อยากเล่นหุ้น แต่เงินน้อย เล่นได้ไหม 2020

by WheelSharee Posted on 2020-06-15



ความคิดเห็นที่ 1
อันนี้ขออธิบายสำหรับมือใหม่สุดๆเลยนะคะ

1. ขั้นแรกนะคะ ต้องเปิดพอร์ตก่อนวิธีเลือกบริษัทโบรกเกอร์ก็เลือกตามความสะดวกในการโอนเงินเลยก็ได้ค่ะ บริษัทโบรกเกอร์ที่พ่วงธนาคาร ก็เช่น บัวหลวง Ksec แต่บัวหลวงจะมีอบรมให้ความรู้มือใหม่มากกว่าค่ะ
2.บัญชีหุ้นมี 2 ประเภทคือ Cash balance กับบัญชี ATS , Cash balance คือคุณต้องโอนเงินเข้าไปฝากไว้ในพอร์ตหุ้นก่อน และซื้อหุ้นได้ในวงเงินของคุณเท่านั้น สำหรับมือใหม่แล้วถือว่าดีไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการโอนเงินเข้าไปเติมในพอร์ตภายหลังจากการซื้อขาย มีเงินเท่าไหนลงทุนเท่านั้นค่ะ
ส่วนบัญชี ATS คือคุณมีสิทธิซื้อหุ้นก่อนแล้วโอนเงินไปจ่ายภายหลัง ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องวางหลักประกันสูงกว่าตอนเปิดบัญชี
3.หลังจากคุณมีพอร์ตหุ้นเป็นของตัวเองแล้ว โหลดโปรแกรม Streaming ค่ะ มีทั้งใน Ios และ android เรียนรู้วิธีการ คี คำสั่งซื้อขายด้วยตนเอง เวลาซื้อกับขายอย่ากดสลับกันนะคะ มือเก่าแล้วยังเคยกดผิด
4.ขั้นต้นจำนวนหุ้นขั้นตำ่ในการซื้อขายคือ 100 หุ้น เช่นหุ้น ราคา 3 บาท ซื้อ 100 หุ้น เป็นเงิน 300 บาท ฉะนั้นคุณมีเงินน้อยก็เล่นหุ้นได้ค่ะ แต่ต้องเช็คค่า Commission ด้วยนะคะ ถ้าเล่นน้อยไปกำไรไม่คุ้มค่า Commission
5.วิธีการเลือกหุ้นขึ้นต้น กรณีผุ้ไม่เคยเรียนเทคนิคมาหรือทราบข้อมูลเกี่ยวกับกิจการมาก่อน ให้ลองเลือกหุ้น จาก SET 50 ดูค่ะ อาจจะดูรายชื่อหุ้นจาก www.settrade.com เพื่อให้ไปศึกษากิจการให้รู้จักตัวย่อหุ้นเบื้องต้น หรืออาจจะดูจากหมวดอุตสาหกรรมเพื่อให้เข้าใจว่าหุ้นอะไรอยุ๋หมวดไหน หากกรณีเพิ่งเริ่มลงทุนจริง เลือกหุ้นที่เป็นที่รู้จักดีก่อน เช่น ADVANC DTAC CPALL PTT BGH (ตัวอย่างนะคะไม่ได้พูดว่าตอนนี้ควรลงทุนหุ้นเหล่านี้ มีอีกหลายปัจจัยในการเลือกลงทุนคะ)
6.เมื่อคุณรุ้จักหุ้นพื้นฐานดีแล้วคุณต้องรู้ว่าช่วงเวลานี้ ควรลงทุนหรือไม่ในภาพใหญ่ เช่น ดัชนี SET จะไปต่อไหม ในจุดนี้น่าลงทุนไหม หรือควรรอให้ปรับฐานก่อน เพราะส่วนใหญ่หุ้นที่มี Market cap สูงๆจะอ้างอิงดัชนี SET เป็นหลัก ภาพรวมSETลงหุ้นลง SET ขึ้นหุ้นขึ้น การรู้ภาพใหญ่ช่วยตัดความเสี่ยงในการลงทุนไปมากค่ะ ลงทุนหุ้นดีผิดจังหวะก็ขาดทุนค่ะ ไม่พูดถึงมุมมองปัจจุบันนะคะเพราะมีหลากหลายความคิดเห็นว่าดัชนีจะไปต่อหรือไม่
7.พอรู้ภาพรวมดัชนีแล้วก็ต้องรู้จักหุ้นรายตัว ส่วนนี้ต้องศึกษาค่ะ เช่น หุ้นมีปันผล หุ้นนี้ P/E เท่าไหร่ เพื่อดูว่าหุ้นถูกหรือแพง
8.จัดพอร์ต หากพอร์ตเล็กอาจลงทุนหุ้น 3-5 ตัวที่อยู่คนละหมวดอุตสาหกรรม ทำไมต้องคนละหมวดอุตสาหกรรม??? เพื่อกระจายความเสี่ยงค่ะ เกิดมีข่าวร้ายต่อหนึ่งหมวดอุตสาหกรรม คุณจะได้ไม่ขาดทุนทั้งพอร์ต

อันนี้เขียนวิธีการศึกษาคร่าวๆค่ะ สำหรับมือใหม่ อยากจะเน้นให้มองภาพใหญ่ของดัชนีก่อน เพราะมีความสำคัญมากๆต่อหุ้นรายตัว หุ้นปั่น หุ้นมีข่าว หุ้นมาร์เกตติ่งเชียร์ อันนี้ใช้วิจารณาณให้มากๆค่ะ สำหรับคนไม่รุ้เทคนิคขั้นเทพ ลองศึกษาดูที่ละขั้นนะคะ ส่วนคนที่เล่นมาก่อนเล่นเก่งแล้วต้องปล่อยเค้าไปคะ อย่าไปตาม การศึกษาการลงทุนต้องใช้เวลา เริ่มอย่างระวังดีกว่า หากมีคำถามสอบถามได้ Facebook : singletrader คะ
ความคิดเห็นที่ 2
แนะนำให้พึ่งตัวเองให้มากๆ  ในการหาความรู้  อ่านแล้วไม่เข้าใจตรงไหน
ค่อยมาถามนะ  ก็จะมีคนอธิบายให้  ไม่มีใครเขาสอนใครตั้งแต่  ก.เอ๋ย ก.ไก่  หรอกค่ะ  

มีแต่ครูอนุบาลที่ทำ
ความคิดเห็นที่ 3
แนะนำให้เล่นในกระดาษก่อน หรือ หัดเล่นใน click2win ก่อนก็ได้
สองพัน หักค่าคอมมิชชั่น แทบไมุ่คุ้ม   (อย่างน้อยๆ มีสัก สองหมื่น กำลังดี)
ความคิดเห็นที่ 4
แนะนำว่าให้หาหนังสือพวกเล่นหุ้นออนไลน์เบื้องต้นแบบที่เป็นการ์ตูนมาอ่านก่อนเลยครับ

ยังไม่ต้องซื้อครับห้ไปอ่านในร้านเอา อ่านเล่มไหนเข้าใจก็ให้ซื้อเล่มนั้น

จากนั้นก็สะสมเงินออมไปเรื่อยๆช่วงที่รอเงินออมให้ได้เยอะๆก็ฝึกลองเล่นหุ้นจำลองที่ C2W ดูครับลองเล่นดูสัก1ปีแล้วดูว่าได่กำไรหรือขาดทุน ตลาดทุนมันไม่หนีไปไหนหรอกครับเริ่มเร็วแต่ทุนต่ำไม่มีประโยชน์ครับ เสียค่าคอมเปล่าๆ
ความคิดเห็นที่ 5
ที่บอกว่าเอาตัวไม่รอดนี่ ก็เพราะเก็งกำไรระยะสั้นกันนั่นแหละคับ เล่น10 ครั้งได้กำไร2ครั้งเสีย8ครั้ง แบบนี้ผมไม่สนับสนุน แต่ถ้าเล่นโดยคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานเน้นคุณค่า แบบนี้รับลองได้เลยว่า คุณจะอยู่กับการลงทุนและประสปความสำเร็จไปอีกนาน สำหรับมือใหม่ผมเห็นด้วยคับเรื่องหนังสือ ก่อนผมจะเข้ามาเล่นหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ผมอ่านหนังสือ จาดคนที่ประสปความสำเร็จมาเป็นสิบๆเล่ม แต่ตรงกันข้ามเพื่อนผมที่เข้ามาเล่นโดยไม่อ่านไม่ศึกษาข้อมูลอะไรเลย เล่นได้ 4ครั้งเท่านั้นครับ ขาดทุนไปเกือบครึ่ง  สุดท้ายแล้วขอฝากประโยคนี้ไว้คับ   ของที่ดีที่สุดคือของที่ไม่มีคนสนใจ  มือใหม่ขอให้คิดถึงประโยคนี้ไว้คับ p/e p/bv ROE ก็สำคัญเช่นกันลองดูเอาคับ ในสนามจริงถ้ามีใครมาใบ้หุ้นตัวนั้นตัวนี้ไม่ต้องไปฟังเลยคับ สิ่งที่สำคัญก็คือ คุณได้สัมผัสและรู้จักรธุรกิจที่จะลงทุนดีหรือยัง ถ้าคุณมีเป้าหมายและจริงจังไม่โลภ จากเงิน 3หมื่นบาทก็กลายเป็นหนึ่งล้านได้คับ จากหนึ่งล้านก็เป็น500ล้านได้คับ คิดสะว่ามดมันยังขนดินวันละเล็กละน้อยจนเป็นรังใหญ่โตได้ ถ้าคุณทำตามที่บอกได้คุณจะเป็น5 เปอร์เซนร์ของคนที่สำเร็จอย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณอยากเล่นหาตังซื้อกับข้าวไปวันๆก็เป็น95เปอร์เซนร์ก็ได้ครับซึ่งสุดท้ายแล้วก็คือ จนลงทุกวันเพราะต้องถอนออกไปซื้อของฟุ่มเฟื่อย  ถ้ารวยแล้วอย่าลืมแบ่งปันให้สังคมด้วยนะคับ ขอบคุนคับ ขอให้สำเร็จนะคับถ้าคุณเล่นได้ดี คุณเล่นครั้งเดียวคุณสามารถอยู่ได้ทั้งปีเลยก็ได้โดยไม่ต้องทำอะไรและสุดท้ายจริงๆละ  ผมอยากบอกเลยว่า เทคนิคแห่งความมั่งคั่งไม่ใช่ การหาเงินแต่เป็นการบริหารเงิน ขอให้คุณตั้งเป้าหมายให้ได้ก็พอว่าคุณต้องหารอะไร แล้วไล่ล่ามัน กัดไว้อย่าปล่อย มันจะสำเร็จเข้าสักวันอย่างแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 6
เริ่มเล่นหุ้นต้องทำอย่างไร ?

    การลงทุนทุกอย่างจะต้องมีการศึกษาก่อนเสมอการลงทุนในหุ้นก็เหมือนกัน ผมขอเปรียบการลงทุนในหุ้นกับการเลือกซื้อมือถือนะครับ "ผมซื้อมือถือผมไปลองเล่นที่ร้านและอ่านรีวิวทางอินเตอร์เน็ตพอถูกใจก็ค่อยซื้อ" การลงทุนในหุ้นถ้านักลงทุนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาผมอยากให้ไปลองเล่นใน click 2 win เป็นเครื่องมือที่ให้นักลงทุนเข้ามาลองเล่นโดยให้วงเงินจำลองมา 5,000,000 บาท ถึงตอนนี้เรามีเครื่องมือที่จะลองลงทุนก่อนเข้าสนามจริง

    พอเรามีเครื่องมือที่ใช้ลงทุนแล้วเราจะซื้อหุ้นตัวไหนดีนะ ในเมื่อตลาดมีหุ้นเกือบๆ 500 ตัว "ตอนผมซื้อมือถือมาผมเลือกที่จะโหลดโปรแกรมที่ผมชอบ" หุ้นก็เหมือนกันผมแนะนำลองดูหุ้นที่เราชอบสัก 2-3 ตัว ยกตัวอย่างถ้าเราทำงานธนาคารผมแนะนำให้ดูหุ้นในกลุ่มธนาคารก่อนครับเพราะเราจะเข้าใจง่าย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าหุ้นธนาคารมีชื่อย่อในตลาดว่าอะไร ผมแนะนำเข้าไปดูใน settrade ครับ

    มาถึงตรงนี้เราคงดูชื่อย่อหุ้นเป็นและมีโปรแกรมให้ซื้อ-ขายแล้วแต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรซื้อหุ้นตอนไหน? "ผมเลือกซื้อโปรแกรมมือถือตอนลดราคาและตอนที่เราคิดว่าจำเป็นต้องใช้" ในตลาดหุ้นมีนักลงทุน 3 ประเภท คือ

    1.นักลงทุนแบบ vi "Valur Investor" นักลงทุนประเภทนี้จะดูงบของบริษัทดูความสามารถความเป็นไปได้ที่บริษัทสามารถทำกำไรเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคตเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน เช่น P/E,ROA/ROE ตัวอย่างบุคคลที่เป็น IDOL สายนี้เช่น ดร.นิเวศ

    2.นักลงทุนสายเทคนิคคอล นักลงทุนสายนี้จะเน้นดูกราฟเป็นหลัก เช่น กราฟสีเขียวตัดกับกราฟสีแดงเป็นจุดซื้อ ซึ่งเป็นการเล่นโดยอ้างอิงสถิติในอดีต ตัวอย่างบุคคลที่เป็น IDOL สายนี้เช่น ลุงโฉลก

   3.นักลงทุนแบบเก็งกำไร นักลงทุนสายนี้ต้องใช้ความเก๋าพอตัวกล้าซื้อกล้าขายขาดทุน บางคนดูเทคนิคคอลรายนาทีแล้วตัดสินใจซื้อ-ขาย บางคนก็ดู ticker แล้วซื้อ-ขายตาม IDOL สายนี้เช่น ยังหาตัวไม่เจอ ><

    เพื่อนๆที่คิดจะมาลงทุนในหุ้นก็ลองศึกษาดูนะครับว่าเราชอบลงทุนแบบไหนแล้วเดินเข้าร้านหนังสือหาหนังสือที่เจาะจงอ่านเพิ่มเติม

Cr.http://hooninbox.blogspot.com/2013/11/blog-post.html#more
ความคิดเห็นที่ 7
อยากเล่นหุ้นแบบไหนคะ ระยะสั้นหรือยาว ถ้าจะให้ดีเก็บเงิน2,000ทำให้เป็นก้อนใหญ่ก่อนดีกว่าค่ะ 

แล้วเงินที่จะเล่นหุ้นต้องเป็นเงินเย็นเท่านั้นนะคะ
ความคิดเห็นที่ 8
หุ้น มาจาก คำว่าหุ้นส่วนหรือเป็นเจ้าของร่วมกับบริษัทนั้น

เช่น ถ้าน้องคิดว่า 7-11 ขายดีก็ซื้อหุ้นไป เท่านี้น้องก็เป็นเจ้าของ 7-11

เวลาบริษัทมีกำไรก็จ่ายส่วนแบ่งให้น้องด้วยในรูปแบบเงินปันผล

หุ้น 7-11 คือ CPALL
ความคิดเห็นที่ 9
เล่นDW ได้เร็วเสียเร็วทันใจวัยรุ่น
ความคิดเห็นที่ 10
สวัสดีค่ะ เราเรียนอยู่เหมือนกันตอนนี้อายุ 22 ปี งบน้อยเหมือนกัน

อันดับแรกเจ้าของกระทู้ลองตั้งคำถามกับตัวเองก่อนนะคะว่าจะมาเล่นหุ้น หรือ ลงทุนในหุ้นเมื่อได้คำตอบแล้วแนะนำให้ไปเปิดพอร์ตเลยค่ะ

อันดับแรก....

1. เราค้น Google “เปิดพอร์ตหุ้น”

2. เราเลือกโบรคที่เรามีบัญชีธนาคารอยู่ เพราะคิดว่าตอนโอนเงินเข้ามันจะสะดวกกว่า

3. ทำการสมัครโดยกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์ม จากนั้นรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา (ตอนนั้นรอ จนท. โทรมาประมาณ 15 วันได้มั้ง)

4. จนท. จะให้ Username กับ Password มาทาง E-mail ที่เรากรอกในแบบฟอร์ม

5. ตอนนั้นเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องใช้กับโปรแกรมอะไร โหลดแอพไหน เห็นพี่ๆตามกลุ่มหุ้นเค้าโชว์พอร์ตกัน ก็พยามยามถามว่าแอพนี้ชื่อแอพอะไรจนได้คำตอบว่า “Streaming” จากนั้นก็จัดการ Login เข้าโปรแกรม

6. เข้าโปรแกรมได้แต่ไม่รู้จะโอนเงินเข้ายังไง เลยลองเปิดหาวิธีใน YouTube หาอยู่นานเหมือนกันค่ะกว่าจะเจอ

7. เมื่อโอนเงินเข้าพอร์ตได้ก็จัดการซื้อหุ้นทันทีโดยศึกษาการซื้อ-ขายจาก YouTube เหมือนเดิมค่ะ ต้องยอมรับเลยนะคะว่า ตอนนั้นแม้แต่ชื่อเต็มของบริษัทหุ้นที่เราซื้อเราก็ยังไม่รู้จัก เราซื้อตามคนอื่น เลือกซื้อหุ้นที่คนพูดถึงกันเยอะสุดให้กลุ่ม Facebook ซึ่งเป็นการคิดที่ผิดยิ่งนัก

8. แรกๆมันก็เขียว หลังๆมันเริ่มแดง ตัดสินใจไม่ขาย ซื้อถัวเฉลี่ย(ซื้อหุ้นเพิ่มในราคาที่ถูกกว่าการซื้อครั้งก่อนเพื่อเฉลี่ยต้นทุน)

จากนั้นเราก็ซื้อหุ้นเก็บเพิ่มมาเรื่อยๆ จนตอนนี้จะครบ 1 ปี ที่เราเริ่มลงทุนในหุ้นแล้วค่ะ สำหรับวิธีการในข้างต้นนั้นมันเป็นวิธีการของเราเอง หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์สำหรับการเริ่มเข้าสู่วงการหุ้นของเจ้าของกระทู้นะคะ อันไหนที่ไม่ดีก็ไม่ต้องเอาตัวอย่างเราเนอะ
ความคิดเห็นที่ 11
แนะนำกองทุนหุ้น set50 มือใหม่ฝึกอ่านดัชนีตลาดก่อนอ่านกราฟ
ว่าดัชนีควรเท่าไหร่ชื้อตอนดัชนีตกกว่าความจริงหรืออ่านว่าเจ้าเก็บของตอนไหน
แล้วชื้อตอนนั้นกำไรไม่เยอะแต่ปลอดภัยอยุ่ได้ชักปีละ10% แต่ถ้าเล่นเองอาจได้มากกว่านั้น
แต่เสี่ยงหน่อย
ความคิดเห็นที่ 12
ไม่แนะนำให้ผู้ที่อยู่ในวัยเรียนหรือกำลังศึกษาอยู่เล่นหุ้น อาจทำให้เสียสมาธิในการเรียน
ขอเพียงศึกษาแนวทางของหุ้นได้ อันนี้ดี
การหารายได้จากอาชีพเราได้ก่อน มันมั่นคงกว่าเยอะครับ
พอมีเงินได้แล้วแบ่งบางส่วนมาลงทุน หรือเล่นหุ้นได้ตามถนัด
วัยรุ่นใจร้อน ...
คนประสบความสำเร็จในตลาดหลักทรัพย์มีไม่มากครับ
มันดูเหมือนง่าย มันไม่ง่าย ต่างคนต่างจ้องจะมาเอาความมั่งคั่งจากตลาดครับ
คิดว่าไม่ต้องออกแรงแล้วได้เงินมาง่ายฯ คิดไม่ผิดครับ แต่ถูกไม่กี่เปอร์เซ็น (เขาว่าไม่เกิน10%)
+++++
ตั้งใจเรียนให้จบก่อนครับ
แล้วทำในสิ่งที่มันดูเหมือนยาก แต่ง่าย คือหาอาชีพทำสร้างฐานะ
มีเงินเหลือแล้วค่อยแบ่งเงินบางส่วนมาทำสิ่งที่หลายคนคิดว่ามันง่ายแต่ยาก นั่นคือการเล่นหุ้น
ด้วยความปรารถนาดี 3*คริ...
ความคิดเห็นที่ 13
มีเงิน น้อยก้อสามารถ ลงทุนได้ ครับ เริ่มลงทุนน้อย ๆนี่แหละดี ลงไป ศึกษาเรียนรู้ไป.. จะเข้าใจภาวะตลาดตียิ่งขึ้น ให้ผ่านช่วงกำไร และขาดทุน
จะได้มีภูมิคุ้มกัน.. เดี๋ยวนี้เปิดพอร์ทงานมาก ไม่มีเงินสักบาทก้อเปิดได้ ไม่ต้องส่งเอกสารยื่นทาง ออนไลน์ได้เลยไม่เกิน สามวันก้อเสร็จ แล้วค่อย
โอนเงินเข้าพอรท์ ครั้งละพันสองพันก้อได้ หรือจะชื้อ แบบ DCA เป็นการออมหุ้น แบบตัดบัญชีอัตโนมัติทุกเดือน เดือนละ 2 พัน  ... เริ่มก่อนรวยกว่าครับ สะสมไปเรื่อย ๆ  20 ปีเห็นผลแน่นอน ผมเองก้อเปิดบัญชีให้แฟน โอนให้เขาปีละครั้ง และให้เขาออมเดือนละสองพัน ตอนนี้ว่าจะเปิดให้ลูกด้วย
ความคิดเห็นที่ 14
มีงบน้อยสุด แค่ไหน ?  ก็เล่นได้  แต่ต้องซื้อ เศษหุ้น  การเล่นจะยากขึ้นและ เสี่ยงดวงมากขึ้น  
ตามกฎ  น้อยย่อมได้น้อย  มากได้มาก  (หมายถึงต้องเล่นเป็นด้วย   อดทนเป็น วางกลยุทธเป็น ฯลฯ )
เขาถึงเรียกว่ารายย่อย งัย  เพราะรายย่อยไม่มีทุนก๊อก 2  สำรองสู้กับระบบรายใหญ่  ส่วนมากแพ้  และที่หนักหนาสาหัสคือ  จิตใจ  ทนสู้ไม่ไหว
ความคิดเห็นที่ 15
ฝึกทดลอง ส่ง คำสั่ง ซื้อ ขาย ด้วย click2win ด้วย ครับ

http://click2win.settrade.com/SETClick2WIN/index.jsp
ความคิดเห็นที่ 16
ก็ผมจะแนะนำ ตามหัวข้อนะครับสิ่งต้องศึกษาก่อนเล่น
1 หุ้นคืออะไรทำเงินได้ยังไง อธิบายง่ายๆ โดยปกติพื้นฐานหุ้นจะมีราคาจริงสายพื้นฐานเชื่อว่าเกิดจากงบ บริษัท(ไม่นับการคาดเดาอนาคตปัจจุบันล้วนๆ) และราคาเกิดจากจินตนาการ(มโน) ของนักลงทุนมองสิ่งนั้นเป็นไง ถ้ามองว่าดีกว่าปกติราคาสูงกว่าความจริงแพงนั่นเอง ถ้ามองว่าแย่ราคาต่ำกว่าความจริง
2 กราฟ เอาจริงมันก็เป็นสิ่งสมมติที่สายเทคนิคเชื่อว่าเป็นจิตวิทยาหรือเป็นสิ่งที่สายเทคนิคด้วยกันเชื่อหรือตั้งกฏเกณขึ้นมาว่าถ้ากราฟออกรูปนี้หรือทะลุกรอบแนวต้านนี้จะขึ้นทยานหรือลงทยาน ซึงส่วนใหญ่เจ้ามือเซียนกราฟอยู่แล้วชอบทำกราฟสวยๆ ให้สายนี้ชื้อซึ่งแต่ละคนใช้เครื่องมือต่างกันในการตั้งแนวต้านของตนเองหรือผู้ใช้ต่างกันถึงใช้เครื่องมือเดียวกันเช่น บางคนต้าน 1640 1660 1700 แต่ละคนกำหนดว่าถ้าเบคแล้วจะชื้อ เจ้าก็แค่แกล้งเบรค แนวแรก ให้ 1640 ชื้อ พอขึ้น 1660 คนตั้ง 1660 ก็ชื้อ จนสุดท้ายเม่าชือ 1800 เห็นว่าคนเรา(สายกราฟที่ไม่ใช่เม่ากากๆ)รู้ทั้งรู้ว่าชื้อของแพงแต่ยอมจ่ายเช่นรู้อยู่แก่ใจหุ้นราคาจริง 15 บาทยอมจ่าย 17 บาทเพราะเชื่อว่า จะมีคนมาชื้อต่อ 18บาทส่วน 18 เชื่อว่า มี19มาชื้อต่อเกิดราคาสูงกว่าความจริง แต่ในทางกลับกันถ้าจะทุบหุ้นประโคมข่าวร้ายให้ราคาจ่ำกว่าจริง มีคนยอมขาย 11บาทเพราะเชื่อว่ามีคนขาย 10 บาทและมี 9บาท
3 ฝึกอ่านงบ
ความคิดเห็นที่ 17
การ "ลงทุนในหุ้น" สิ่งแรกที่มีคือ ความรู้ความเข้าใจ และ จิตใจที่พร้อมจะรับความปั่นป่วนของตลาด

1 น้องควรใช้อินเตอร์เนทหาความรู้ search เลยค่ะ เล่นหุ้นมือใหม่ เริ่มต้นอย่างไร รายละเอียดมันเยอะพอควร
ดังนั้นจึงควรสมัคร streaming click2win ก่อนเพื่อทำความเข้าใจวิธีการเคาะซื้อหุ้น ทิศทางหุ้นต่างๆ
2 คร่าวๆ น้องต้องเตรียมเงินเย็น (ทำใจได้กับความเสี่ยง) ไปเปิดพอร์ตเล่นหุ้น สถาบันการเงินที่รับเปิดพอร์ตมีเยอะ แต่มีไม่กี่แห่งที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมเทรดหุ้น หนึ่งในนั้นคือ บัวหลวง
3 ถ้าสนใจบัวหลวง โหลดใบสมัคร เตรียมเอกสารต่างๆ ส่งทางไปรษณีย์ก็ได้ รอการตอบกลับ เพื่อรอเลขบัญชีพอร์ตหุ้น รหัสผ่าน
4 หลังได้บัญชีพอร์ตหุ้น ก็เติมเงินเข้าพอร์ต  log-in เข้าไป ช่วงแรกๆ จะงงว่ามันซื้อขายยังไง แต่ถ้าเคยเล่น click2win อาจจะพอไปได้
5 ที่เหลือคือประสบการณ์ ในการตัดสินใจจะซื้อ ขาย หุ้นตัวไหนอย่างไร อันนี้ไม่มีใครสอนได้ แล้วแต่ความชอบ
ความคิดเห็นที่ 18
ผมก็เป็นเด็กจบใหม่ไม่นาน ตอนนี้อายุ 25 ปีครับ

รายได้และการเติบโตของหุ้นไม่ได้ทำให้ผมรวยครับ เพราะว่าเวลาลงทุนผมยังน้อย ไม่เห็นผลอะไร

เริ่มต้นนะครับ

ผมก็เริ่มจากเงินเดือน 0 บาท มาเป็นเวลา 2 ปี เพราะทำสตาทอัพกับเพื่อน ไม่มีรายได้เพราะบริษัทยังไม่มีใครให้เงินทุน แต่ที่อยู่ได้เพราะว่ามีเงินเก็บอยู่บ้างไม่กี่หมื่น
พอบริษัทเริ่มมีเงินทุนก็มีรายได้เดือนละ 18000 แต่ว่าจ่ายตัวเองได้ 3-4 เดือนเงินก็หมด เหลือจ่ายตัวเองได้เดือนละ 5000
ตอนที่ผมทำสตาทอัพผมก็ศึกษาเรื่องหุ้น แต่เล่นไม่ได้เยอะ เพราะไม่มีรายได้ พอเริ่มมีรายได้ก็เล่นเสียไปตลอด เพราะยังหาแนวไม่เจอ
แต่พอทำสตาทอัพ ความรู้และประสบการและทัศนคติเราก็พัฒนา หลังจากสตาทอัพไปไม่รอดก็มีบริษัทมารับผมเข้าทำงานโดยมีรายได้ครึ่งแสนต่อเดือน

หลังจากนั้นผมก็นำเงินเข้าพอทตลอดเดือนละ3หมื่นหรือมากกว่านั้น และเริ่มศึกษาหุ้นจิงจังมากขึ้นเพื่อไม่ต้องการเสียเงิน
การเล่นหุ้นผมเล่นแบบ VI ซึ่งปัจจุบันสบายมาก ไม่ต้องเครียดเปิดดูตลาดทุกวัน ผมทำอย่างอื่นสบายๆ ไม่ได้เปิดมาดูจออาทิดนึงก็ไม่เครียด

ปัจจุบันผมก็มีรายได้เกินครึ่งแสน และสามารถนำเงินเข้าพอทหุ้นได้ครบ 1 ล้านแล้ว (รวมปันผลและการเติบโตของพอท)

ปัจจุบันหุ้นยังไม่ได้ทำให้ผมรวย แต่เพราะผมเห็นอนาคตของหุ้น ผมเลยตั้งหน้าเก็บเงินใส่หุ้นเพิ่ม จุดนี้แหละที่ทำให้ผมมีเงินล้าน

ผมอยากบอกว่า
- เริ่มจากมีเป้าหมายครับ สำคัญสุด
- ช่วงวัยรุ่นหลายๆคนอาจจะคิดว่าเที่ยวดีกว่าแก่ไปเที่ยวไม่มีแรง ที่เขามองแบบนี้เพราะว่าเขาคิดว่าเกษียรแล้วค่อยไปเที่ยวมากกว่า จริงๆแล้วอายุ 40+ ก็ยังไม่แก่ยังเที่ยวได้สบายๆ ถ้าสามารถสร้างความมั่งคั่งภายในช่วงอายุ 40 - 50 ก็สบายแล้ว
- การใช้จ่ายนั้นยิ่งเด็กๆไม่มีหนี้ พยายามเก็บให้เยอะที่สุด อย่าสร้างหนี้ที่ไม่จำเป็น ลำบากวันนี้ไม่กี่ปีไม่ตายหรอกครับ
- การร่ำรวยมาจากนิสัยประจำวัน ไม่ใช่มีเงินเยอะแล้วจะรวย
- งานประจำที่รายได้ดีสำคัญมากในการทำให้พอทเติบโตในตอนแรกและตอนกลาง
- แต่ระยะยาว 20 - 30 ปี การเติบโตของพอทนั้นสำคัญมาก ถ้าสามารถทำผลตอบแทนได้ 10%+ ขึ้นไป ยังไงก็รวยครับ หลายสิบล้านแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 19
คนรวยจากหุ้นมี
แต่เทียบเป็น % แล้ว คนที่เจ๊ง น่าจะมากกว่า 90%

กลับกัน คนที่ขยันทำมาหากิน ผมว่า มากกว่า 90% มีเงินมากกว่าเดิมแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 20
สำหรับผม เงินต้นในการลงทุนสำคัญมากๆ

10% ของ 1 หมื่น
กับ
10% ของ 1 ล้าน ต่างกันมาก

หุ้นมักจะให้ผลตอบแทนที่ดีกับคนที่เงินเหลือใช้และเป็นเงินเย็นมากๆ
ความคิดเห็นที่ 21
มีทั้งรวยและเจ๊งครับ

วัดจากตัวเองที่เจ๊งไม่เป็นท่า

ลงทุนไป 6 แสน ค้องคัททิ้งไป 4 แสน 6

เหลือเงินติดพอร์ตอยู่แค่ 1แสน 4


ความคิดเห็นที่ 22
ไหนๆ ก็ขาดทุนไปเยอะ แล้ว จากข้อมูลที่จดไว้ลองเอามาวิเคราะห์ ดูนะครับ เสียไปแล้วอย่าให้เสียเปล่า
ลองดู ธุรกิจ หรือ การค้า เวลาเขาพลาดแล้วขาดทุน เขา ศึกษาว่ามันขาดทุน เพราะอะไร แล้ว ปรับวิธีใหม่

วิเคราะห์ แล้ว เห็นอะไรไหม ?

ดูจาก Log ที่คุณจดไว้ ถ้ายังคิดไม่ออก หลังไมค์มา ผมคิดว่าพอเห็น แนวทาง หรือ อย่างน้อยก็แลกเปลี่ยน กัน ครับ
ความคิดเห็นที่ 23
ออมในกองทุนครับ เปิดบชที่ธนาคาร
ออมเดือนละสามสี่พันว่ากันไป
เอามาละเลงในตลาด บอกได้คำเดียวว่า เจ๊ง
คิดจะกินเขามีแต่ถูกเขากินครับ ออมเถอะครับ
ความคิดเห็นที่ 24
เวลาคิด คิดได้ง่าย ว่าซื้อถูกๆขายแพงๆเล่นรอบ
เวลาทำยากครับ ซื้อตอนไหนลงสุดแล้วหรือยัง
ขายตอนไหน ขายหมูหรือปล่าว
ความคิดเห็นที่ 25
วิธีการทำเงินได้มีสามทาง หนึ่งค่าแรง สอง ค่าเช่าทรัพย์สิน สาม กำไรจากการลงทุน
คนที่ได้เงินจากค่าแรง ไม่มีโอกาสที่จะร่ำรวยได้  เพราะว่า เงินฝากธนาคารได้น้อยมาก จนแทบไม่ได้อะไร ทุกคนในปัจจุบัน ถ้าไม่สามารถมีรายได้จากการเช่าทรัพย์สิน ก็ต้องหาทางทำกำไรจากการลงทุน แต่หมายความว่า คุณจะต้องมีฝีมือ และทักษะในการลงทุนทางหุ้นที่จะจ่ายเงินไป ในสนามนี้ เป็น zero sum games คนขายทุนร้อยละ90 นำเงินมาจ่ายให้คนได้กำไรร้อยละ 10 เท่านั้น เมื่อดูในระยะยาว ต้องมีผู้แพ้จำนวนไม่อั้น เพื่อมาหล่อเลี้ยงผู้ชนะจำนวนน้อย
ความคิดเห็นที่ 26
ผมมีเพื่อนเดย์เทรดอยู่คนนึง มันก็บอกได้วันละ 2-5% ทุกวัน ผมก็สงสัยนะว่ายังไงมันไม่รวยล้นฟ้าไปเลยหรอถ้าทำได้เรื่อยๆ
ในความเป็นจริงคือ ไอ 2-5% ที่มันได้คือใช้เงินแค่ 10% ของเงินทั้งพอท คิดเป็นกำไรจริงยังไม่ถึง 1% ของพอทเลย
พวกนี้เวลาได้มักจะโชว์กันว่าได้ % เยอะแยะ แต่เวลาผิดทางแล้วมันจะโดนทั้งต้นและดอก

ผมเป็นพวกไม่ถนัดเล่นสั้น ยอมรับว่าไม่รู้เรื่องจังหวะเข้าออกจริงๆ
สำหรับผมมองว่าถือหุ้นพื้นฐานดีระยะยาวจะสบายใจกว่า
เพราะไม่ว่าตามจะเหวี่ยงขนาดไหนผมก็ยังถือได้สบายใจตามเท่าที่ผลประกอบการยังโตสม่ำเสมอ

ปกติผมตั้งเป้าโตปีละ 10-15% แต่ปีหน้าหวังไว้เยอะ เพราะคิดว่าเจอตัว turnaround ตัวนึงแล้ว
ส่วนหวังไว้กี่ % ขออุบไว้ละกัน เพราะหวังไว้เยอะเกินกลัวหน้าแตก ถ้าไม่เป็นไปตามที่หวัง ฮ่าฮ่า
อีก 3 ปีจะมา review ผลลัพธ์ให้ดูละกัน

ส่วนเรื่องจะร่ำรวยจากหุ้นเน้นว่าเงินต้นสำคัญมาก
ต้นทุนที่ต่างกันมันจะได้ผลต่างกันฟ้ากับเหว

โชคดีครับ
ความคิดเห็นที่ 27
ถ้ามีเงินเหลือลงทุนหุ้นได้ซักเดือนละ 1หมื่นบาทเติมพอร์ตเข้าไปทุกเดือน ก็พอจะเห็นเงินก้อนเป็นกอบเป็นกำอยู่นะ

ถ้าทำกำไรได้เฉลี่ยปีละ 10% ทบต้น 5 ปี พอร์ต 7.8แสน  10 ปี พอร์ต 2 ล้าน
ถ้าทำกำไรได้เฉลี่ยปีละ 20%  ทบต้น 5 ปี  พอร์ต 1 ล้าน  10 ปี พอร์ต 3.5 ล้าน

ถ้าเพิ่มเงินต้นและเงินเติมพอร์ตไม่ได้จริงๆ  ก็ทำเปอร์เซนต์กำไรเพิ่มขึ้นเป็นตัวเร่งพอร์ต กับอาศัยระยะเวลาเป็นตัวช่วย ปีหลังๆพอร์ตจะโตไวขึ้นมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 28
มันอยู่ที่แผนการลงทุนครับ ว่าต้องการอะไร

เช่น เน้นออมหุ้ม...ก็จะมีโบรกที่จัดการหุ้นให้เรา โอนตังไปทุกๆเดือนๆ แล้วเฉลี่ยลงทุนให้เรา ตามหุ้นที่ผู้จัดการคัดไว้ อย่าน้อยก็ปกป้องความเสี่ยงว่าไม่เลือกหุ้นกาก

เน้นกองทุน โอนตังไปเดี๋ยวผู้จัดการกองทุนจัดการให้ ติดตามบ้างความเคลื่อนไหวบ้าง
ความคิดเห็นที่ 29
มนุษย์เงินเดือนไม่คอยพบเห็นว่ารวยหุ้นที่รู้จักมีไม่กี่คน เช่น นส.พ สมเกียรติ อดีตผู้บริหารเบทาโกร
รวยหุ้นระดับพันล้าน ส่วนมีที่รู้จักรวยจากหุ้นมากๆมี 2 ราย ยึดอาชีพค้าขาย
รายแรกเรียนจบเศรษฐศาสตร์ มก. ช่วงปี 32-33 เริ่มทำอาชีพเลี้ยงไก่ประกันกับ tj food สป.ละ 1-2
หมื่นตัว และเป็นโบรกเกอร์ขายลูกไก่เนื้อให้ก้บบริษัท แหลมทอง,เซนทาโก, อื่นๆ เทรดหุ้นวันละ 1-2
ล้านบาทเรื่อยมาตั้งแต่ปี 35 จนถึงปี 58 เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน cpf ประมาณ 1 พันกว่าล้านหุ้น และ
ถือหุ้นใน pf  ต่อมากิจการเลี้ยงไก่เนื้อเติบโตอย่างรวดเร็ว นำกิจการเข้าตลาดในนาม tfg ปี58 จนนัก
ลงทุนบางรายไม่เข้าใจมองว่ามีบริษัทจนทะเบียนในตลาด แต่ทำไมมีหุ้นใน cpf จำนวนมากๆ ขณะที่
tfg ช่วงนั้นมีราคาต่ำกว่า 2 บาท
อีกรายจบเภสัช ม.มหิดล ยึดอาชีพค้าส่งถังขยะกทม. งานประมูลหน่วยงานราชการต่างๆ ได้ลูกค้า
ดีสแฮล์มเป็นฐานลูกค้ารายใหญ่ทั้งโกดังเช่า และพาเลทพลาสติกจำนวน 2 หมื่นแผ่น มีฐานลูกค้า
จำนวนมาก ต่อมาขยายการค้าเข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า จดทะเบียนในตลาดฯ และเทค
โอเวอร์เหมราชฯ ของคุณสวัส้ดิ์ หอรุ่งเรือง ขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 ของวงการธุรกิจอาคารโกดังให้เช่า
มีเป้าหมายพื้นที่โกดังในร่มให้เช่า 1 ล้านตรม. รายนี้ขึ้นเป็นเศรษฐีลำดับที่ 38 ของปท.ไทย
ความคิดเห็นที่ 30
รวยได้ครับ แต่คุณต้องมีความรู้มาก ๆ และดูจังหวะราคาหุ้นเป็น 
รวมไปถึงต้องติดตามข่าวสารตลอดเวลา จริง ๆ 
ก็ไม่ได้ว่างหรือสบายนะครับ ต้องดูข่าวกันตลอด
ความคิดเห็นที่ 31
เอาเวลาไปทำธุรกิจ ลงทุนอย่างอื่น หรือไปทำงานที่ใช้แรง ใช้สมองหน่อย น่าจะง่ายกว่า

ไม่เสี่ยงมากด้วย บางอย่างไม่เสี่ยงเลย มีเงินการันตีว่าได้เงินแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 32
คุณเอ้ย ..เงินน้อยมันก็รวยได้แต่ต้องใช้เวลาสะสมเงินทบต้นทบดอก
ตอนผมเริ่มแรกสุด ได้กำไรหลักหมื่นก็เยอะมากละ ...แต่เดี๋ยวนี้หุ้นขึ้นช่องเดียวก็ได้แล้ว
ความคิดเห็นที่ 33
คนที่รวยหุ้นและไม่เขียนหนังสือขาย พวกนี้เริ่มต้นจากเงินทุนที่พร้อมอยู่แล้ว นี่เป็นโลกของทุนนิยมนะผมว่า ส่วนคนที่เร่ิมจาก0 จริงๆมี แต่เป็น0.01 %
ซึ่งยากมาก ถูกแล้วครับที่เค้าว่า กำไร10% ของ10 ล้าน ย่อมมากกว่า กำไร100% ของการลงทุน 1 หมื่น
ความคิดเห็นที่ 34
สมัยก่อนไปเที่ยวร้านอาหารนั้งข้างโต๊ะผู้รับเหมา ได้ยินเขาคุยกันเรื่องงาน มีแต่งานสิบล้านยี่สิบล้านตัวใหญ่หน่อยก็ร้อยกว่าล้าน
บางคนก็นึกว่าน่าจะรวยคัก ให้เขายืมเงินง่ายๆที่ไหนได้ มันเงินงบประมาณทำเสร็จกำไรพอได้ค่างวดรถ มันก็เหมือนเล่นหุ้นฟังเขามันรวยดี ลงทุนนูนนี้มีแต่เงิน คนที่เล่นหุ้นรวยส่วนมากเป็นเจ้าของกิจการมีเงินเหลือเก็บก็เอาไปลงทุน
ความคิดเห็นที่ 35
ผม เริ่ม เล่นจากตอนเงินเดือน แถวๆ 18000  เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วครับ
ถามว่าตอนนี้รวยไหม ผมถือว่าผมไม่รวยนะ  ออกไปทางพอมีพอกินมากกว่า
แต่ถ้าถามว่า โอเคไหมกับที่ทำมา ผมก็ตอบว่า ผมอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงานแล้ว
แต่ที่ต้องทำอยู่ทุกวันนี้เพราะมันต้องมีสังคม  ซึ่งข้อดีของมันคือ ผมสามารถเลือกงาน
ที่ตอบโจทย์ผมได้ โดยไม่ต้องไปซีเรียสกับตำแหน่งและเงินเดือน แต่ผมได้เวลาที่ผมต้องการคืนมา

   สิ่งสำคัญคือ วินัย และ รู้จักตัวเอง อย่าให้ความโลภเล็กน้อยครอบงำ
ศึกษา วางแผน อย่าติดกรอบ ลองทำดูสัก 5-10 ปี และจะรู้ว่า มันต่างจากตอนที่คุณคิดจะเริ่มยังไง
แต่คนเข้าตลาดหุ้นสมัยนี้ น่ากลัว เพราะทุกคนที่เข้ามาใหม่ๆ ส่วนใหญ่คิดว่า เข้ามาและจะรวย
คิดว่าตลาดหุ้นแค่เอาเงินมาลงก็รอรวย ผมว่าต้องปรับความคิดใหม่ ว่ว
   " ตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนที่ดีได้ รู้จักตัวเองและมีวินัย
     และตลาดหุ้นจะไม่ต่างอะไรจากบ่อน ถ้าคุณรอแค่จะแทงตัวไหน เท่านั้นครับ"
       ในหนังสือจะมีสักกี่เล่มที่เอาด้านไม่ดีมาโชว์  ในการโชว์แต่ละครอสที่เรียน
จะมีคนเทรนคนไหน เอา พอร์ตไม่ดีมาให้ดู  มีแต่คนเลือกสิ่งที่เป็นกำไรมาให้ดู
ความคิดเห็นที่ 36
ลงทุนเยอะ ก็ผลตอบแทนกลับมาเยอะ
ลงทุนน้อยผลตอบแทนกลับมา ก็น้อย
มัน ปกติ

คุณเชื่อหรอ ว่ามีคนลงทุนหลักหมื่น หรือแสนเดียว โดยไม่เติมเงินลงทุน
แล้วได้7-8หลักในเวลา ไม่กี่ปี เหมือนหนังสือมันเขียน จะมีซักกี่คนทำได้

อย่าง ดร นิเวศ แกลงทุนหุ้น จากเงินก้อน 10ล้าน กี่สิบปีมาแล้วล่ะ 10ล้านสมัยนั้น
ความคิดเห็นที่ 37
1 ในร้อย ที่ประสบความสำเร็จจะมีโอกาสได้ออกมาเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาว่าทำไงถึงประสบความสำเร็จ แล้วที่เหลืออีก 99 ล่ะ ???

ใน 10000 ก็จะมี 100 คนที่ประสบความสำเร็จ เพราะฉนั้นคนที่ประสบความสำเร็จมักจะออกมาเขียนหนังสือ หรือเป็นผู้บรรยาย มีจุดยืนในสังคม ทำให้อีกหลายล้านคนที่ไม่เคยลงทุนมองว่า การที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุนนั้นไม่ยาก นั่นคือการมองแค่มิติเดียวไงครับ เพราะมือใหม่ก็ต้องเดินตามรอยผู้ที่ประสบความสำเร็จโดยไม่รู้ว่าแนวทางในวันนั้น อาจจะใช้ไม่ได้กับวันนี้

คนที่ล้มเหลวก็แพ้ไปตามระเบียบ จะมาเขียนหนังสือ จาก 100 ล้าน สู่ 1 ล้าน ใครมันจะไปซื้ออ่านครับ..
ความคิดเห็นที่ 38
ต้องดูด้วยครับว่าแบบไหนที่เรียกว่ารวย

จำเป็นไหมครับว่าต้องมีถึง ร้อยล้าน สิบล้านห้าล้าน พอไหม

ส่วนตัวเริ่มต้นจากน้อยๆเหมือนกันครับ ทุกวันนี้เงินเดือนก็ยัง หมื่นต้นๆอยู่ แต่พอร์ตก็โตขึ้นเยอะกว่าตอนแรกมากแล้ว ครับ
ความคิดเห็นที่ 39
ผมก็เริ่มต้น จาก15000 นะเมื่อกลางปี58 ติกตามอ่านข่าวจากห้องนี้เกือบทุกวัน  มีคนเข้ามาถามแบบคุณเยอะมาก

ถ้าหุ้นในความคิดผม  ผมถือว่าเป็นการออมเงินนะ อาจจะรวยช้าไม่ทันใจแต่ก็ไม่เครียดเหมือนสาย day trade

คิดแล้วก็ลงมือทำเลยครับดีกว่าฝากไว้ในธนาคาร
ความคิดเห็นที่ 40
พออยู่ได้ แต่สำหรับคนที่มีทุนอยู่พอควร
พ่อแม่ มีsupport มีบ้าน มีรถแล้ว ไม่มีภาระ
ทั้งนี้ ทั้งนั้น การทำกำไร มันขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน เหมือนกับการเอนทรานซ์แข่งขันที่นั่งแหละ บางคนที่เขารวย เขาได้กำไร บางทีมาร์ก็แอบบอก เพราะอาจมีตกลงกัน มาร์ได้ค่าคอมฯเยอะ +เปอร์เซ็นพิเศษ ส่วนใหญ่จะพอร์ต 8 หลักขึ้น
สำหรับเราเล่นหุ้นไม่หวังรวยเป็นร้อยล้าน high risk high return ขอแค่มีปันผลให้พอไปเที่ยว ตปท.ปีละครั้งสองครั้ง กับค่ากินอยู่ ไม่ต้องทำงานประจำ เครียด เป้าคือมีเงินในพอร์ต 5 ล้าน เงินเก็บ 2 ล้าน แต่ถ้าเหตุจำเป็น พื้นฐานมันไม่เท่ากัน มีความจำเป็นต้องทำงาน ก็ขยันทำงานไป เก็บ อดออม เพื่ออนาคตไป
---
ตอนนี้มีหกหลัก พ่อแม่ ช่วยลงทุนเดือนละหมื่น - หมื่นห้า ส่วนเงินเดือนเหลือบ้างไม่กี่พัน ค่าสังคม ค่าเดินทาง ค่าผ่อนของ
ความคิดเห็นที่ 41
ลองทำแบบผม ก็ได้คัพ (ถ้ามีเงินน้อย)

ทำการระดมทุนเข้ามา เสมือนตัวเองเป็นกองทุนเล็กๆ

ให้ผลตอบแทนกลับที่ดี (เช่นอย่างของผม ปันผลคืนให้พวกเค้า 10%ต่อปี)

เพียงเท่านี้ คุณก่จะสามารถ มีเงินอยู่ในพอต หลักล้านได้ ในระยะเวลาสั้นนิดเดียว

แต่คุณต้อง แม่นกราฟนะ  และ ทำผลงาน คืนให้ได้ สัก20% อัพ  ในแต่ละปี

ปล. การลงทุนมีความเสี่ยง ด้วยความปรารถดี
ปล2. ส่วนตัวผมมันเวิร์คนะ ผมทำมาได้ 3ปีละ
ความคิดเห็นที่ 42
ผมว่าอยู่ที่โชคด้วยเพราะเราคาดการณ์อนาคตไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าที่จะไม่ลงมือทำเลย

สำหรับผม ไม่มีอะไรการันตีความสำเร็จ แต่มันอยู่ที่เราจะสร้างโอกาสเพื่อให้ความสำเร็จเดินเข้าหาเราบ้างหรือเปล่ามากกว่า
ความคิดเห็นที่ 43
ผมฟังคลิปผู้ที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนตลาดหุ้นมาหลายคน
เวลาที่เขาถูกพิธีกรถามว่าจะแนะนำการลงทุนอย่างไร
แต่มีอยู่ 2 คน พูดประโยคแรกเหมือนกัน คือ คุณต้องเข้าใจตลาด(หุ้น)อย่างถูกต้อง

ทำให้ผมเอ๊ะใจ ทำไมสองคนนี้ถึงพูดประโยคแรกเหมือนกัน
ผมมานั่งตีความ "ต้องเข้าใจตลาด(หุ้น)อย่างถูกต้อง" คืออย่างไร

ผมว่าเคล็ดลับมันอยู่ตรงนี้นะ
ความคิดเห็นที่ 44
คนที่มาจาก 0 แล้วรวยด้วยหุ้นเพียงอย่างเดียวมีน้อยมากๆ ไม่ถึง 1%

ส่วนใหญ่จะรวยจากอสังหา ทำธุรกิจ หรือ มนุษย์เงินเดือนค่าตัวแพง เช่น หมอ คนทำงานสายการเงิน ผู้บริหาร etc
แล้วแบ่งส่วนหนึ่งมาลงทุนในหุ้น

สำหรับเรานะ  อสังหาง่ายกว่าหุ้น
สำหรับคนที่เก่งหุ้น ไม่ชอบอสังหา เขาจะมองกลับกัน

หาทางของตัวเองให้เจอ   สู้ๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 45
ทำได้แน่นอนครับ ทำเองและเห็นมาเยอะแล้ว
วิธีที่ทำนะ
1.อย่าสงสัยตัวเอง
2.อย่าหูเบา
3.ลงทุนให้ถูกวิธี
4.ศึกษาสมการทบต้นหรือแก้วสามประการ ให้เข้าใจถ่องแท้
5.ถ้าศึกษาแล้ว จะเข้าใจว่าทำไม เงินต้น สำคัญน้อยที่สุด
6.ถ้าเข้าใจสมการ ผมถึงบอกว่า เป็นไปได้แน่นอน
ความคิดเห็นที่ 46
เงินทุน  เวลา  ฝีมือ
เงินเยอะ  เริ่มไว  ฝีมือดี  ก็ประสพความสำเร็จไวกว่า  มากกว่า

100  คน
5  คนร่ำรวย  เศรษฐี  มหาเศรษฐี
5  คน  ได้เล็กน้อย  พอเลี้ยงชีพไปวัน  หรือเสมอตัวไม่ได้ไม่เสีย
90  เจ้งแล้วเลิก  เสียเล็กน้อยแต่ไม่เลิกเติมเงินเรื่อย  จนถึงหมดตัวล้มละลาย

คุณจะเป็น  5  คนแรก  เริ่มจากปรับทัศน์คติก่อนว่ามันเป็นไปได้
แล้วค้นหาวิธี  ฝึกฝึมือ  วางแผนการเล่นให้ดี
5  ปีก็จะวัดผลแล้วว่าคุณจะรวยได้จากหุ้นหรือไม่  ต่ำกว่านั้นวัดอะไรไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 47
เก็บเงินครับอย่างน้อยควรมีต้นทุนสัก 1-3 แสน หลักหมื่นไม่ต้องเข้าตลาดครับ บ้าน รถ ยังไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องรีบสร้างหนี้ครับ ซื้อเมื่อไหร่จบ

จะเปลี่ยนชีวิตมี 3 อย่างหลักๆ
1 เงินต้น
2 ผลตอบแทน % ต่อปี
3 ระยะเวลา

แต่สิ่งที่ยากที่สุดในการลงทุนหุ้น คือ อารมณ์ ครับ
ใครควบคุมความโลภความกลัวไม่ได้ยากที่จะประสบความสำเร็จ ความรู้ไม่ได้สำคัญที่สุดครับ
มีบ้างนิดหน่อยก็พอ งบการเงินงูๆ ปลาๆ ก็ได้ บางครั้งการใช้ sense เลือกหุ้นอาจจะดีกว่า
ไม่พร้อมไม่ต้องเข้าครับ ใครมาบอกให้มาลองตลาดก่อนไม่ต้องลองครับ เราจะเข้าตลาดมาเมื่อพร้อมทั้งเงินต้นและความรู้ติดตัวบ้าง หรือก็คือเราจะเข้าตลาดและกำไรทันทีครับ ไม่ต้องมาเสียเวลาลอง
ใครมาบอกเข้าตลาดครั้งแรกต้องจ่ายค่าเทอม ไม่จริงครับ นี่มันยุคไหนแล้ว นี่ไม่ใช่ยุคมาตามหาวิธีชนะตลาดครับ คนอื่นเขาประสบความสำเร็จมาแล้ว คุณก็แค่เดินตาม อย่าไปมัวเสียเวลาค้นหาค้นคว้าวิธีชนะตลาด คนพวกนี้หาจนตายครับ
ความคิดเห็นที่ 48
เอาตัวอย่างแบบรายวันของพอร์ทสั้นผมมาให้ดูครับ เป็นตัวเลขช่วงประมาณ 4 สัปดาห์ครับ มีได้ก็มีเสียครับ ติดลบ 7 หลักผมก็มีมาแล้วครับ ปีที่แล้ว SET ลงไป 14% แต่ของผมติดลบมากกว่าอีก แต่ปีนี้ SET โตมา 16-17% ของผมขึ้นมาเกือบ ๆ 50% ครับ พอร์ตที่เล่นสั้นผมใช้ไม่เยอะครับ แต่ต่ำสุดตอนนี้ก็ 1 แสนครับ โดยปกติจะไม่ลงมากกว่า 5-6 แสน แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่ใช้ถึง 7 หลักครับ

11/8/16    0.00
11/9/16    -250.00
11/10/16    2,292.32
11/11/16    -3,054.30
11/14/16    -11,115.01
11/15/16    550.00
11/16/16    7,536.05
11/17/16    -6215.69
11/18/16    -7796.43
11/21/16    18,017.73
11/22/16    17,050.26
11/23/16    3,439.11
11/24/16    7,847.03
11/25/16    27,277.22
11/28/16    29,848.00
11/29/16    -7,000.00
11/30/16    33,100.00
12/1/16    -7,068.01
12/2/16    -15,350.00
12/6/16    34,851.43

ผมไม่ได้เฝ้าจอครับ รอจังหวะเปิดดูเป็นพัก ๆ ครับ

ลองเอาไปพิจารณาเป็นข้อมูลประกอบดูครับ
ความคิดเห็นที่ 49
ผมก็มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งตอนนี้อายุ 28 ปี เพิ่งเล่นหุ้นได้ 2 ปี (เริ่ม 29 พ.ย. 2014) เริ่มด้วยการเอาเงินเก็บ 80% มาลงทุน ตอนนั้น 200k นะตอนนี้ ไม่นับที่แดงอยู่ port+เงินใน port เท่ากับ 800k นิดๆ ระหว่างทางผมเติมเงินเข้า port ไปอีกราวๆ 150K เท่ากับว่าผมลงทุน 350K  ผ่านไปสองปี port ผมโตไปแล้ว 228% ที่โพสนี่ไม่ใช่เป็นการอวด ประเด็นคือถ้าคุณไม่เริ่มคุณก็ไม่รู้หรอกว่าทำได้ไม่ได้ การลงทุนในหุ้นสำหรับผมต้องใช้สิ่งสำคัญ 3 ส่วน คือ เวลา+จิตใจ+การทำการบ้านที่ดี ....สุดท้ายแล้ว ผลตอบแทนทบต้นคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครับ
ความคิดเห็นที่ 50
จากที่เล่นมาเกือบสิบปี เล่นหุ้นนี้มันเป็นประเภท High risk high return
บางทีเราคิดว่าข้อมูลเราแน่น แต่บางครั้งมันก็ต้องพึ่งโชคเหมือนกัน หูตาต้องไว

ถ้าถามว่ารวยมั๊ย มันขึ้นอยู่กับคนครับ แต่ล่ะคนมีวิธีเล่นต่างกัน  
เคยเห็นพอร์ตที่กำไร 100-200% มาก็เยอะ และ ขาดทุนติดลบ 100-200% มาก็เยอะเช่นกัน
แต่เท่าที่เล่นมา ส่วนตัวโดยรวมแล้วได้กำไรครับ หักลบน่าจะบวกประมาณ 2แสน

พอดีขายโล๊ะพอร์ท เอาตังไปใช้อย่างอื่นก่อน ต้องใช้เงินด่วน ไว้มีทุนใหม่จะกลับมาลงที่หุ้นแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 51
ผมขอเสนอแนะนอกเหนือไปจากเนื้อหาที่เจ้าของกระทู้เขียน และนอกเหนือไปจากคอมเม้นต์นะครับ รบกวนเปิดใจคิดตามผมนะ
    เอาจากทั่ว ๆไปนะครับ คนเราต้องเรียนหนังสือกันมา (ต่ำ ๆ) 15 ปี ถึงจะเริ่มต้นทำงานได้ แต่ถ้าคุณอยากทำงานสบาย โดยไม่สนใจอะไร คุณก็ต้องเรียนสูงกว่าคนอื่น เรียนหนักกว่าคนอื่น ลองคิดทบทวนถึงเงินที่ใช้เรียนดูครับ ว่าเรียนใช้เงินไปแล้วเท่าไร ทีนี้ลองคิดดูว่าคุ้มกับเงินเดือนไหม หลังจากนั้น คุณก็ต้องทำงานเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ โดยหวังจะเพิ่มเงินเดือน หรือมีเป้าหมายที่จะไปทำธุรกิจ หรือ ทำอะไรก็แล้วแต่ ทุกสิ่งก็ล้วนต้องใช้เงิน ความรู้ และประสบการณ์ทั้งสิ้น
    การลงทุนก็เหมือนกันนะครับ คุณก็ต้องใช้ความรู้ ใช้ประสบการณ์ เรียนรู้อยู่เสมอ บางครั้งอาจจะเรียนรู้ออกนอกเส้นทางไป แต่จงเชื่อเถอะว่ามันล้วนเป็นความรู้ทั้งสิ้น
   จากประสบการณ์ผมนะ บางทีก็ไม่รู้หรอกว่าเราจะเรียนรู้เรื่องนี้ไปทำไม จนจู่ๆ ก็ได้มาประสพกับสิ่งที่เราได้เรียนรู้ไป เหมือนกันครับ ลองตั้งใจเรียนรู้ศึกษา สัก 1-5 ปี  ถ้าคุณมีเงินน้อย เล่นได้น้อย จะแคร์อะไร เพราะมันก็ยังได้ เราลองคิดเป็น  % ดูครับ ว่าได้กี่ % พยายามอย่าคิดเป็นจำนวนเงิน เพราะ เราทุนน้อย สู้พวกทุนสูงๆหกเจ็ดหลักไม่ได้อยู่แล้ว
   วันนึงถ้าความรู้ประสบการณ์พร้อม คุณก็จะพบว่าสมองต้องสั่งการให้คุณไปหาเงินมาลงทุน ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่  แล้ววันนั้นคุณก็คงพร้อมรับกับการลงทุน ไม่เกรงกลัวการขาดทุน ไม่เกรงกลัวการแพ้
   "มีประสบการ์พร้อมรบเมื่อถึงเวลา ดีกว่าถึงเวลารบแล้วไม่มีประสบการณ์"
ปล.การลงทุนมีหลายรูปแบบ ไม่ใช่มีแต่หุ้นน่า ex. อสังหา กองทุนรวม กองทุนทอง น้ำมัน forex etc.
ความคิดเห็นที่ 52
พูดว่าได้ ก็ต้องพูดว่า เสียไปพร้อมกันด้วยเสมอครับ แล้วจะหายสงสัย


คนเริ่มจากศูนย์ไปเป็นล้านๆ  มีครับ  

และ  

คนเริ่มจากเป็นล้านไปเป็นศูนย์(หรือกระทั่งติดลบ?)  ก็มีเช่นกัน!


อย่ามองแต่อะไรที่อยากมอง อย่าเอาแต่ฝันดี  ฝันร้ายมันก็มีครับ
ความคิดเห็นที่ 53
ผมเล่นช่วงแรก เดือนแรกเจ๊งเลย 50,000
แต่ภรรยาเล่นกลับมีกำไร30,000

เลยลองปรับเปลี่ยนสไตล์ เดย์เทรดลดลง ถือยาวมากขึ้น
หุ้นบางตัวตอนมันลงปิดตาอย่าไปดูมันมากใจจะเสีย
รอเวลาและค่อยทยอยขายเดือนต่อมากลับไปบวกที่30,000 จากเงินต้น 600,000
ซึ่งเยอะนะถ้าเทียบกับเอาไปฝากธนาคาร
ความคิดเห็นที่ 54
เราเงินเดือน 15000-22000 เปิดพอร์ต 32000 ตอนธันวาปี 55

ปัจจุบันพอร์ต 5 แสน หลักๆมาจากที่เติมเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆซะมากกว่า ด้านกำไร+ปันผลเฉลี่ยได้ปีละ 12% เอง
ความคิดเห็นที่ 55
ผมเริ่มเล่นหุ้นตั้งแต่ปี 2533  เติมเงินในตลาดไปหลายล้าน  มาจนถึงวันนี้ผมเพิ่งค้นพบสุดยอดเคล็ดวิชา
รวบรวมได้แค่ไม่ถึง 10 บรรทัด  เรียกได้ว่าเขียนจากประสบการณ์ล้วนๆ  เป็นชุด indicator ที่บอกว่าหุ้นกำลังจะวิ่ง
บอกแค่นี้ ไม่รู้มีคนสนใจมั้ยครับ

ข้อ 1 เลือกซื้อหุ้นที่ราคาอยู่เหนือ EMA 50 วัน และ EMA 200 วันเท่านั้น  ( EMA 50 > EMA 200 )
        โดยเฉพาะ EMA 50 ฉีกออกจากเส้น EMA 200
ข้อ 2 เลือกหุ้นที่มีรูปแบบของราคาเป็นขาขึ้น  ผมใช้ Regression Chanel  เป็นอินดิเคเตอร์  ( ราคายกจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดขึ้นเรื่อยๆ )
ข้อ 3  มีวอลุ่มเข้ามาสนับสนุน  ปกติควรมีปริมาณการซื้อขายมากกว่าค่าเฉลี่ย 5 วัน  และให้สังเกตจำนวนฝั่งที่เคาะซื้อต้องมากกว่า
         ฝั่งที่เคาะขายอย่างน้อย 2 เท่า
ข้อ 4  ราคาต้องวิ่งขึ้นเหนือเส้นกึ่งกลาง Bolinger Band  และโดยเฉพาะเมื่อเห็นเส้นบนของ Bolinger Band  ฉีกออกทำนิวไฮ
ข้อ 5  RSI ต้องไม่ต่ำกว่าระดับ 60  เพื่อยืนยันพลังซื้อ  หุ้นที่ RSI ต่ำกว่า 45 ต้องอยู่ให้ห่างๆ  ถ้าจะเล่นสั้นแบบเก็งกำไรให้ใช้กราฟ 5 นาที
         ผมจะเข้าเมื่อ RSI ทะลุ 70
ข้อ 6  ค่า Bull Power จะต้องเป็นแท่งยาว  มากกว่าแท่งก่อนหน้าประมาณ 10 แท่ง  ( พูดง่ายๆ ราคามีการแกว่งตัวแคบๆมาระยะหนึ่ง คือ
        มีการเก็บของมาระยะหนึ่งแล้ว )
ข้อ 7  ค่า DI+ > DI-  และ DI+ ต้องมากกว่า 30  เท่านั้น  สำหรับ ADX ต้องชี้ขึ้นด้วย คนที่เล่นรอบใหญ่  ADX ไม่ควรเกิน 25 จะได้ไม่แพง
ข้อ 8 ราคาจะต้องวิ่งอยู่เหนือจุด Parabolic SAR เท่านั้น
ข้อ 9 ไม่ซื้อเมื่อราคาวิ่งเข้าใกล้แนวต้านที่สำคัญ  เว้นแต่จะ Breakout เท่านั้น
ข้อ 10 ค่า MACD จะต้องวิ่งเหนือระดับ 0  เท่านั้น  และเส้น EMA 10 วันต้องชี้ขึ้นด้วย  ห้ามซื้อเมื่อ EMA 10 วันหักหัวลง
ข้อ 11  ผมชอบซื้อเมื่อเห็น Modified Stochastic  %K วิ่งทะลุระดับ 70 ครับ

ปล. ขอให้โชคดีทุกท่านนะครับ  และที่สำคัญก่อนซื้อจะต้องกำหนดจุด Stop Loss ทุกครั้งนะครับ

ถ้าดูกราฟ set ตอนนี้จะเห็นว่าไม่เข้าเงื่อนไขหลายข้อ  จึงเห็นว่าการขึ้นมารอบนี้ไม่แข็งแรงพอ  จึงต้องระวังไว้บ้าง
แต่ถ้าดูหุ้นรายตัว  อาจมีตัวที่เข้าเงื่อนไขครับ  ตัวอย่างเช่น NINE  ลองไปเทียบดูนะครับ
ความคิดเห็นที่ 56
ทฤษฏีแม่เหล็ก  ผมเอามาใช้กับเส้น EMA  ครับ  มันมีทั้งดูดเข้าหากันและผลักออกจากกัน
ถ้าคุณเห็นเส้น 50 วิ่งหนีห่างออกจากเส้น 200  ( 50 อยู่เหนือ 200 )  หุ้นแบบนี้ดีมากๆในระยะกลางถึงยาว
ถ้าคุณเห็นเส้น 10 วิ่งหนีห่างออกจากเส้น 20  ( 10 อยู่เหนือ 20 )  หุ้นแบบนี้ดีมากๆในระยะสั้น

ถ้าคุณเห็นเส้น 50 วิ่งเข้าหาเส้น 200 ( 50 อยู่เหนือ 200 ) ต้องระวังมันคือสัญญาณอันตรายในระยะกลางถึงยาว
ถ้าคุณเห็นเส้น 10 วิ่งเข้าหาเส้น 20  ( 10 อยู่เหนือ 20 )  ต้องระวังมันคือสัญญาณอันตรายในระยะสั้น

พอจะมองเห็นภาพนะครับ  เป็นภาพขาลงให้มองกลับทิศครับ  50 วิ่งเข้าหา 200 ( 50 อยู่ใต้ 200 ) จะดีมาก
ความคิดเห็นที่ 57
ไม่ควรซื้อหุ้นเมื่อราคาวิ่งห่างเส้น EMA 10 วันมากๆนะครับ  ตรงจุดนั้นเจ้ามือจะไล่เคาะให้เราเกิดความโลภครับ  และอีกไม่นานมันจะไหลลงมา
ใกล้เส้น 10 วันเอง  หุ้นที่ดีจะต้องไม่ซิ่งวิ่งแรงๆในระยะต้นๆ มันต้องค่อยๆขึ้น แต่มันจะไปวิ่งแรงๆตอนใกล้ๆเลิกครับ

อีกอย่างครับถ้าราคาวิ่งมาถึงกรอบบนของ Regression Chanel แล้ว ก็ไม่ควรแห่ตามไปนะครับ  ให้ดูความ overbought  ด้วยครับ  เอาแค่กำไร
พอประมาณก็พอ  อย่าโลภครับ เราไม่จำเป็นต้องขายที่จุดสูงสุด

    ปล. ทั้งหมดเป็นแค่แนวทางครับ  ต้องไปหาความรู้เพิ่มเติมแล้วหาจุดที่เหมาะสมกับนิสัยตัวเองเป็นสำคัญครับ  วันนี้ก็เพิ่งเห็นหุ้นตัวนึง TTTM
ลองไปดูว่าเข้าเงื่อนไขทั้งหมดหรือไม่   ผมไม่ได้เชียร์หุ้นนะครับแค่ยกเป็นตัวอย่างเท่านั้น  โชคดีครับ
ความคิดเห็นที่ 58
คล้ายกับผม  คือ  คนจะเล่นได้มันต้องมีหลักของตัวเองอยู่
แต่หลักของคนหนึ่งเอาไปใช้ไม่ได้หมด  สามารถเอาเป็นแนว  หรือได้บางส่วน

เพราะลึกๆ  แต่ละคนพฤติกรรม  อารมณ์ การตัดสินใจแตกต่างกัน

ดังนั้นผมสนับสนุนให้เรียนรู้จากคนประสพความสำเร็จ  เอามาเป็นแนว
แล้วสร้างหลักของตัวเองร่วม  จากนั้นประยุกต์เข้าด้วยกัน  ฝึกฝน  ลองจนเข้าเป้าหมาย
แล้วยึดเอาเป็นสูตรสำเร็จของตัวเองได้
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :

บทความทั้งหมด
  คลิกที่นี่ เพื่อดูสินค้าแนะนำ
  ลดราคากว่า 80%(ห้ามพลาด)