาพรวมของร่างกาย  เลยหาข้อมูลที่เป็นอาหารเสริมที่บำรุงสายตาและปรับสมดุลให้กับดวงตาเราได้  จึงได้มาพบและได้ลองทานดิทีน่าครับ (เกริ่น) ก่อนหน้านี้ผมเป็นจอประสาทตาเสื่อมครับ (หมอบอกแบบนั้น) เพราะผมมีอาการตาพร่า ตามัวเป็นจุดๆ จุดขับรถลำบาก ทำงานไม่ได้  หมอแนะนำให้ลอกตาดู  แต่ก็ไม่กล้าครับ  เลยหาตัวช่วยแทน  จขกท  ลองดูครับไม่เสียหายครับ  ผมทานมาตอนนี้ก็เข้าเดือนที่ 3 แล้ว  ตอนนี้ดีขึ้นมากครับ  ขอให้หายไวๆครับ
ความคิดเห็นที่ 4
ได้ใส่แว่นกรองแสงคอมรึปล่าว? เราใส่แว่นกรองแสงจากคอมอ่ะ 
แล้วก็ลดแสงหน้าจอลงเวลาที่ตาล้าๆ เวลาตรวจงานค่อยเพิ่มแสงให้เหมาะสม
ความคิดเห็นที่ 5
ดิทีน่าอีกเสียงนึงค่ะ  พอดีเราเป็นแม่ค้าออนไลน์วันๆจ้องแต่จอมือถือ(ไม่รู้เหมือนจอคอมป่าว) แต่มีอาการคล้ายๆกับ จขกท ก่อนหน้านี้ปวดตามาก ตาแห้งจนน้ำตาไหลเอง  และตาแดงเหมือน จขกท เลยค่ะ แต่ว่าไม่ได้ไปหาหมอ เห็นเค้าบอกว่ากินอาหารเสริมช่วยได้(ปกติกินอาหารเสริมอยู่แล้วพวกบำรุงผิว) ได้ลองดิทีน่ากินไปประมาณ 2-3 อาทิตย์ เออมันช่วยได้จริงแฮะ ตาไม่ค่อยปวด ตาไม่แห้งตาแดงหายด้วย ติดใจกินมาเรื่อยๆ ลองดูนะคะ ขอให้ จขกท หายไวๆจ้า
ความคิดเห็นที่ 6
โรคตาแดง เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เยื่อตาอักเสบ กระจกตาถลอก ต้อหิน ผง ฝุ่น ควัน สารต่างๆเข้าตา ขยี้ตา เนื้อเยื่อได้รับอุบัติเหตุที่ตา
หรือเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไป อาการที่มักจะพบในโรคตาแดงมักจะมีอาการแสบตา น้ำตาไหล ตาพร่า มองเห็นภาพไม่ชัด
มีขี้ตาเหลวหรือเป็นก้อนแข็ง คันตา หรือคันบริเวณเปลือกตา เปลือกตาบวม รวมถึงเปลือกตาอักเสบและลอกได้ เป็นต้นค่ะ

นอกจากนี้โรคตาแดงสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ค่ะ ถ้าสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยจะติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสเชื้อโดยตรง
ซึ่งเชื้ออาจจะปนเปื้อนติดอยู่ตามนิ้วมือของผู้ป่วย และถ้าหากผู้ป่วยไปจับต้องสิ่งของอื่น ๆ อาจทำให้เชื้อโรคที่ติดอยู่บริเวณนิ้วนั้น
ติดอยู่กับสิ่งของที่จับได้ และถ้าผู้อื่นมาจับต้องสิ่งของนั้นๆต่อ เชื้อโรคก็จะติดมือผู้นั้นไป และถ้าผู้นั้นเอามือไปสัมผัสบริเวณตา
ก็จะทำให้ติดเชื้อโรคตาแดงได้นั่นเองค่ะ

เบื้องต้น แนะนำให้ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้แมลงหวี่ หรือแมลงวันตอมตา หมั่นดูแลรักษาความสะอาด
ของร่างกาย สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ให้สะอาดอยู่เสมอค่ะ และทำตามคำแนะนำของแพทย์
อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้เร็วค่ะ ส่วนการที่แพทย์ให้คำแนะนำว่าควรหยุดงานนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้โรคตาแดงลุกลาม หรือ
ติดต่อสู่คนอื่นได้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
อาการของโรคตาแดง มักจะเกิดการระคายเคืองตา ปวดตา หรือแสบตาได้ค่ะ และถ้าเราใช้สายตามากๆ อาจจะทำให้ดวงตา
เกิดการระคายเคืองมากยิ่งขึ้นได้ค่ะ แนะนำให้พักสายตา เพื่อบรรเทาอาการตาล้า ใช้ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียมตามที่แพทย์สั่ง
หรืออาจจะล้างตาด้วยน้ำเกลือ น้ำอุ่น หรือน้ำเย็น เพื่อลดการระคายเคืองร่วมด้วยได้ค่ะ แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นแนะนำให้คุณ
กลับไปพบจักษุแพทย์ผู้ทำการรักษาอีกครั้งค่ะ
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :

บทความทั้งหมด
  คลิกที่นี่ เพื่อดูสินค้าแนะนำ
  ลดราคากว่า 80%(ห้ามพลาด)