ประกัน รถยนต์ 1 2 3 ต่างกันอย่างไร 2021

by WheelSharee Posted on 2021-03-02


ความคิดเห็นที่ 1
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1

เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ทุกคนนิยมที่สุด ถึงแม้จะต้องจ่ายเบี้ยรายปีสูงสุดก็ตาม แต่ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมสำหรับยานพาหนะของทั้งสองฝ่าย หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด โดยความคุ้มครองคร่าวๆ ดังนี้ ความบาดเจ็บ ความเสียหายต่อตัวรถ การถูกโจรกรรม ความเสียหายจากธรรมชาติเช่นไฟไหม้ น้ำท่วม รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลากจูงรถอีกด้วย จะเห็นได้ว่าประกันชั้น 1 มีความคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกๆ เรื่อง ทำให้เป็นที่นิยมมากที่สุด
ความคิดเห็นที่ 2
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 นั้นคุ้มครอง ชีวิตร่างกาย การบาดเจ็บและทรัพย์สินเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น ไม่มีการคุ้มครองสำหรับผู้เอาประกันหากรถเกิดเฉี่ยวชน พลิกคว่ำ เกิดอุบัติเหตุ เมื่อผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด รวมถึงให้ความคุ้มครองความสูญหายและเหตุไฟไหม้ของตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย ซึ่งจะเหมาะสำหรับคนที่ขับรถเก่งในระดับหนึ่งแล้ว แต่ต้องจอดรถในที่เปลี่ยวบ่อยๆ
ความคิดเห็นที่ 3
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3

เป็นประเภทประกันที่มีราคาเบี้ยประกันที่ถูกที่สุดรองจากประกันชั้น 4 โดยให้ความคุ้มครองเฉพาะชีวิตร่างกาย และทรัพย์สินของคู่กรณีเท่านั้น เมื่อผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด โดยมีการคุ้มครองไมเกินวงเงินที่ระบุไว้
ความคิดเห็นที่ 4
ประกันรถยนต์ประเภท 4

ประกันชั้น 4 นั้นมีราคาเบี้ยประกันถูกที่สุด และมีความคุ้มครองที่ไม่มากนัก เหมาะกับผู้ที่ใช้รถระยะใกล้ๆ นานๆ ครั้งจะใช้สักที หรือแทบไม่ค่อยได้ใช้งานรถยนต์สักเท่าใหร่ และมีที่จอดรถที่มิดชิด ไม่มีความเสี่ยงในการสูญหาย รวมไปถึงไม่มีความเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้ด้วย เพราะประกันชั้น 4 ไม่มีความคุ้มครองในส่วนนี้ โดยมีความคุ้มครองในส่วนของทรัพย์สินบุคคลภายนอกเท่านั้น หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนของรถของผู้เอาประกันเอง
ความคิดเห็นที่ 5
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 คือการเรียกรวมกันของประกันชั้น 2+ รวมกับประชั้น 3+

โดยจะแบ่งเป็นแต่ละชั้น 2+ และ 3+ จะต่างกันนิดหน่อย ดังนี้

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ (ประเภท 5)

ให้ความคุ้มครองเหมือนประเภท 2 แต่มีส่วนเพิ่มคือการให้ความคุ้มครองต่อตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย ในวงเงินที่ได้ตามที่ตกลงกันไว้ เช่น 150,000 หรือ 200,000 บาท และมีการคุ้มครองเกี่ยวกับภัยธรรมชาติเช่น น้ำท่วม โดยมีราคาเบี้ยประกันที่สูงขึ้นมาเล็กน้อยจากประเภทที่ 2

 

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ (ประเภท 5) 

ให้ความคุ้มครองเหมือนประเภท 3 แต่มีส่วนเพิ่มคือการให้ความคุ้มครองต่อตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยและคู่กรณี กรณีชนโดยมีคู่กรณี แต่จะไม่ได้รับความคุ้มครองในส่วนของรถยนต์โดนไฟไหม้
ความคิดเห็นที่ 6
ความคิดเห็นที่ 7
ประเภท 1 คุ้มครอง รถหาย ไฟไหม้  ตกข้างทาง พลิกคว่ำ ทุกอย่าง ครับ แต่เหตุการณบางอย่างกรมธรรม์ระบุมาว่าคุณต้องเสียส่วนแรกของความเสียหาย เช่น ถูกค.ชนแล้วหนี ไม่ทราบ ทะเบียน หรือ หาคนชนมารับผิดชอบไมไ่ด้ แบบนี้เสีย 1,000 บาท ครับ

ประเภท 2 ไหม้ รถหาย รับผิดชอบ ค. ไม่รับผิดชอบรถ เรา ครับ
2+ รถหายไฟไหม้ รับผิดชอบ ค. และ รับผิดชอบรถเรา หากคุณไปชน ค.แล้วหนี แล้วไม่สามารถจำทะเบียนได้ คุณต้องซ่อมรถเองครับ ต้องมีค.เท่านั้นถึงจะซ่อมรถได้
3 รับผิดชอบ ค. อย่างเดียวครับ ทรัพย์สินเช่น เสากำแพง หรือ รถยนต์ เท่านั้น ครับ
3+ เหมือน 2+ ครับ แต่ไม่คุ้มครอง รถหาย ไฟหม้ ครับ
ความคิดเห็นที่ 8
ประกันชั้น 1

แน่นอนว่าเป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองที่ดีที่สุด ตามชื่อประกันชั้น 1 ที่เราคุ้นเคยกันดี
ซึ่งครอบคลุมทุกอย่างเท่าที่จะสามารถคุ้มครองได้ ไม่ว่าจะเป็น

ชีวิตหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (รถและค่ารักษา ของผู้ที่เราเผลอเฉี่ยวชน)

ความเสียหายของรถเรา ไม่ว่าจะมีคู่กรณี (เฉี่ยวชนกับรถคันอื่น)
หรือไม่มีคู่กรณี (เฉี่ยวชนกับฟุตบาทหรือเสาไฟฟ้า)

ความเสียหายต่อภัยที่ไม่คาดคิด (รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือการก่อการร้าย)

ประกันชั้น 2+

เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันชั้น 1 แทบทุกอย่าง แต่ต่างกันอย่างเดียวก็คือ ให้ความคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากการเฉี่ยวชนระหว่างรถกับรถเท่านั้น ซึ่งต้องระบุคู่กรณีได้ และต้องเป็นรถที่มีป้ายทะเบียน (ไม่คุ้มครองต่อความเสียหายที่เกิดจากการเฉี่ยวชนสิ่งอื่นที่ไม่ใช่รถ เช่น เสาไฟฟ้า เป็นต้น)

ประกันชั้น 2

คล้ายกับประกันชั้น 2+ แต่ได้รับความนิยมน้อยกว่า เพราะถึงแม้จะราคาถูกกว่า 2+ และคุ้มครองครอบคลุมเกือบทุกอย่าง แต่สิ่งที่ขาดไปกลับเป็นสิ่งที่น่าจะจำเป็นมากที่สุด ก็คือการคุ้มครองรถของตัวเองขณะเฉี่ยวชน หรือถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือ ‘ซ่อมเค้า แต่ไม่ซ่อมเรานั่นเอง’

ประกันชั้น 3+

เหมือนกับประกันชั้น 2+ ที่ให้การคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากการเฉี่ยวชนระหว่างรถกับรถเท่านั้น และยังให้ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก (ค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณี ค่าใช้จ่ายในการขึ้นโรงขึ้นศาล) แต่จะไม่คุ้มครองต่อความเสียหายจากภัยที่ไม่คาดคิด (ยกเว้นกรณีน้ำท่วม ในบางแพ็คเกจ)

ประกันชั้น 3

เป็นประกันที่ถูกที่สุด โดยหลักๆ จะเป็นการคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เฉพาะคู่กรณีเท่านั้น แต่ไม่ได้คุ้มครองเรา รวมถึงไม่ครอบคลุมต่อภัยที่ไม่คาดคิด เช่นเดียวกับประกันชั้น 3+

ประกันชั้น 4

ประกันที่ถูกลืม และหลายคนคิดว่าไม่มี เนื่องจากไม่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะมีคุณบัติคล้ายกับประกันชั้น 3 ที่คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี (ไม่คุ้มครองรถเรา) แต่สิ่งที่ทำให้ประกันชั้น 4 ได้รับความนิยมน้อยกว่าก็คือเบี้ยประกัน ที่มีวงเงินแค่ 100,000 บาทเท่านั้น ซึ่งหากเกิดเฉี่ยวชนกับรถทั่วไปคงไม่เป็นไร แต่ถ้าบังเอิญเกิดอุบัติเหตุกับรถที่มีราคาค่อนข้างสูงอย่าง Mercedes Benz, BMW, หรือรถ Super Car ต่างๆ คงเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน เพราะวงเงินคงไม่ครอบคลุมแน่ๆ

ประกันชั้น 5

เป็นชื่อเรียกรวมๆ ของประกันชั้น 2+ และ 3+ ที่กล่าวไปในข้างต้น
และทั้งหมดนี้ก็คือ การคุ้มครองของประกันภัยในแต่ละชั้น ที่ให้การคุ้มครองในรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าการคุ้มครองแบบไหน จะตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตบนท้องถนนของเรามากที่สุด
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
บทความทั้งหมด


สมัครแทงหวย กดตรงนี้