คนพิการอัมพาตทำอาชีพอะไรได้บ้าง 2020

by WheelSharee Posted on 2020-07-26


จริง ๆ แล้วคนพิการก็ทำได้เกือบทุกงานนั่นล่ะครับ เพียงแต่กับบางงาน บางอาชีพ อาจจะไม่สะดวก หรือ มีอุปสรรคมาก เลยไม่ค่อยทำกัน ในที่นี้ ผมจะเล่าถึงอาชีพที่ผมเคยทำมาจริง ๆ เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้พิการอัมพาตได้มีกำลังใจในการออกมาทำงานนะครับ

ผมเรียนจบหลักสูตรพัฒนาระบบสารสนเทศจากโรงเรียนคนพิการ อาชีวพระมหาไถ่ พัทยา ก็มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ติดตัวมาพอสมควร สามารถเขียนเว็บ เขียนโปรแกรม ติดตั้งวินโดว์ ลงโปรแกรม แก้ไขปัญหาคอม ระบบเน็ตเวิร์ค ฯลฯ (เหมือนจะครอบคลุมไปหมดเลยใช่ไหมครับ)

งานแรกที่ทำหลังจากเรียนจบออกมาก็คือ เป็นโปรแกรมเมอร์ของซอร์ฟแวร์เฮาส์แห่งนึง ซึ่งไม่ใช่บริษัท เพียงแต่คนที่จ้างเขามีงานด้านเขียนโปรแกรมเยอะ เลยหาคนมาช่วย เงินเดือนต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก ๆ 5000 บาท แต่ก็ต้องทำเพราะต้องการประสบการณ์และคนพิการอย่างเรา ๆ ก็หางานยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร นอกจากเงินเดือนจะน้อยแล้ว ยังต้องเช่าห้องอยู่ และจ่ายค่าทุกสิ่งทุกอย่างเองทั้งหมด คือ ไร้ซึ้งอนาคตมาก ๆ ยังดีที่มีเพื่อนหารค่าห้อง เลยยังพอถู ๆ ไถ ๆ กันไปได้ 2- 3 เดือน หลัง ๆ มาจ่ายเงินบ้าง ไม่จ่ายบ้าง อ้างนั่นนี่ สารพัด สุดท้ายก็เลยต้องแยกทางกันไป

ชีวิตโปรแกรมเมอร์อันสวยหรู ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่วาดฝันไว้เลยสักนิด งานต่อไปเป็นงานขายแผ่นสอนภาษาอังกฤษตามห้าง โรงพยาบาล โดยจะมีทีมงานติดต่อไว้ให้ ว่าวันไหนจะไปขายที่ไหน แล้วจะมีรถตู้มารับ มาส่ง ถ้าขายได้ก็ได้ค่าคอมฯ หรือะเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่ง ซึ่งเป็นอะไรที่ขายฝันมาก ๆ เช่น ถ้าขายได้ 10 แผ่น จะได้กี่ร้อย แล้วถ้าขายได้ 100 แผ่นล่ะ จะได้กี่พัน ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันไม่ได้ขายง่าย ขายดีอะไรเลย บางวันแผ่นเดียวยังไม่ได้ ซึ่งก็คือ วันนั้นไปนั่ง ไปเรียกคนเสียงแรงฟรี ๆ นั่นเอง

จากนั้นก็ได้โพสฝากประวัติไว้กับเว็บหางานแห่งนึง เลยได้ทำงานที่ใหม่ ในตำแหน่งผู้จัดการ(ขนาดนั้นเลย5555++) อย่าเพิ่งคิดไปไกล มันไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดนะครับ เนื่องจากคนเก่าเขาออก (เป็นอัมพาต) และมีอีก 2 คน ที่พิการหูหนวก (เป็นใบ้) พี่เจ้าของเขาก็เลยหาคนมาอยู่แทน เป็นร้านขายของชำแถวดอนเมือง ลูกพี่เป็นพนักงานซ่อมเครื่องบิน เขาใจดี เลยรับดูแลคนพิการ และหางานให้ทำ นั่่นก็คือ เปิดร้านให้ขายของ เราก็อยู่ด้วยกันได้ดี จากที่ไม่รู้ภาษามือเลย ก็เรียนรู้จนสือสารได้ในระดับนึง ชีวิตดีมาก ๆ ขายของได้ ก็แบ่งเงินไปซื้อข้าวกิน ของใกล้หมด ก็โทรไปสั่งซื้อที่ร้านขายส่ง เขาก็เอามาให้ เราก็ให้เพื่อนที่เป็นใบ้เอามาจัดเรียงใส่ตู้ ใส่ชั้น รายการซื้อขาย รับ-จ่าย ก็จดใส่สมุดบันทึกไว้ เพื่อให้ลูกพี่ดู

แต่ขายของชำแบบนี้ มันได้กำไรน้อยมาก ๆ คิดดี ๆ แล้ว แต่ล่ะวันไม่พอค่าซื้อข้าวกินด้วยซ้ำ ซึ่งลูกพี่ก็ไม่ว่าอะไร เพราะเขาอยากให้เรามีงานทำและอยู่ได้ด้วยตัวเอง พี่เขายังบอกว่าจะยกร้านให้ผมและเพื่อนคนใบ้ดูและกันเองเลย แต่ผมไม่เอา ผมมาทำงาน ผมอยากได้เงิน (ซึ่งมาทำที่นี่ไม่มีเงินเดือน) ใจผมจึงไม่ได้อยู่ที่นั้น ถึงแม้ว่าลูกพี่จะใจดีแค่ไหนก็ตาม ทำได้ไม่ถึงปี ก็มีงานใหม่มาให้ทำ ผมก็ไปสิครับ จะรออะไร

งานใหม่เป็นงานธุรการประสานงาน นั่งเฝ้าออฟฟิต สำนักงานในไซต์งาน ที่ใช้บ้านเทาว์เฮาร์ตั้งเป็นสำนักงาน เพราะอยู่ใกล้กับลูกค้า เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับสร้างโรงงาน โกดังให้เช่าน่ะครับ งานเอกสาร งานโทรศัพท์ แฟ็กซ์ แจ้งหนี้ลูกค้า แจ้งปัญหาต่าง ๆ รับเรื่องส่งเรื่อง คือ เหมือนทุกอย่างจะผ่านผมคนเดียว แบบว่ารู้เกือบทุกเรื่องเลยก็ว่าได้ ลูกค้าแจ้งปัญหามา ก็ออกใบงาน แจ้งช่างให้ไปซ่อม ถ้ามีอะไรก็แจ้งเจ้านายให้ทราบก่อน คือ เป็นตัวกลาง คนกลาง ที่ต้องคอยรับงาน รับหน้า และก็ถูกด่า ถ้าใครเคยทำตำแหน่งนี้คงจะเข้าใจ ว่ามันเป็นอย่างไรนะครับ

แต่ก็สนุกดีครับ ผมไม่คิดมาก ถึงแม้ว่าจะเรียนจบมาด้านเขียนโปรแกรม การมาทำตำแหน่งธุรการนี้ ทำให้ผมได้อะไรหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะการติดต่อลูกค้า ผมไม่เคยกลัวเบอร์แปลกๆ ที่โทรเข้ามา และไม่ว่าลูกค้าจะมาแรงแค่ไหน อารมณ์ก็ไม่เคยหลุด และเจ้านายก็ใจดีมาก ๆ ดูแล เล่น และพาไปเที่ยวเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกันจริง ๆ วันหยุดก็จะซื้อของกินมาให้ผมและพี่ ๆ ที่ทำงานที่อยู่ด้วยกันกิน พาไปออกไปเที่ยวห้าง พาไปกินข้าวอร่อย ๆ เพื่อน ๆ ที่นี่ก็ดี ๆ กันทุกคน

แต่เงินเดือนก็ตามวุฒินะครับ ผมจบคอมพิวเตอร์ก็จริง แต่ไม่ได้วุฒิ ปวส. เงินเดือนเลยได้แค่ ม.6 ทำงานมา 5 ปี เงินเดือน 7000 กว่าบาท มีโบนัสปีล่ะครั้ง ครั้งล่ะ 1 เดือน ซึ่งช่วงที่ทำงานที่นี้ ผมก็ได้ลงเรียน มสธ. ไปด้วย จนเรียนจบ จึงได้ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านกับพ่อกับแม่ (กลับมาเปิดร้านอินเตอร์เนตเล็ก ๆ อยู่บ้านนอก)

และนี่ก็คือประวัติการทำงานของผม ในนามของคนพิการอัมพาตคนนึง เผื่อจะเป็นแนวทางและเป็นกำลังใจให้กับหลาย ๆ คนที่ไม่กล้าออกมาผจญกับโลกกว้างใหญ่ใบนี้ ความลำบากระหว่างการทำงานในแต่ล่ะที่ มีแน่นอน และไม่เหมือนกัน เพียงแค่ใจเราได้ มันก็ผ่านไปได้เอง


Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :

บทความทั้งหมด
  คลิกที่นี่ เพื่อดูสินค้าแนะนำ
  ลดราคากว่า 80%(ห้ามพลาด)