อาการบ้านหมุน รักษาอย่างไร 2020

by WheelSharee Posted on 2020-09-03



ความคิดเห็นที่ 1
เคยรักษาที่โรงพยาบาลหัวเฉียว แผนกหู 

คุณหมดได้ทำกายภาพบำบัดให้2ครั้ง ก็หายค่ะ 

แต่ลองไปตรวจให้คุณหมอวางแผนการรักษาให้ตามสภาพแต่ละผู้ป่วยดีกว่าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
อาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน มักเกิดจากความผิดปกติของอวัยวะการทรงตัวในหูชั้นใน ซึ่งมีหน้าที่ที่ควบคุมการทรงตัวและรักษาสมดุล
ของร่างกายในท่าทางต่างๆค่ะ จึงทำให้มีอาการเวียนศีรษะ รู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวหมุน โคลงเคลง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ค่ะ
และสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ อาจมีอยู่หลายสาเหตุ เช่น เกิดจากโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุดหรือเคลื่อน โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน
โรคประสาทการทรงตัวอักเสบ โรคทางระบบหมุนเวียนโลหิต รวมถึงสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ การบาดเจ็บที่ศีรษะและบริเวณคอ โรคไมเกรน
การนอนหลับไม่เพียงพอ เป็นต้นค่ะ

สำหรับการรักษามักจะรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการค่ะ กรณีที่พบแพทย์มาแล้วแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้กลับไปพบแพทย์ หู คอ จมูก หรืออายุรแพทย์ระบบประสาท
เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการอย่างละเอียด แพทย์อาจจะทำการซักประวัติอาการ  ประวัติการนอนหลับ การตรวจหู การตรวจ
การเคลื่อนไหวของลูกตา ตรวจระบบประสาทและสมอง ตรวจระบบการทรงตัวของร่างกาย หรือทดสอบการทำงานของอวัยวะการทรงตัว
ด้วยการเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็วอีกครั้ง และจะได้รับการรักษาที่ถูกต้องต่อไปค่ะ

เบื้องต้นหากคุณแม่ ของคุณยังมีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุนอยู่ แนะนำให้เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ไม่รีบร้อนหรือทำอะไรที่รวดเร็วเกินไป
ระวังการลื่นล้ม หรือเกิดอุบัติเหตุรุนแรงกับศีรษะและสมอง ไม่ควรรับประทานอาหารที่เค็มมากเกินไป และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
เป็นความดันต่ำเปล่าคะ อาการเหมือนแม่ดิฉันเลยค่ะ

มักจะเป็นเวลาอาการกำเริบ
ความคิดเห็นที่ 4
เราเป็นแบบนอนตะแคงแล้วหมุนค่ะ
มันเริ่มจากคืนนึงตื่นมาหมุนแรงมากจนอาเจียน
จนต้องแอทมิท สรุป หมอบอกเป็นโรคตะกอนในหูไรสักอย่าง ละก็จะแบบนอนตะแคง บางทีเช็ดผมหลังสระเอียงคอก็หมุน เรากินยาอยู่หลายเดือน ไม่หาย
สุดท้ายเปลี่ยน รพ เชื่อไหม กายภาพบำบัดอยู่1อาทิตย์ ทำท่าตามที่หมอสั่ง อาการแทบหายไป90% ทุกวันนี้เราก็ยังกายภาพเพราะมันไม่ยุ่งยากแถมไม่ต้องกินยา ถ้าเป็นหนักแบบเรา หลังไมคมาถามชื่อหมอกับ รพ ได้ค่ะ ตอนหายนี่เหมือนปาฎิหารย์ บ้านหมุนทรมานมากๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 5
ตอนเป็นมากๆ  จะเวียนหัวมาก  ลืมตาไม่ได้เลยเพราะทุกอย่างจะหมุนติ้วไปหมด
อาการเวียนหัวจะรุนแรงมากขึ้นจนอาเจียนออกมา....ตอนอาเจียนนี่ร่างกายมันเกร็งไปหมด มีในท้องเท่าไหร่ออกมาไม่เหลือ
พออาเจียนเสร็จก็หมดแรงเลยครับ...ต้องนอนทั้งวันแทบขยับตัวไม่ได้เลย....แต่อาการเวียนหัวก็จะหายไป
เหมือนกับว่าต้องอาเจียน....พออาเจียนแล้วจะหาย

อาการรุนแรงแบบนี้ประมาณ3-4ปีเป็นครั้งนึง....
ที่เป็นแบบนิดๆหน่อยๆประปรายก็เป็นอยู่เรื่อยๆ.......แต่ไม่รุนแรงเท่าไหร่..

ที่สำคัญ....จะเริ่มเมารถ,เรือ,เครื่องบิน ง่ายมาก...
โครงเครงเข้าหน่อยก็เมาแล้ว
ความคิดเห็นที่ 6
เราจะเป็นอาการบ้านหมุนก็ตอนช่วงก่อนที่จะมีประจำเดื่อน และช่วงที่มีประจำเดือนค่ะ

ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับอายุหรือเปล่า ( ก็เกือบหลักสี่) เดินๆ นั่งๆ ทำอะไรก็จะมึน ตาล้าๆ ระวิงๆน่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
อาการบ้านหมุนแบบนี้บางทีอาจดูไม่อันตราย สาเหตุอาจมาจากร่างกายอ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ ถ้าหากเป็นบ่อย หรือ ระยะเวลาที่เป็นนานเกินไป อาจต้องให้แพทย์วินิจฉัย เพื่อจะได้ให้การรักษาที่ถูกต้อง และจากประสบการณ์ตรงที่เคยเป็น สาเหตุแค่พักผ่อนน้อย อาการเริ่มจาก เวียนหัวเล็กน้อยแต่มีการการตลอดทั้งวัน เวลาเดินจะเดินไม่ตรงทาง คลายๆ คนเมาเลย เซตลอดทาง ปล่อยไว้เป็นเดือน จนวันนึงตื่นเช้ามาจะลุกจากเตียง รู้สึกเวียนหัวพอลุกยืน ทรงตัวไม่อยู่ล้มเลย ดีที่หัวไม่ฟาดขอบเตียง ไปหาหมอ กว่าจะรู้ว่าเป็นอะไรก็ต้องตรวจการทรงตัว ตรวจว่าน้ำในหูไม่เท่ากันรึเปล่า จนอาการที่เป็นไม่ใกล้เคียงกับโรคที่หมอคิดว่าน่าจะใช่ จนในที่สุดหมอก็ฟันธงมาว่า เป็นอาการปลายประสาทอักเสบ ซึ่งหมอบอกว่าโรคนี้คนออฟฟิศเป็นกันเยอะ กินยาบำรุงปลายประสาท (ไม่รู้ว่าประสาทเส้นไหน ลืมถามหมอ - __ - ) และพักผ่อนเยอะๆ

ตอนที่เป็นกลัวมาก ถ้าไม่หายจะทำยังไง ใช้ชีวิตลำบากแน่ๆ เดินไปไหนก็กลัว เกิดวืดล้มตึงไป ไหนจะต้องเดินทางไปทำงานอีก

ตอนนี้เป็นอะไรแปลกๆ ต้องไปหาหมอก่อนเลย โรคสมัยนี้น่ากลัวกว่าที่คิดค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
เคยเป็นคะ แต่ไม่ได้หาหมอ เราแก้โดย หายใจ เข้า  ออก ลึก ๆ  

เรากินเฮโมวิส คะ มันช่วยบำรุงประสาท ดื่มน้ำเยอะ ๆ 

ร่างกายขาดน้ำอาจทำให้เกิดการมึนหัวได้
ความคิดเห็นที่ 9
ผมเป็น เมื่อตอน อายุได้ 39 ปี ไม่เคยรู้จักโรคนี้มาก่อน ใกล้เช้าประมาณ ตีห้าครึ่ง  นอนพลิกตัวจาก ขวาไปซ้าย เท่านั้นละ ทุกอย่างเคลื่อนที่ไปหมด ทั้งๆตัวเราอยู่นิ่ง ครั้งแรก ตกใจกลัวมาก นอนนิ่งๆ ไม่ขยับตัวสักพัก ลองลุกขึ้นนั่ง ก็เป็นอีกลักษณะหมุนโคลงเคลงในหัว ปวดหัวมาก ต้องเกาะภรรยา ไปเข้าห้องน้ำ มึนหัวค้าง คิดไปว่า เกี่ยวกับสมองขาดเลือดอะไร รึเปล่า ดื่มน้ำไปแก้วนึง  พักเดียว อาเจียนออกมาหมด เลยหยุดกิน ท้องปั่นป่วน
ลองกินยาธาตุน้ำขาว ไปหนึ่งช้อน แพล็บเดียว อาเจียนออกมาอีก  ลุกมานั่งโซฟา ปวดหัวมึนตึบ ค่อยๆ ไหลลงไปนั่งที่พื้น พอดีมีเครื่องวัดความดันที่บ้าน ลองวัดดู ก็ปกติ พอลอง เอนศีรษะ คิดว่าน่าจะดีขึ้น หนักเลยทีนี้ หมุนควงสว่าน พร้อมกันกับ กระเพาะบีบตัวรุนแรง อาเจียนออกมาทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรจะออก รู้สึกรสขมในปาก มารู้ทีหลังเป็นน้ำดี    จากนั้น เล่นเอาผวา ย้ายไปนอนโซฟา นิ่งๆ มึนหัวไป 1 วันเต็มๆ ลองค้นในเน็ต  อาการใกล้เคียงกับ BPPV แต่ก็ไม่แน่ใจ นึกว่าแพ้อาหาร เพิ่งไปทานอาหารทะเลมาเมื่อค่ำวันเสาร์ มาเป็นเช้าวันอาทิตย์   ทีนี้ทำอะไร ช้าไปหมดค่อยๆ ขยับศีรษะ เวลาเปลี่ยนท่าทาง วันจันทร์ อาการดีขึ้น ดีใจนึกว่าจะหาย เพราะ ทดสอบตาม vdo ใน ยูทูป โดยนั่ง ห้อยขาข้างเตียงเองตัว ตะแคงเอาหูซ้ายแนบลงกับเตียงกลับไม่เป็นอะไร  แต่ไม่ได้ เทสกับ ด้านขวา เพราะคิดว่า ด้านขวาไม่เป็น เพราะคืนที่เป็น นอนตะแคงขวาตลอด   พอค่ำวันอังคาร ค่อยๆ เอนหัวลงนอน แบบเร็วขึ้นคราวนี้ เอาด้านขวาลง ได้เรื่องบ้านหมุนติ้วๆ รู้สึกถึงนัยย์ตากระตุกตามภาพที่หมุนเลย เวียนหัวมากๆ พอพลิกไปทางซ้าย หนักเลยเหมือนจะตกเตียงกำขอบเตียง เหงื่อแตก ทั้งๆ ที่อากาศหนาว   เลยแน่ใจว่า เป็น BPPV แน่ อาการตรงแปะ  เลยไปหาหมอ ที่ รพ. ตา หู คอ จมูก เป็นคนไข้ใหม่ ขอพบกับ หมอด้านหู เล่าอาการให้หมอฟัง หมอจับเทส  ด้วยการนั่ง และล้มตัวที่ละด้าน อย่างเร็ว ทำใจอยู่พอควรกลัวจะอาเจียน  แต่มาเพื่อหาย ต้องทำ หมอ เทสให้เอนตัวเอาด้านซ้ายลง ปรากฎไม่เกิดไรขึ้น  พอเอาด้านขวาลง อาการออกทันที แต่ก็พอรับไหว หมอเลยจับหมุนศีรษะต่อ เพื่อรักษา ไปในคราวเดียวกันเลย หลังจาก ตะแคงหัวขึ้นนั่งท่าปกติ ยังมึนๆ   คุยกับ หมอ ลองอีกรอบ ที่นี้เตรียมใจไว้เต็มที่ แต่หมอบอกครั้งนี้ จะน่าจะมากแล้ว  ปรากฎว่าพอตะแคงขวาลงด้านที่เป็น  กลับไม่รู้สึกอะไรเลยเหมือนหายสนิทเลย หมอตะแคงพลิกอีกรอบ กลับมานั่งตรง มึนๆ ค้างแต่อาการดีขึ้น มีเวียนหัวติดค้างมา ถึงตอนเย็น  แต่ก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย  สรุปว่าเป็น BPPV จริงๆ  

อยากแนะนำ ใครมีอาการคล้ายๆ แบบนี้ ให้พบแพทย์ ด้าน หู ใกล้ รพ ไหน ไป รพ นั้น ดูเหมือน โรคนี้คนเป็นกันเยอะด้วย เค้าจะซักประวัติ และ วินิจฉัย แยกได้ว่าเป็นอะไร ถ้าได้รับการรักษาจะหายอย่างรวดเร็ว  

ใน google ให้ค้น คำว่า  โรคบ้านหมุน  ได้เลยข้อมูลเพียบครับ
ถ้าไปค้นใน youtube จะมี ท่ากายบริหาร ท่ารักษา วีดีโออธิบาย ดูได้เพลินเลยละครับ
โรคนี้ ทรมาน มากทีเดียวใครไม่เป็นไม่รู้  

ปล.หมอบอกหายเองได้ แต่ อย่ารอหายเองเลย มันใช้เวลา หลายอาทิตย์   ทรมาน และ ผวาได้ง่ายๆ ถ้าอาการกำเริบขึ้นมา
และก็ เป็นแล้ว หายแล้ว เป็นใหม่ได้  ให้รักษาสุขภาพ ออกกำลังกายให้ดี
ความคิดเห็นที่ 10
ไปที่ร้านขายยา  

บอกอาการเภสัชกร   

มันมียากินแล้วหายเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 11
ลองไปหาหมอเฉพาะทางหู​ ตา​ จมูกดูครับ​ 

อาจจะเป็นเกี่ยวกับน้ำในหูไม่เท่ากัน​ หรือเป็นโรคหินปูนในหู
ความคิดเห็นที่ 12
เคยเป็น และลองค้นข้อมูลในเนต
พบว่าออกแนว  หินปูนในหูเคลื่อนค่ะ
แบบนี้

https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/267

เลยลองทำกายบริหาร แบบที่ในเนตบอก ให้มันกลับเข้าที่
ก็หายนะคะ!

พอนานไป เป็นอีก ทำกายบริหารแบบเดิม ก็หายอีกค่ะ

ลองค้นข้อมูลดู
ความคิดเห็นที่ 13
สามีเราเคยเป็นค่ะ บ้านหมุนลุกนั่งไม่ได้เลย หินปูนในหูหลุด หมอให้ยา แล้วก็ทำกายภาพส่วนศีรษะ2ครั้ง  ทานยาแล้วก็นอนพัก ทำอะไรไม่ได้เป็นเดือนเลยค่ะ ลุกแล้วมันหมุนอีก ช่วงเช้าๆก่อนลุกจากที่นอน ต้องลุกช้าๆ ตั้งสติดีๆ ช่วงไหนพักผ่อนน้อยก็จะชอบกลับมาเป็นอีก ไม่มีอะไรอันตรายมากหรอกค่ะ พักผ่อนเยอะๆช่วงที่เป็น หลังจากหายแล้ว ก็ดูแลสุขภาพ ไม่ดื่มเหล้า ออกกำลังกายเบาๆ พักผ่อนให้เพียงพอ แล้วก็พบแพทย์ตามนัด หายแล้วหมอจะนัดดูอาการอีก2ครั้ง เป็นปีแล้วไม่มีอาการอีกเลย
ความคิดเห็นที่ 14
Vertigo. แบบหินปูนในหูชั้นในหลุดมาที่หูชั้นกลาง      อาการคือ. ตัวเราอยู่นิ่ง แต่รู้สึกว่าสิ่งของหมุนรอบตัวเรา
     หมอเคยเทสแบบง่ายๆ ให้เราคือ. นั่งบนเตียงห้อยขาลงมา.  ไม่จำเป็นต้องให้ขาถึงพื้น
เอียงตัวนอนบนเตียงไปทางซ้าย นับ 1-5 แล้วกลับที่เดิม
เอียงตัวนอนบนเตียงไปทางขวา. นับ 1-5 แล้วกลับที่เดิม.
    ถ้าเวียนหัว มึนงง  ข้างใดข้างหนึ่ง ก้อใช่ละ(คนส่วนใหญ่เป็นทีละข้าง)

   ถ้าเป็นหินปูนเคลื่อนฯ. ไม่มียารักษา หมอจ่ายยาตามอาการ พวก แก้อาเจียน บำรุงปลายประสาท.
หมอเคยบอกว่าร่างกายคนจะปรับสภาพได้เอง. กี่วันแล้วแต่สภาพแต่ละคน
  คนที่เป็นมากๆ แนะนำไปให้หมอหู ทำกายภาพ เหวี่ยงหินปูนกลับเข้าหูชั้นในให้. แล้วจะหาย.

   ในยูทูปมี.ท่ากายภาพให้ทำเอง  เสริชคำว่า vertigo
ความคิดเห็นที่ 15
อาการเวียนศีรษะแบบหมุน เอียง หรือโคลงเคลง มีความรู้สึกเหมือนเมารถเมาเรือ เป็นๆ หายๆ หรืออาจจะมีอาการ
อื่นๆร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มีความรู้สึกเหมือนจะเป็นลม หูอื้อ มีเสียงในหู สูญเสียการได้ยิน มองเห็นภาพไม่ชัดในขณะที่มีการเคลื่อนไหว
อาจเกิดจากหลายสาเหตุค่ะ เช่นโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน โรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติหรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน การอักเสบของหูชั้นใน
โรคเนื้องอกของประสาทการทรงตัว โรคเส้นประสาทการทรงตัวในหูอักเสบ หรืออาจเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว และการใช้ยาบางประเภทได้ เป็นต้นค่ะ

ในเบื้องต้น หากคุณได้พบแพทย์แล้ว แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งก่อนนะคะ นอกจากนี้
แนะนำให้หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ เช่น การหมุนหันศีรษะเร็วๆ การเปลี่ยนแปลงท่าทางอิริยาบถอย่างรวดเร็ว
การก้มเงยคอหรือหันอย่างเต็มที่ ลดปริมาณหรืองดการสูบบุหรี่ และดื่มกาแฟ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ
เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล สารก่อภูมิแพ้ต่างๆและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ควรอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
เช่น การขับรถในขณะยังมีอาการ การปีนป่ายที่สูง ร่วมด้วยค่ะ ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ

แต่อาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้คุณกลับไปพบแพทย์ผู้ทำการรักษาอีกครั้ง เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการที่เป็นอย่างละเอียดอีกครั้ง
และรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 16
มีเพื่อนเป็นแบบนี้แล้วหมอยอกว่าหินปูนในหูหลุด

เราก็ไม่เชื่อ ไม่เคยได้ยินโรคแบบนี้มาก่อน แต่เพื่อนไปรักษามาหลายหมอจนกว่าจะเจอว่าเป็นโรคนี้ แล้วทำการรักษาจนหายได้

ต่อมาพิธีกรข่าวช่อง 3 น้องไบร์ทก็บอกว่าเป็นอาการแบบนี้และหมอก็วินิจฉัยเป็นโรคนี้เช่นกัน

จึงได้ทราบว่ามีโรคที่มาอาการเช่นนี้เรียกว่าหินปูนในหูหลุด
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :

บทความทั้งหมด
  คลิกที่นี่ เพื่อดูสินค้าแนะนำ
  ลดราคากว่า 80%(ห้ามพลาด)