ปั่นจักรยานกับวิ่ง อันไหนดีกว่า 2020

by WheelSharee Posted on 2020-08-30



ความคิดเห็นที่ 1
When you ride a bicycle between 16 and 20 miles per hour,
you’re burning about 5.5 calories an hour per pound of your body weight.
For example, if you weigh 150 pounds, you’re burning 825 calories per hour!

When you’re running, you’re burning .75 calories a mile per pound of your body weight.
For example, if you weigh 150 pounds, you’re burning 112.5 calories per mile! If you’re running at 7 miles per hour, you’re burning 787.5 calories per hour. That all adds up to a lot of calories burned, and therefore weight lost.

พอๆกันครับ

แต่ปั่นจักรยานต้องปั่นเร็วมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะครับถ้าจะให้เท่ากับการวิ่ง 7 ไมล์ต่อชั่วโมง
คิดดูนะครับ 16-20 ไมล์ต่อชั่วโมงนี่ ปั่นจนขาแทบหลุดเหมือนกันนะครับ ^^
แต่วิ่ง 7 ไมล์ต่อชั่วโมงนี่ก็ไวได้ใจ วิ่งจนจะขาหลุดคาเครื่องเหมือนกันครับ

จักรยานดีกว่าตรงที่กล้ามเนื้อไม่เยินมากเท่ากับการวิ่ง

ในเว็บข้างต้นเค้ายังบอกอีกว่า .... Mile for mile, running burns a lot more calories than cycling does.
You can lose weight faster by running. However, it’s not always the better option.
People with knee issues, back pain, or significant weight to lose should hop on a bicycle
rather than put on running shoes, because cycling puts less pressure on your joints.

วิ่งอ่ะได้ผลไวกว่าสำหรับผู้ที่ต้องการจะเบิร์น  แต่ว่าหัวเข่า-ข้อเท้าคุณจะพังก่อนไหม ... นั่นก็อีกเรื่องนะจ๊ะ

เค้าปิดท้ายบทความด้วยว่า ....  If you’re looking to lose weight and improve your health as much as possible,
you might want to take up both running and cycling.
Switching between both exercises will work your muscles to different levels of intensity and constantly challenge your body.

เอาสองวิธีมายำรวมกัน วิ่งสลับปั่นจักรยาน หรือปั่นจักรยานสลับวิ่ง
จะเวิร์คมากๆๆๆๆ เพราะร่างกาย กล้ามเนื้อของเราจะพบกับการออกแรงในรูปแบบที่สลับสับเปลี่ยน
ไม่ซ้ำซากจำเจ เป็นการท้าทายตัวเรา และท้าทายขีดความสามารถของเราไปในตัวครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ผมก็สลับๆกันนะครับ บางวันก็วิ่ง บางวันก็ปั่น 

บางวันวิ่งครึ่งชั่วโมงปั่นอีกครึ่งชั่วโมง ไม่เบื่อดีครับ


ความคิดเห็นที่ 3
ชอบแบบไหนก็เลือกแบบนั้น ถ้าบอกว่าวิ่งดีกว่าแต่เราไม่ชอบ แล้วไง ชอบปั่นจักรยานมากกว่า ก็ปั่นไป

ในทางกลับกันถ้าบอกว่า ปั่นดีกว่าแต่เราชอบวิ่งอ่ะ ก็เลือกวิ่งไปเพราะชอบ
ความคิดเห็นที่ 4
ถ้า ใช้เวลา วิ่งเท่า กับ ปั่น 

ยังไงวิ่งก็มากกว่า ครึ่ง อยู่ดี
ความคิดเห็นที่ 5
ถ้าเอาตัวแปลคงที่ คือ เวลาเท่ากัน ความหนักของการออกกำลังกาย(วัดจากความเหนื่อยตัวคุณ)เท่ากัน

ผมว่า วิ่งหนักกว่าคับ เพราะการออกแรงจากกล้ามเนื้อใช้จากแรงถีบของการก้าวขาของเรา ส่วนการปั่นจักรยานออกแรงกล้ามเนื้อ + แรงถีบของล้อที่เคลื่อนที่คับ

ปล. ความเห็นส่วนตัวคือ วิ่งมีผลเสียจากแรงกระแทกมากกว่าปั่นจักรยาน ผลเสียกระทบถึงข้อเท้า ข้อเข่า คับ
ความคิดเห็นที่ 6
เป็นความจริงที่วิ่งแล้วร่างกายมีโอกาศบาดเจ็บได้ง่ายกว่าปั่นจักรยาน แต่ถ้าคุณซื้อรองเท้าดีๆและวิ่งให้ดูวิธี โอกาศบาดเจ็บยากมากๆครับ พิสูจน์มาแล้ว สำหรับผมอาการปวดเข่าจากการวิ่งมากหายได้ด้วยรองเท้าดีๆคู่ใหม่เพียงคู่เดียว
ความคิดเห็นที่ 7
ชอบทั้งคู่แต่ปั่นจักรยานกลัวอุบัตเหตุ 

เพราะต้องใช้ที่เยอะ ซึ่งคงต้องเป็นถนนสัญจรทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8
ทำ2อย่างได้ก็โอเคครับ แต่ถ้าวัย 30 อัพอยากให้เน้นจักรยาน วิ่งให้น้อยลง เพราะหัวเข่าคุณจะพัง!
ถ้าอยากวิ่ง ต้องซื้อรองเท้าคุณภาพดีเพื่อใส่วิ่งโดยเฉพาะ
ผมวิ่งเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้แล้ว(อายุ 36) หัวเข่าพังไปแล้วเกิดจากการเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด้กๆ สะสมมาเรื่อยๆ..แค่วิ่งแค่ 1 รอบก็ไม่ไหวแล้วเจ็บเข่ามาก....ตอนนี้เน้นเดินเร็วครับ
ความคิดเห็นที่ 9
ดูจากตัวเองนะ ผมวิ่งและปั่นบนถนนเหมือนกันแต่ไม่เร็วนะแบบไปเรื่อยๆ สรุปได้ว่าวิ่งเหนื่อยกว่าและเผาแคลลอรี่ได้เยอะกว่าในระยะเวลาเท่ากัน เพราะเวลาวิ่ง hr ผมอยู่โซน 3-4 แต่ปั่นนี่โซน 2-3 แต่ผมวิ่งได้ไม่เกินชม.ก็จอดแต่ปั่นนี่ 2 ชม.ยังเฉยๆ แต่วิ่งมีโอกาศบาดเจ็บมากกว่าเหมือนที่หลายๆท่านบอก ตอนนี้ผมก็สลับๆกันไปเท่าที่มีเวลา
ความคิดเห็นที่ 10
เอาเป็นว่าถ้าคุณอ้วน %fat เกิน 15%
แนะนำให้ cardio หรือวิ่งเร็วๆ HR 75%+
เบิร์นเอาไว้ใช้สำหรับคนที่สามารถควบคุมปริมาณการกินได้จะดีกว่า เช่น งดไขมัน ลดแป้ง
ความคิดเห็นที่ 11
ลองวิ่งก่อนก็ได้คะ ลงทุนน้อยแค่ชุดและรองเท้า 

แต่ถ้าจักรต้องซื้ออีกหลายตังค์และถ้าไม่ชอบก็เสียตังค์ฟรี
ความคิดเห็นที่ 12
ผมวิ่งรู้สึกว่าได้เหงื่อและลดน้ำหนักได้มากกกว่าจักรยาน อยู่ที่ว่าคุณตั้งใจวิ่งขนาดไหน ถ้าแค่วิ่งเหยาะๆ เดินๆ หยุดๆ เหงื่อไม่ออก ไปขี่จักรยานก็คงได้ผลไม่ต่างกัน ลองเพิ่มความเร็วอีกนิดแล้ววิ่งต่อเนื่อง ถ้า 30-40 นาทีวิ่งต่อเนื่องเหงื่อไม่ออกนี่ผิดปกติแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 13
ปั่นจักรยาน ลดอันตรายเรื่องข้อเท้า ข้อเข่าเสื่อมได้ดีกว่า เพราะไม่มีแรงกระแทก
แต่จะอันตรายจากรถในซอยป่ะคะ?

เรื่องเหงื่อนี่แล้วแต่คนค่ะ บางคนเหงื่อเยอะ บางคนไม่ค่อยมี ^^
ความคิดเห็นที่ 14
เหงื่อคือน้ำครับ ไม่ใช่ไขมัน
จะลดความอ้วน ต้องคุมอาหารครับ
การออกกำลังกาย ช่วยให้ร่างกายกระชับ มีกล้ามเนื้อ
ไขมัน จะเอาออก ยากมาก ต้องรู้จักเรื่อง การคุมโซนหัวใจ
ทั้งหมดทั้งมวล ออกไปเถอะครับ อะไรก็ได้ แต่ให้คุมอาหารด้วย
ความคิดเห็นที่ 15
ถ้าวิ่งเหยาะๆน่าจะไม่พอนะครับ น่าจะต้องเพิ่มความเร็วมากขึ้น
ผมก็เริ่มลดน้ำหนักเหมือนกันครับ ผมเลือกปั่นจักรยานครับ พอดีข้อเท้าไม่ค่อยดีกลัววิ่งแล้วพลิกจะยิ่งเจ็บ แล้วก็ชอบจักรยานด้วย ปั่นเพลิน สบายใจ
ความคิดเห็นที่ 16
ถ้าจะลดนน. เรื่องแรกคือคถมอาหารครับ กินให้ครบทุกมื้อ แต่ลดแป้ง ลดของทอด กินคลีนได้จะลดเร็วขึ้น เดี๋ยวนี้มีอาหารคลีนใส่กล่องขายเวฟของ CP Balance ใช้ได้เลย ส่วนการออกกำลังกายควรออกด้วยเพื่อให้ร่างกายกระชับ มีการเผาผลาญพลังงานตบอด และกลับมาอ้วนยากขึ้นครับ
ความคิดเห็นที่ 17
ไม่ต้องเลือกเลยครับ จัดไปทั้งปั่นทั้งวิ่ง ไม่ต้องคิดมากให้ปวดหัว

ตั้งเป้าลงรายการทวิกีฬาซักรายการ การซ้อมจะจริงจังขึ้น

การลดความอ้วนจะกลายเป็นแค่ทางผ่าน

ปล. การเลือกกินอาหาร ลดได้เร็วที่สุด 555 กินให้อิ่มปกติ แต่...ไม่กินมัน ไม่กินทอด ไม่กินหนัง ไม่กินน้ำหวาน ไม่กินเค้ก ไม่กินคุกกี้ แค่เนี้ยะ
ความคิดเห็นที่ 18
ผมทั้งวิ่งและปั่นจักรยาน ..

ส่วนตัวผม ลดน้ำหนักด้วยการปั่นจักรยานได้เร็วกว่าวิ่ง

วิ่ง จ๊อกกิ้งราว 5 กม.บางทีก็วิ่งช้าสลับเร็วแบบอัด ๆ

จักรยาน ปั่นวอร์มก่อน แล้วไปที่รอบขา ควงขาขึ้น

เนิน มีอัดตรง ๆ ออกตัวไวไวไล่รอบขาไล่เกียร์ไปด้วย

ปั่นครั้งนึงเกิน 40 นาทีค่อยพัก .. ทานน้ำ แล้วปั่นต่อ ..

ก่อนออกปั่นหรือวิ่งจะทานน้ำก่อนซักครึ่งขวดครับ
ความคิดเห็นที่ 19
ผมเลือกทั้ง 2 อย่างสลับวัน วิ่ง กับ ปั่นจักรยาน  ทำอย่างเดียว มันจะเบื่อ
ผมรู้สึกว่าวิ่ง เหนื่อยกว่า  ถ้าวิ่งมากๆเจ็บหัวเข่า ครับ เหมาะกับมีเวลาออกกำลังน้อย
ที่ยังวิ่งอยู่เพราะ มันออกกำลังได้ต่อเนื่องกว่าจักรยาน   จักรยานต้องเบรค ลดความเร็ว
เวลาเจอสี่แยกเจอรถวิ่งมาใกล้  เจอไฟแดง  ต้องเบรคตอนยูเทริน  

ปั่นจักรยาน เพลินดี  ทำได้นานกว่าวิ่ง  แต่ต้องใช้เวลามากกว่า ถ้าจะให้เหนื่อยเท่ากับวิ่ง

ผมวิ่งได้ 1 ชั่วโมงเต็มที่ เบื่อมาก  ปั่นจักรยาน  5-6 ชั่วโมง ไม่เบื่อ เพราะ วิวมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
วันหยุด ผมชอบเอาจักรยานมาปั่นเที่ยวคนเดียวไปไกลๆ  เข้าซอกซอย ไปเที่ยวครับ
ความคิดเห็นที่ 20
ผมเคยทำทั้งสองแบบ ได้คนละอย่างครับ
เวลาผมวิ่งรอบมันจะสั้นกว่าจักรยาน  รอบนึงประมาณ 700 เมตร
วิ่งประมาณ 45 - 60 นาทีเกินนี้ไม่ไหว  มันจะท้อง่ายกว่าจักรยานครับ
เพราะเริ่มหลายรอบๆ วิวมันจะเหมือนเดิม 55555 แต่สิ่งที่ได้จากวิ่งแบบนี้
คือ ความรู้สึกมันเหนื่อยกว่าที่เวลาพอๆ กัน ที่คิดแบบนี้ เพราะตอนวิ่งได้สัก 35 นาที
ในหัวตอนนั้นมีแต่ เมื่อไหร่จะครบรอบ และก็ดูแต่ทาง เหมือนเป็นการทำสมาธิอย่างนึง
คือไม่ฟุ้งซ่าน ทำบ่อยๆ รู้สึกโอเค
ส่วนจักรยาน ผมปั่นที่ sky line ตอนนที่เป็นสนามเขียว ปั่นวันละรอบ ใช้เวลาประมาณ 50-60นาที
ปั่นจักรยานแบบนี้สำหรับผมมันเพลินดีครับ แต่ถามว่าเหนื่อยสู้วิ่งได้ไหม ความรู้สึกผมที่เวลาพอกัน
ยังปั่นเพิ่มได้อีกรอบ  ไม่หอบเท่าวิ่ง เพราะ ผมยังสามารถคิดเรื่อยเปื่อยได้อยุ่ 55555

ส่วนตัวผมว่า ไม่ว่าออกกำลังกายอะไร ต้องมีสี่ส่วนครับ เอาคำพูดบ้านๆนะครับ
- คุมอาหาร (ของผม งดน้ำอัดลม กับลดเหล้าเบียร์ ) ส่วนอย่างอื่นก็กินทุกอย่าง
แต่หลายๆ มื้อจะแค่อิ่ม แต่ถ้าเจอของชอบก็จัดหนัก
- แอโรบิก ก็พวก ปั่นจักรยาน วิ่ง ว่ายน้ำ ให้เกิน 30 นาที แต่ไม่เกิน 60 นาที
- ออกกำลัง ที่ผมทำมี  ลุกนั่ง , วิดพื้น  , sit up ประมาณนี้
- สุขภาพ วันไหนที่ผมรู้สึกเพลีย หรือ มีอาการบาดเจ็บผมจะไม่ฝืน  อย่ามองว่าต้องลดว่าน้ำหนักให้เร็วที่สุด
แต่ให้ลองมองว่า 1 ปี เราจะลดได้กี่กี่โลครับ  
ความคิดเห็นที่ 21
ผิดประเด็นกันไปเยอะ  ทั้งวิ่ง ทั้งจักรยาน  ถ้าคุณจะเน้นเรื่องลดน้ำหนัก  คุณต้องออกกำลังกายโดยที่ HR อัตราการเต้นหัวใจอยู่ใน Zone2  และอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ชม.ขึ้นไป...    

ถามว่าHR zone 2 คือตรงไหน ถ้าคุณไม่มีเครื่องวัด ก็ใช้ความรู้สึกเอา  วิ่งก็อาจจะวิ่งจ้อกกิ้งเบาๆ แต่ต่อเนื่องไม่หยุดพักในแบบที่หัวใจเราไม่เต้นหนัก  สบายๆชิวๆ   ส่วนการปั่นก็เน้นควงขาปั่นไปเรื่อยๆ (รอบขาต้องไวนิดนึง) แล้วหัวใจไม่เต้นหนักเหมือนกัน ปั่นไปเรื่อยๆ อย่าเร่ง    

เท่านี้คุณก็จะอยู่ในช่วง fat burn คือมีการเผาผลาญไขมัน  ใครอยากเบิร์นมากเบิร์นน้อย ก็อยู่ที่การฝึกของแต่ละท่านแล้วครับ  วิ่งบ่อยๆ ปั่นบ่อยๆ ก็เบิร์นได้เยอะกว่าชาวบ้าน   คุมอาหารช่วยด้วย คุณก็ลดได้เร็วขึ้นไปอีก  แต่ทั้งนัทั้งนั้นคุณไม่ต้องอดอาหารนะ  กินไปปกตินั่นแหละแต่อาจจะลดพวกของหวาน ของทอด ของมันๆ ก็แค่นั้น

ใครทำเยอะก็ได้เยอะ ใครทำน้อยก็ได้น้อยครับ มันไม่มีสูตรตายตัว
ความคิดเห็นที่ 22
keyword อยู่ที่เพิ่งเริ่ม กับ เหงื่อ
ลืมคำว่าเหงื่อออกมากออกน้อยไปเลยครับ คำอธิบายมีแล้วด้านบน
เพิ่งเริ่มออกกำลังนี่มันไม่เห็นผลหรอกครับ ต้องใช้เวลา

การลดน้ำหนัก อยู่ที่เอาออกและเอาเข้าครับ อยากลดน้ำหนักก็ต้องให้เอาเข้าน้อยกว่าเอาออก
วิธีที่ดีคือคุมอาหาร (เป็นการลดการนำเข้า) และออกกำลัง (เพิ่มการเอาออก)

ผมเคยลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารและวิ่งออกกำลัง ใช้เวลาหลายเดือนอยู่ มันก็ลดอยู่นะ แต่วิ่งนานๆมันก็น่าเบื่อ เป็นห่วงหัวเข่าด้วย เลยปั่นจักรยานแทน

ปรากฏว่าน้ำหนักขึ้น แต่หุ่น firm ดี ที่นน.ขึ้นเพราะเลิกคุมอาหาร แต่ปั่นไม่หนักพออัตราการนำเข้าก็เลยมากกว่าการใช้ออก
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :

บทความทั้งหมด
  คลิกที่นี่ เพื่อดูสินค้าแนะนำ
  ลดราคากว่า 80%(ห้ามพลาด)