ถูกสุนัขกัดต้องฉีดยาภายในกี่วัน ต้องฉีดยาไหม 2022

by WheelSharee Posted on 2022-05-10


ความคิดเห็นที่ 1
หากท่านถูกกัดโดยสุนัขจรจัด, สุนัขไม่มีเจ้าของวันนี้เรามีวิธีการปฐมพยาบาลและข้อควรปฏิบัติมาฝากดังนี้
 
  • กรณีถูกกัดโดยไม่มีแผลหรือรอยถลอก แต่สัมผัสน้ำลายหรือเลือดของสุนัข
    • ให้ล้างบริเวณที่สัมผัสน้ำลายหรือเลือดของสุนัขให้สะอาด
    • ไม่ต้องฉีดวัคซีน และให้สังเกตอาการของสุนัขอย่างน้อย 10 วัน ถ้าสุนัขมีอาการเปลี่ยนแปลงและสงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีน
  • กรณีถูกกัดเป็นรอยช้ำที่ผิวหนังไม่มีเลือดออกหรือเลือดออกซิบๆ หรือถูกข่วนที่ผิวหนังเป็นรอยถลอก ไม่มีเลือดออกหรือเลือดออกซิบๆ
    • ให้ล้างบาดแผลด้วยน้ำและสบู่โดยฟอกหลายๆ ครั้ง ล้างสบู่ออกให้หมด และรักษาบาดแผล
    • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (rabies vaccine)
  • กรณีถูกกัดโดยฟันของสุนัขแทงทะลุผ่านผิวหนังแผลเดียวหรือหลายแผล และมีเลือดออก หรือถูกข่วนจนผิวหนังขาดและมีเลือดออก
  • รีบล้างบาดแผลด้วยน้ำสบู่โดยฟอกหลายๆครั้ง พยายามล้างให้เข้าถึงรอยลึกของแผล อย่างน้อย 15 นาที ล้างสบู่ออกให้หมด ระวังอย่าให้บาดแผลช้ำ ห้ามทาครีมใดๆ
  • ทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น 70% แอลกอฮอล์ โพวิดีน – ไอโอดีน
  • ฉีดวัคซีนและอิมมูโนโกลบุลิน (rabies vaccine และ RIG) โดยเร็วที่สุด
  • ควรกักขังและเฝ้าดูอาการของสุนัขอย่างน้อย 10 วัน หากตาย

ท่านสามารถป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้โดย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

  • การฉีดวัคซีน : จะต้องฉีดให้ครบ 1 ชุด ซึ่งมีทั้งหมด 5 เข็ม ใช้เวลาในการฉีดประมาณ 1 เดือน โดยฉีดวัคซีนในวันแรกที่ถูกสุนัขกัด และในวันที่ 3, 7, 14 และ30 หลังสุนัขกัดตามลำดับ
ความคิดเห็นที่ 2

ถูกสุนัขกัดต้องฉีดวัคซีนรึเปล่า..?

            คงทราบกันดีว่าหากถูกสุนัข (หรือสัตว์อื่น) กัด แล้วเป็นโรค “พิษสุนัขบ้า” ถ้ามีอาการแล้วจะเสียชีวิตทุกราย

ดังนั้นหากถูกสุนัขกัดสิ่งที่คุณต้องทำคือ
1. ล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ ล้างให้ลึกถึงก้นแผล ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น Povidone-iodine ไม่จำเป็น อย่าเย็บแผล
2. รีบไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทันที โดยทั่วไปฉีดประมาณ 5 ครั้งในช่วง 28-30 วัน
ต้องฉีดวัคซีนทุกราย ยกเว้นในกรณีแค่ถูกสุนัขเลียผิวหนังที่ “ปกติ” เท่านั้น (โดนข่วน, งับ, โดนเลียผิวหนังที่เป็นแผล หรือมีรอยถลอก ก็ต้องฉีดวัคซีน)
3. ถ้ามีเลือดออกที่แผล หรือถูกสุนัขเลียที่เยื่อบุ เช่น เลียปาก หรือกินผลิตภัณฑ์ ดิบๆ จากสัตว์ ที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า กลุ่มนี้นอกจากฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว ยังต้องฉีด “อิมมูโนโกลบบูลิน” รักษาด้วย

หมายเหตุ ...หยุดฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้ ถ้าสุนัขที่กัดมีชีวิตอยู่เป็นปกติดี หลังถูกกัด 10 วันขึ้นไป

ความคิดเห็นที่ 3

สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดกับเชื้อพิษสุนัขบ้าอีกมา อาทิ

1.การตรวจหาเชื้อในคนที่มีอาการสงสัยว่าเป็น ต้องเข้าใจว่าไวรัสที่ปลดปล่อยในสิ่งคัดหลั่ง ไม่เกิดขึ้นตลอดเวลา และหลุดออกมาเป็นพักๆ (intermittent shedding) ดังนั้น การส่งตรวจควรต้องส่งทั้ง น้ำลาย ปัสสาวะ ปมรากผม จากการถอนเส้นผมที่ติดปม น้ำไขสันหล้ง และถ้าการตรวจหาRNA เจอในตัวอย่างใดก็ถือเป็นบวก แต่ถ้าตรวจไม่เจอ และยังมีโอกาสเป็นได้ยังคงต้องส่งตรวจต่อในวันถัดมา

2.สัตว์นำโรคคิดว่าลูกสุนัขและแมว ไม่มีเชื้อพิษสุนัขบ้า
จริงๆแล้ว.....สุนัขและแมว อายุเท่าใดก็ตามแพร่โรคได้ แม้จะมีอายุเพียง 1 เดือน
 

3. คิดว่าสุนัขและแมวเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้เฉพาะในหน้าร้อนเท่านั้น
จริงๆแล้ว.....เป็นได้ทุกฤดูกาล ฉนั้นการฉีดวัคซีนในสัตว์ไม่จำเป็นต้องรอฤดูกาล และคนเมื่อถูกกัดไม่ว่าฤดู
ไหนก็ตามต้องได้รับการฉีดยาป้องกัน

4. คิดว่าหากถูกสุนัขหรือแมวกัดโดยอาการของสัตว์ปกติดี ก็ไม่น่าจะเป็นบ้า
จริงๆแล้ว.....สุนัขและแมวสามารถแพร่เชื้อโรคได้ ถึง 10 วัน ก่อนจะแสดงอาการ หากถูกสุนัขหรือแมวกัด
ถ้าสัตว์ดูยังปกติอย่านิ่งนอนใจ ต้องได้รับการฉีดยาป้องกัน และจับแยกและกักขังสุนัขและแมวนั้นๆ หาก
แสดงอาการผิดปกติ ต้องตัดหัวนำไปส่งตรวจทันที
ถ้าผ่าน 10 วันไปแล้วไม่มีอาการผิดปกติแสดงว่าไม่เป็น
โรคพิษสุนัขบ้า
 

5.คิดว่าการฉีดวัคซีนในสุนัขหรือแมวจะป้องกันการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าได้ 100%
จริงๆแล้ว.....หากสัตว์ติดเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าแล้วและอยู่ในระยะฟักตัว การฉีดวัคซีนจะไม่ได้ผล ดังนั้นการนำสุนัขและแมวมาเลี้ยงต้องรู้ประวัติพ่อแม่และการเลี้ยงดูที่ผ่านมาอย่างชัดเจน

6. คิดว่าสุนัขหรือแมวที่ได้รับวัคซีน 1ครั้งจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต ไม่มีโอกาสเป็นบ้า
จริงๆแล้ว.....ยังมีโอกาสเป็นบ้าได้ ดังนั้นสุนัขและแมวต้องได้รับวัคซีน 2 ครั้งในปีแรก และ 1 เข็มต่อปี
มิฉะนั้นยังมีโอกาสเป็นบ้าได้เมื่อได้รับเชื้อ ทั้งนี้อาจต่างจากบางประเทศที่เจริญแล้วที่สุนัขและแมวหลังจากที่ได้รับการฉีดครั้งแรกแล้ว ไม่ต้องฉีดประจำทุกปี ทั้งนี้เนื่องจากโอกาสที่สุนัขและแมวจะได้รับเชื้อมีน้อยมากเหลือเกินและจะทำการฉีดกระตุ้นต่อเมื่อมีการสัมผัสโรคจริง ๆ เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยที่
เป็นประเทศที่ชุกชุมด้วยโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัข และโอกาสที่สัตว์เลี้ยงจะได้รับเชื้อค่อนข้างมีสูง
 

7. คิดว่าสุนัขและแมวที่เราเลี้ยงและเคยได้รับวัคซีนมาก่อนถูกสุนัขบ้ากัดก็ไม่เสี่ยงต่อการติดโรค
จริงๆแล้ว.....ต้องได้รับการฉีดวัคซีนซ้ำ และกักขังดูอาการอย่างน้อย 45 วัน แต่ถ้าสุนัขและแมวนั้นไม่เคย
ได้รับวัคซีนมาก่อนเมื่อถูกสุนัขบ้ากัด องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทำลายเพราะมีโอกาสติดเชื้อสูง แต่ถ้า
ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ ให้ฉีดวัคซีนทันทีและกักขังดูอาการ 6 เดือนและฉีดวัคซีนซ้ำ 1 เดือนก่อนปล่อย
 


8. คิดว่าสุนัขและแมว เท่านั้นที่แพร่เชื้อสู่คนได้
จริงๆแล้ว.....สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเป็นโรคและแพร่โรคได้เช่นกัน ทั้งนี้แม้แต่ลิง หนู และกระต่าย อย่างไรก็ดีในกรณีของหนูและกระต่ายเมื่อติดเชื้อและเกิดโรค ความสามารถในการแพร่โรคกระจายในหมู่พวกเดียวกันเองต่ำมาก และไม่ถือว่าเป็นตัวการสำคัญในการแพร่โรค แต่ถ้าคนถูกหนู หรือกระต่ายกัดให้พิจารณาเป็นรายๆไป การตรวจหาเชื้อในสมองสัตว์จะช่วยตัดสินได้เด็ดขาดว่าควรต้องให้การรักษาแก่คนที่ถูกกัดหรือไม่ อนึ่ง ระยะเวลา 10 วัน ที่ใช้ในการจับแยกและกักขังเพื่อดูอาการว่าเป็นบ้าหรือไม่ ใช้ได้กับสุนัขและแมวเท่านั้น
การติดเชื้อในคนและการป้องกันโรค
 

9. คิดว่าการกัดคนทั้งๆที่ไม่ได้ถูกแหย่เป็นเครื่องแสดงว่าสุนัข แมวนั้นๆเป็นบ้า
จริงๆแล้ว.....สุนัข แมวที่เป็นบ้า กัดคนโดยที่แหย่หรือไม่ได้แหย่ก็ได้ เมื่อถูกกัด ต้องไปรับการรักษาเช่นกัน
 

10.คิดว่าการข่วนจากสุนัขหรือแมวไม่น่าจะติดโรคพิษสุนัขบ้าได้
จริงๆแล้ว.....การข่วนด้วยเล็บ ก็ทำให้ติดโรคและตายได้ เนื่องจากสุนัข/แมวเลียอุ้งตีนและเล็บ อาจมีไวรัส
จากน้ำลายติดค้างอยู่ที่เล็บและแพร่เชื้อได้หากแผลมีเลือดออกแม้เพียงซิบซิบ
 

11. เมื่อถูกสุนัขกัด คิดว่าเอารองเท้าตบหรือราดด้วยน้ำปลาจะช่วยฆ่าเชื้อได้
จริงๆแล้ว.....เมื่อถูกกัดต้องล้างแผลด้วยน้ำกับสบู่ เป็นเวลา 10 นาที จากนั้นพบแพทย์ทันที เพื่อล้างแผลอีกครั้ง และ ฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาไอโอดีน ควรหลีกเลี่ยงการเย็บแผล ถ้าจำเป็นเย็บได้หลวมๆ การเย็บปิดแผล
จะส่งเสริมให้เชื้อเข้าเส้นประสาทได้ไวและเร็วขึ้น การปฎิบัติตามความเชื่อผิดๆเหล่านี้ทำให้มีคนเสียชีวิตมานักต่อนัก
 

11.เมื่อถูกสุนัขหรือแมวที่มีเชื้อกัด คิดว่ามีโอกาสรอดแม้ไม่ได้รับการรักษา
จริงๆแล้ว.....ถ้าคนถูกกัดแล้วมีอาการจะเสียชีวิตทุกรายภายใน 5-11 วัน แต่คนที่รอด ไม่ได้หมายความว่าคาถาดี ทั้งนี้ เพราะ ไม่มีไวรัสในน้ำลายตลอดเวลา ซึ่งพบได้ 30-80% หรือเฉลี่ยครึ่งต่อครึ่ง
 

12. คิดว่ารอให้สุนัข/แมว ที่กัดแสดงอาการหรือตายก่อน จึงค่อยพาคนที่ถูกกัดไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีน

จริงๆแล้ว.....การฉีดยาป้องกันที่ได้ผลสูงสุด อยู่ในช่วง 48 ชั่วโมงหลังถูกกัด และถ้าแผลมีเลือดออกไม่ว่า
ตำแหน่งใดของร่างกายต้องได้เซรุ่ม(อิมมูโนโกลบูลิน) ชนิดสกัดบริสุทธิ์ ฉีดที่แผล

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า
 

13. จากการประชุมองค์การอนามัยโลก เดือนตุลาคม 2547 และ ตุลาคม 2553 จนกระทั่งถึงปี 2561 โดยมีการจัดประชุมที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬา
มีหลักฐานชัดเจนว่า ถึงแม้จะรักษาทันท่วงทีก็อาจเสียชีวิตได้แม้ว่าจะเกิดได้น้อยมากๆก็ตาม ในประเทศไทย ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในปี 2542 รายงานผู้ป่วยตาย 2 ราย และในปี พ.ศ.2552 รายงานผู้ป่วย1 ราย แม้ได้รับการรักษาด้วยวัคซีนและเซรุ่ม
และมีผู้ป่วยตายในประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศอื่นๆในทำนองเดียวกัน
 

14. ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมสัตว์นำโรค โดยเฉพาะสุนัขและแมว และคนที่มีโอกาสถูกสุนัขหรือแมวกัดบ่อยๆ ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้า ซึ่งฉีดเพียง 3 เข็ม โดยที่แม้ว่าจะถูกกัดในอนาคต 10-20 ปีก็ตาม เพียงได้รับวัคซีนกระตุ้น 2 เข็ม โดยไม่ต้องฉีดเซรุ่มก็ปลอดภัยแล้ว

15.ในปัจจุบันการฉีดทำได้ง่ายและสะดวกขึ้นจากการปรับตามองค์การอนามัยโลก (WHO expert consultation on rabies technical report series 1012 ปี 2018)

การฉีดเข้าชั้นผิวหนังหลังถูกกัด 2-2-2 ใน 7 วัน คือในวันที่ 0 3 และ 7 การฉีดเข้ากล้ามเป็นสี่เข็ม การฉีดเข้าชั้นผิวหนังแบบป้องกันล่วงหน้าฉีดสองจุด ในวันที่ 0 และ 7 เท่านั้น (2-0-2)
และเข้ากล้ามฉีดหนึ่งเข็มในวันที่ 0 และ 7 (1-0-1)

16. โรคพิษสุนัขบ้าในคนมีอาการซับซ้อนและไม่จำเป็นต้องมีอาการกลัวน้ำ กลัวลม หรือมีน้ำลายมาก แต่มีอาการคล้ายโรคทางสมองทั่วไป หรืออาการอัมพาต แขนขาอ่อนแรง และ10%ของผู้ป่วยไม่มีประวัติถูกสัตว์
กัด หรือถูกกัดบ่อยมากจนคิดว่าไม่สำคัญ ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้พัฒนาวิธีการวินิจฉัย โดยใช้รูปแบบที่ปรากฏในคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้าของสมอง และวิธีทางอณูชีววิทยา โดยตรวจหา RNA ของไวรัสในน้ำลาย น้ำไขสันหลัง ปมรากผม ปัสสาวะ จนถึงปัจจุบันได้ทำการตรวจยืนยันให้กระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน ปีพ.ศ.2560 เป็นจำนวนมากกว่า 80 รายและวิธีการทั้งหมดได้รับการบรรจุในคู่มือขององค์การอนามัยโลก
 

17. ถึงแม้ผู้ป่วยจะเสียชีวิตทุกราย แต่การวินิจฉัยยืนยันที่ถูกต้องจะนำไปสู่การค้นหาต้นตอของโรค โดยพุ่งเป้าไปยังกลุ่มสุนัขที่กัดผู้ป่วย ทั้งนี้เนื่องจาก สุนัขตัวการนอกจากจะแพร่โรคให้ผู้ป่วยแล้วยังมีโอกาสแพร่โรคไปยังสุนัขใกล้เคียง และสุนัขเหล่านั้นเท่ากับเป็นระเบิดเวลาเคลื่อนที่พร้อมที่จะแพร่โรคต่อไปในอนาคตและต้องไม่ลืมว่าคนที่สัมผัสผู้ป่วยก็มีโอกาสติดเชื้อได้จึงต้องได้รับการฉีดวัคซีนที่เหมาะสม

Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
#แผลสุนัขกัดกี่วันหาย    #วิธีล้างแผลสุนัขกัด    #สุนัขกัด แผล บวม    #ถูกสุนัขกัดต้องฉีดยาภายในกี่วัน    #ข้อใดไม่ควรกระทำ อย่างยิ่ง เมื่อถูกสุนัขกัด    #ลางบอกเหตุ สุนัข กัด    #สุนัขกัดไม่มีเลือดออกต้องฉีดยาไหม    #ถูกสุนัขกัด ฉีดวัคซีน    #โดนสุนัขกัดตีเลขอะไร    #โดนสุนัขกัดต้องฉีดยาภายในกี่วัน    #สุนัขโดนกัด แผล บวม    #โดนสุนัขกัด แต่สุนัขฉีดยาแล้ว    #แผลถูกสุนัขกัด วิธีปฐมพยาบาล    #สุนัขกัดเลขอะไร    #ความเชื่อเรื่องสุนัขกัด    #ลางบอกเหตุถูกหวย    #โดนสุนัขกัดขาตีเลขอะไร    #สุนัขกัดคน    #โดน ฟัน ลูกสุนัข    #ลูกสุนัขกัดมือ    #ถ้า สุนัข กัด แล้ว ไม่ไป ฉีดยา    #โดนสุนัขกัดต้องฉีดยากี่เข็ม    #ลูกสุนัขกัด ต้องฉีดยาไหม    #โดนสุนัขกัด ต้องฉีดยาไหม    #สุนัข ฉีดวัคซีน พิษสุนัขบ้า แล้ว กัด คน    #โดนสุนัขข่วน แต่ สุนัข ฉีดยา แล้ว    #เคยฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าแล้ว ต้องฉีดอีกไหม    #ลูกสุนัขกัด มือ ต้อง ฉีดยา ไหม    #โดนสุนัขข่วนต้องฉีดยาภายในกี่วัน   
หัวข้ออื่น ( ดูทั้งหมด )


สมัครแทงหวย กดตรงนี้
3 ตัว 900 / 2 ตัว 90