ประกันสุขภาพ อันไหนดี 2020

by WheelSharee Posted on 2020-07-03



ความคิดเห็นที่ 1
แนวทางการวางแผนประกันสุขภาพนะครับ
1. สำรวจสิทธิสวัสดิการที่เรามีอยู่
2. สำรวจค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลที่หากเราเจ็บป่วยแล้ว เราจะไปรักษา
3. วางแผนคุ้มครอง ตรงนี้มีแบบประกันหลากหลายแบบ หลากหลายบริษัทมากเลยครับต้องค่อยๆหาข้อมูลดู
4. เลือกแผนความคุ้มครองให้พอดีกับงบประมาณที่เรามี
5. เลือกบริษัท เลือกตัวแทน ตรงนี้อาจจะลองหาจากคนที่เคยใช้บริการดูครับ หรือ ในยุคนี้อาจหาข้อมูลจากตาม social ได้เลยครับ
6. ข้อมูลพร้อม ก็เริ่มทำสัญญา ส่งเอกสาร หรือบางกรณีอาจจะต้องมีตรวจสุขภาพหรือขอประวัติสุขภาพเพิ่มเติมครับ
*ข้อสำคัญของการทำประกันสุขภาพคือการแถลงประวัติสุขภาพตามจริงครับ ถ้าสะดวกก็อาจจะเลือกเป็นตรวจสุขภาพก่อนทำประกันได้ก็ดีครับ ถึงเวลาตอนเคลมจริงจะได้ราบรื่น*
ความคิดเห็นที่ 2
ของผมทำประกันชีวิต+ประกันสุขภาพ+อุบัติเหตุ ของไทยประกันชีวิต ในสัญญาบอกประกันสุขภาพใช้ได้หลัง 90 วันจากวันทำประกัน พอมาถึงวันที่ 100 กว่าๆผมเกิดป่วยเป็นใข้หวัดใหญ่สายพัน A ตัวแทนบอกเข้าโรงบาลเอกชนได้เลยผลปรากฎว่าตอนออกจากโรงบาลบริษัทประกันไม่จ่าย บอกให้สำรองจ่ายไปก่อนเพื่อรอการตรวจสอบ ล่าสุดโทรไปติดต่อสำนักงานใหญ่บอกว่า จะยกเลิกสัญญาจ่ายคืนเงินที่ทำประกันให้
เงินค่าทำประกันก็จ่ายไป 2 หมื่นกว่า เจ็บป่วยหวังพึ่งพาได้ดันมาโดนค่าสำรองจ่ายอีก 2 หมื่นกว่า นี่ก็ผ่านมา 2 เดือนแล้วยังสรุปไม่ได้เลย

ป ล.วันทำประกันไม่ถามสักคำว่ามีโรคประจำตัวไหม  ตัวผมเองเป็นภูมิแพ้ ช่วงอากาศเปลี่ยนคนก็ไม่สบายกันตามปกติ ประมาณว่าหาหมอขอยากลับบ้านพัก 1 วันก็หาย  ดันเอาเรื่องนี้มาหาข้อยกเลิกสัญญา ผมเลยมีความรู้สึกว่าบางทีมันก็ไม่แฟร์นะครับ คิดจะทำลองศึกษาดูดีๆครับ
ความคิดเห็นที่ 3
เราว่าประกันของหลายๆบริษัทก็มีข้อดีแตกต่างกันไปก็ไม่ได้มากเท่าไหร่นะ แต่ที่สำคัญคือต้องเลือกตัวแทนหรือคนที่ขายประกันให้นั่นแหละส่วนมากที่จะมีปัญหาว่าเกิดปัญหาหรือเจ็บป่วยมาจริงเขาทำเรื่องตามเรื่องค่าชดเชยให้เราไหม
ถ้าเจอพนักงานขายดีก็ดีไปถ้าเจอแค่พวกที่หวังแค่ทำยอดพูดดีตอนขายตอนจะตายไม่มาดูแลไม่สนใจอันนี้ถือว่าซวยหนักเลย
ความคิดเห็นที่ 4
สิ่นมั่นคง ครับ ราคาประหยัดและเปิดเผยใช้เจนในเว็บครับ 

( ชอบมากตรงเหมาจ่ายนะครับ )

ความคิดเห็นที่ 5
ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายน่าจะตอบโจทย์ความต้องการได้ดีที่สุดในตอนนี้นะครับ ได้ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ส่วนตัวทำประกันสุขภาพไอเฮลตี้ของกรุงไทยแอกซ่าครับ ตัวแทนดูแลดี
ความคิดเห็นที่ 6
สำหรับมือใหม่ มีคำแนะนำการเลือกประกันสุขภาพครับ

ประกันสุขภาพมี2แบบ
1.ประกันสุขภาพแบบธรรมดาทั่วไปคือจะแยกค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามตารางความคุ้มครองที่กำหนด ถ้ามีส่วนเกิน เช่น ค่าห้อง ค่าแพทย์เยี่ยม ค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาลอื่นๆเกินตามวงเงินที่คุ้มครอง ก็ต้องจ่ายส่วนต่างเองครับ  ส่วนต่างหลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน อันนี้เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้  เกินมาเท่าไหร่ก็ต้องจ่าย  

ตัวอย่างประกันสุขภาพแบบธรรมดา
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1127394090799674&set=pcb.783432251862528&type=3&theater

2.ประกันสุขภาพเหมาจ่ายค่ารักษา อันนี้จะดีกว่าแบบแรกเยอะครับ  เพราะจะรวมค่ารักษาต่างๆ มาอยู่ในวงเงินเหมาจ่ายค่ารักษาตามแผนที่ทำว่าปีนึงค่ารักษาไม่เกินกี่ล้าน ตามแบบประกันที่เราเลือก

ตัวอย่างแบบประกันเหมาจ่ายค่ารักษา
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1127754907430259&set=pcb.1044042545801496&type=3&theater
                      *****ข้อสังเกตุ การทำประกันสุขภาพเหมาจ่ายค่ารักษาแต่ละที่อาจจะไม่เหมือนกัน*****
       1.วงเงินค่ารักษาเจ็บป่วยต่อครั้งหรือทั้งปี วงเงินเท่าไหร่ บางที่จะแยกค่ารักษาว่า ไม่เกินครั้งละเท่าไหร่  ทั้งปีรวมได้เท่าไหร่ เช่น วงเงินสูงสุด 1ล้าน แต่ใช้ได้วงเงินแต่ละครั้งได้ไม่เกิน 5แสน ถ้าเกินจาก 5 แสนตรงนี้ก็ต้องออกเองทั้งหมด ไม่รู้ว่าจะเกินอีกกี่แสน หรือเกินเป็นล้านก็ได้
แต่บางที่จะใช้วงเงินสูงสุดทั้งปีไปเลย เช่น เหมาจ่าย 3ล้านต่อปี ไม่แยกเป็นครั้ง จะรักษากี่ครั้งก็ได้ ทั้งปีมีวงเงินรักษาแบบเหมาจ่าย3ล้านต่อปี
ปีต่อไปๆก็มีค่ารักษา 3 ล้าน   ควรเลือกแบบหลังจะดีกว่าครับ
      2.ค่าห้อง ควรจะต้องทำสูงกว่า รพ.ที่เราจะไปใช้บริการเพื่อจะได้ไม่เสียส่วนต่าง ส่วนนี้  และค่าห้องประกันแบบเหมาจ่ายบางที่จะระบุว่าการเข้ารักษาตัวครั้งนึงได้ไม่เกินกี่วัน ถ้าเกินจากที่ระบุต้องจ่ายเองทั้งหมด แต่บางที่ก็เป็นแบบเหมาจ่ายค่ารักษาจริงๆ นอนพักรักษาได้ 365วัน ต่อปี
     3.ค่าแพทย์ตรวจหรือเยี่ยมต่อวัน ประกันเหมาจ่ายบางที่จะแยกส่วนนี้ออกมา แล้วก็ยังมีจำกัดจำนวนวันอีก ถ้าค่าแพทย์มาเยี่ยมเกินวงเงินที่คุ้มครอง ก็ต้องจ่ายส่วนเกินตรงนี้ด้วย แต่บางที่แผนเหมาจ่ายจะรวมตรงนี้ไปด้วย จำนวนวันแพทย์เยี่ยมก็คุ้มครอง 365วัน ไม่ต้องกังวลส่วนเกินตรงนี้
    4.ค่ารักษาเคมีบำบัด รังสีบำบัด ค่าล้างไต ประกันเหมาจ่ายบางที่จะระบุมาเลยว่าไม่เกิน เท่าไหร่ต่อปี กี่หมื่นหรือกี่แสนก็ว่าไปตามแผนที่เราทำ แต่ของบางที่ก็จะเป็นแบบเหมาจ่ายไปเลยว่าได้ค่ารักษาส่วนนี้กี่ล้านตามแผนที่เราได้เลือกไว้ตอนแรก ทำให้ไม่ต้องกังวลค่ารักษาโรคร้ายแรงที่จะมีส่วนเกินตรงนี้ด้วย ซึ่งถ้าเกินอันนี้เราต้องออกค่าใช้จ่ายเองอีกไม่สามารถระบุได้ว่าจำนวนเท่าไหร่
    5.ความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (opd) เจ็บป่วยไปหาหมอแล้ว ไม่ต้องนอน รพ. เช่น เป็นหวัด ไอ เจ็บคอ ท้องเสีย ปวดหัว มีไข้ ปวดท้อง ตาอักเสบ เป็นต้น ประกันเหมาจ่ายบางที่จะไม่คุ้มครอง ไม่มีส่วนนี้ หรืออาจจะมีแบบจำกัดวงเงินค่ารักษาแต่ละครั้งไม่เกินเท่าไหร่ เช่น ครั้งละ1,000 ถ้าไปหาหมอ แล้วค่ารักษาเกินจากนี้ บิลมา 3-4 พันก็ต้องจ่ายส่วนต่างอีก แต่ของบางที่ประกันเหมาจ่ายจะเป็นวงเงินเหมาจ่ายไปเลยต่อปี มีวงเงินรักษา opd ให้ใช้กี่หมื่น กี่แสน ก็แล้วแต่จะเลือก ไม่ต้องมากังวลส่วนต่างตรงนี้ อันนี้ต้องถามให้รอบคอบนะครับว่ามีหรือไม่ กับประกันสุขภาพที่เราจะทำ
เพราะประกันสุขภาพ ที่เราจะใช้บ่อยหรือได้ใช้ก่อน ก็จะมาจาก opd (ผู้ป่วยนอก) ถ้าไม่มีเลย เวลาไปหาหมอแล้วหมอวินิจฉัยว่าไม่ต้องนอน รพ.ให้กลับบ้านได้ ส่วนนี้เราก็ต้องมาจ่ายเองทั้งหมด ก็ไม่ควรถูกมั้ยครับ ทำประกันสุขภาพทั้งทีก็ควรจะครอบคลุมการรักษาให้หมด

ส่วนประกันสุขภาพ แนะนำประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายค่ารักษาครับ iHealthy ของกรุงไทยแอกซ่าประกันชีวิตครับ จะได้ไม่ต้องมากังวลส่วนเกินค่ารักษาต่างๆ          คุ้มครองการรักษาผู้ป่วยใน IPD และผู้ป่วยนอก OPD  แบบวงเงินเหมาจ่ายค่ารักษา
               ครอบคลุมการรักษาเจ็บป่วยเล็กน้อย - รักษาอุบัติเหตุ-รักษาโรคร้ายแรงต่างๆ-พร้อมชดเชยรายได้    
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1127754907430259&set=pcb.1044042545801496&type=3&theater
ยินดีให้คำปรึกษา ติดต่อได้ 24 ชม.
ความคิดเห็นที่ 7
ของ AXA ดีนะคะ ปีก่อนเราทำของของเจ้าสีแดง ตัวประกันโอเค แต่ตัวแทนไม่ค่อยโอเค ก็เลยไม่ต่อสัญญา ทำปีเดียวเลิก
ทีนี้หัวหน้าเราเลยแนะนำของประกันนี้มา เพราะก่อนหน้านี้ลูกเขาเป็นไข้เลือดออก อยู่หลายวันเลย แต่ไม่ต้องจ่ายสักบาทเพราะมีวงเงินประกันพอ
ตอนนี้ทำ ihealthy ตามเจ้านายละ เคยใช้แค่รอบเดียวตอนเป็นหวัด ไป รพ ก็ยื่นบัตรให้เคาน์เตอร์ ไม่ต้องสำรองเงินจ่ายเลย
ความคิดเห็นที่ 8
ก่อนหน้านี้เราทำประกันสุขภาพไปเจ้านึง กะว่าประกันสุขภาพคงเหมือนๆ กันหมด กว่าจะรู้ตัวก็จ่ายเบี้ยไปปีละเป็นหมื่น เต่ผลประโยชน์น้อยมาก จริงๆ ไม่เคยได้เคลมนะคะ แต่พอกางรายละเอียดมา งบรักษาจำกัดมาก ไอนู่นก็ไม่ได้ ไอนี่ก็ไม่ได้ จนได้คุยกับตัวแทนคนนึงของ axa เป็นแผน ihealthy ตัวนี้ดีมากค่ะ จะแอดมิทหรือwalk in เข้าโรงพยาบาลก็ไม่ต้องสำรองจ่าย ครอบคลุมมากกว่าประกันสุขภาพตัวอื่นๆ ถ้าสนใจลองติดต่อเขาได้ค่ะ คุณเจด FB ชื่อ jadephata
ความคิดเห็นที่ 9
เราเพิ่งทำของ Bupa ไปค่ะ
พอดีพี่เราเป็นพยาบาลอยู่ BNH เลยแอบถามมาว่าประกันเจ้าไหนเคลมแล้วไม่ค่อยมีปัญหา พี่เลยแนะนำ Bupa มาค่ะ
พอลองมาดูราคา (คำนวณจากในเว็บได้เลย) แล้วราคายอมรับได้ ความคุ้มครองโอเค เราเลยจัดเลยค่ะ
แต่เราก็ยังไม่เคยใช้นะคะ ไม่รู้ว่าตอนเคลมจริงจะเป็นยังไง

ส่วนแฟนเราใช้อลิอันซ์ เพิ่งเข้า รพ.มา
พอดี รพ.นั้นไม่ได้ contact กับ รพ. เลยต้องส่งเคลมเอง
อยากจะบอกว่าตัวแทนมีเหมือนไม่มีเลยค่ะ ต้องโทรตามเองกับ CC ตลอด ตัวแทนไม่มีมาถามไถ่อะไรเลย
กว่าจะได้เงินคืนก็ใช้เวลานานเหมือนกันค่ะ ตอนนี้เลยให้แฟนยกเลิกมาซื้อ Bupa ตามละค่ะ

คือเราเคยเป็นตัวแทนขายประกันนะคะ แต่ตอนนี้เลิกเป็นแล้ว (ไม่ใช่ Bupa นะคะ)
เห็นตัวแทนบางคนแล้วละเหี่ยใจค่ะ สักแต่จะขายเอายอด ไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็น
เราแนะนำถ้า จขกท.มีเวลาว่างนั่งหาข้อมูล พวกความคุ้มครองผลเองเลยค่ะ
หรือหากไม่เข้าใจตรงไหน ตรงไหนไม่เคลียร์ โทรถาม CC เลยค่ะ เราจะได้เคลียร์
คือเราคิดว่าทุกวันนี้ตัวแทนไม่มีความจำเป็นเลยค่ะ  โทรถาม CC ยังจะดูมีประโยชน์กว่าตัวแทนเลยค่ะ

จขกท.ลองดู Bupa, Generali, AXA  พวกนี้ก็ได้ค่ะ ข้อมูลในเว็บครบทุกอย่างเลยค่ะ มีราคาให้ดูด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
การเจ็บป่วยไม่สามารถรู้ว่าจะเกิดวันไหน 
เราเพิ่งทำให้แม่เลาค่ะ สองหมื่นกว่าพอสามเดือนแม่นอนโรงบาลเลย 
บิลมาสองหมื่นจ่ายส่วนต่างอีก สี่พัน 

กำลังจะเพิ่มค่ารักษาต่อครั้งค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
คิดถูกแล้วครับ ที่จะหาประกันสุขภาพเพื่อสร้างสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของตัวเอง เพราะ เก็บเงินเพื่อไว้สำหรับเป็นค่ารักษานั้น ผมมองว่ามันเป็นเรื่องดี แต่มันมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น
1. หากเก็บเงินเดือนละ 1000 แล้วเก็บได้ 3 เดือน เกิดป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ นอนพักรักษาตัวที่ รพ 5 วัน หมดค่าใช้จ่ายไป 50K แต่เรามีเงินเพียง 3000 บาท ในบัญชี แล้วจะหาเงินตรงไหนมาอีก 47000 บาท ครับ?
2. กรณีต่อมา คือ หากมั่นใจว่า ตัวเองจะป่วย ก็ต่อเมื่อมีเงินค่ารักษาที่เตรียมไว้เพียงพอแล้ว ผมถามกลับครับว่า เพียงพอคือเท่าไไร? เพราะค่ารักษามันแพงขึ้นทุกปี ปีละ 5-10 เปอร์เซ็น เป็นอย่างน้อย
3. หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน จขกท เองเสียชีวิต เงินที่ฝากๆไปเนี่ย กว่าจะนำออกมาได้ต้องตั้งผู้จัดการมรดกนะครับ ทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้
-------------------------------
สำหรับกรณี ของ จขกท นั้น ผมขอแนะนำ ดังนี้
1. ให้เลือกเจ้าที่อยากทำก่อน เป็นอันดับแรก แล้วหาตัวแทนของเจ้านั้นเพื่อตอบข้อสงสัย หรือขอให้ส่งข้อเสนอ
2. สมมติ เกิดไม่รู้ว่าจะไปเจ้าไหน ก็ลองคุยๆดูครับ เปรียบเทียบผลประโยชน์แต่ละบริษัทเลย
3. จำไว้เสมอว่า จ่ายเบี้ยเยอะ คุ้มครองก็จะสูงตามราคาเบี้ย และไม่มีแผนสุขภาพที่ไหนเหมือนกัน 100 เปอร์เซ็นต์ มีแต่คล้ายกันเท่านั้น
ความคิดเห็นที่ 12
ลองใช้วิธีที่ผมใช้อยู่โดยติดต่อบริษัทประกันและบอกข้อกำหนดที่คุณตั้งขึ้นด้านบน 
เมื่อทางบริษัทประกันบอกต้องจ่ายเบี้ยประกันสมมุติว่า1000บาทต่อเดือน 
ผมก็ไปเปิดบัญชีธนาคารซื้อสลากออมสินเดือนละพันบาททุกเดือนเหมือนจ่ายให้บริษัทประกันไปเรื่อยๆโดยไม่นำออกมาใช้จนกว่าจำเป็นต้องใช้จริงๆเพื่อสุขภาพ 

วิธีนี้ไม่ยุ่งยากเงินอยู่กะเราๆตัดสินใจไม่ต้องแจ้งใครเมื่อต้องการใช้เงินครับ
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :

บทความทั้งหมด
  คลิกที่นี่ เพื่อดูสินค้าแนะนำ
  ลดราคากว่า 80%(ห้ามพลาด)