กลิ่นปาก รักษา อย่างไร 2020

by WheelSharee Posted on 2020-09-08



ความคิดเห็นที่ 1
จากประสบการณ์ส่วนตัวผมเอง เผื่อมีประโยชน์

เรื่องที่ตั้งใจจะแชร์คือ การแปรงฟันที่ถูกวิธี ทำให้กลิ่นปากหายไปได้

ผมไปขูดหินปูนมาเมื่อประมาณ2สัปดาห์ก่อนและได้รับการพินิจฉัยจากคุณหมอว่าเป็น
-โรครำมะนาด/โรคเหงือกอักเสบ ระยะที่1 และจะทำให้ฟันร่วงได้ถ้าอยู่ในระยะที่3
ซึ่งตัวผม ฟันล่างหน้านี่เป็นไปทั้งแถบเลย นั่นหมายความว่าฟันอาจจะร่วงทั้งแผงเลย

อาการของผม
1.มีอาการปากเหม็น อันนี้รู้จากคนรอบข้าง
2.น้ำลายเหม็น รู้จากการที่มีบางครั้งเราเอานิ้วล้วงปาก หรือบางครั้งน้ำลายกระเด็น แล้วเราดมดูจะพบว่ามีกลิ้นเหม็น(เน่าเลยแหละ)
3.เริ่มสังเเกตุเห็นว่าเหงือกร่น
4.มีอาการปวดฟัน(รากฟันหรือเหงือก) เหมือนๆฟันผุ แต่ไม่มีฟันผุ (ปวดไม่มาก ไม่บ่อย แต่ก็เป็นเรื่อยๆ)
(อาการกลิ่นปากและน้ำลายเหม็นสังเกตุว่าเป็นมาซักเกือบ3ปีได้เลย และผมทำงานที่ไร่สวน ไม่ได้ไปเจอใครที่ไหน เลยคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาเลยไม่ได้พยายามที่จะแก้ไขแต่แรก)

กิจวัตรของผม ซึ่งตรงกับที่หมดพูด จนแอบตกใจ
1.ผมแปรงฟันทุกวัน แต่แปลงแบบมั่วๆ ไม่เป็นเวลา(เพราะผมทำงานที่บ้านด้วยแหละ ไม่ได้ออกไปที่ไหน)
2.ผมแปรงฟันผิดวิธี
3.ผมอมลูกอม แทบจะทั้งวัน อันเนื่องมาจากว่า มีความเข้าใจว่า ลูกอมช่วยลดแบคทีเรียในปาก ทำให้กลิ่นปากลดลง

คุณหมอบอกว่า จริง/ช่วยได้ แต่ ผมมีฟันที่ไม่ค่อยสบกัน(มีช่องว่างมีซอกหลืบเยอะ)แล้วก็แปรงฟันผิดวิธีอีก ทำให้ พวกน้ำตาลเนี้ย มันก็ไปติดค้างอยู่ที่ซอกฟัน ซอกเหงืก และมันเป็นอาหารของพวกแบคทีเรีย พอไม่มีน้ำลายออกมาเยอะๆ(พอไม่ได้อมลูกอม) ก็จะทำให้แบคทีเรียมัน จะเจริญเร็วและมีจำนวนเอยะเร็วกว่าปกติ บางครั้งก็ปวดเหงือกปวดฟันได้เลย

คำแนะนำจากคุณหมอที่ผมทำตามแล้วเห็นผล(แจ่มมาก) ทำตามทุกอย่างเลย กลัวฟันร่วงด้วยแหละอิๆ
1.หมอบอกว่าให้แปลงฟันทุกครั้งหลังอาหาร ซัก15-20นาทีหลังอาหาร ผมทานอาหารวันละ2มือ แต่ผมแปลงก่อนนอนด้วย เป็น3ครั้งต่อวัน
2.บอกวิธีแปรงฟันให้ผม (ผมจะบอกด้านล่างละกัน ว่าแปรงยังไง)
3.ใช้ไหมขัดฟัน ขจัดคราบและพวกขี้ฟัน ในซอกฟัน
4.อันนี้ผมทำเองคือ ไม่อมลูกอมต่อไปอีกแล้ว เพราะไม่อยากให้มีน้ำตาลหรืออาหารให้แบคทีเรียอีกต่อไป

วิธีแปลงฟันที่ผมได้รับจากคุณหมอเพี้ยนส่อง
-มันคือหลักการแปลงฟันที่ถูกต้องทั่วๆไป ที่เราไปหาดูคลิปหรือเสิรชบนกูเกิ้ลอะไรก็เจอ แต่ผมได้รับคำแนะนำแอดวานซ์จากคุณหมอเพิ่มมา(ซึ่งสำหรับผมเป็นความรู้ใหม่)คือ
-ให้เราใช้ขนแปลง เฉียงทำมุมซักหน่อย แทงลงไปที่ระหว่างเหงือกและฟัน นิดนึงเท่านั่นนะ แล้วขยี้ซ้ายขวาถี่ๆสั้นๆอยู่กับที่แล้วค่อยปาดขึ้น แล้วก็ขยับไปเรื่อยจนทั่วปาก การขยี้อย่าลากซ้ายขวายาวๆ จะทำให้เหงือกร่นไปอีก    คุณบอกว่าอาจจะมีเลือดออกบ้างในช่วงแรก(อันนี้จริง)  แต่พอทำไปซักระยะก็ไม่มีเลือดออกแล้ว(อันนี้ก็จริง) แรกๆอาจจะมีเจ็บๆ(แต่สะใจดี แฮร่)
-ผมไม่ได้แปลงหน้ากระจก ก็จะใช้ความรู้สึกเอา คือขณะที่ขนแปลงมันจี้อยู่ที่บริเวณนั้นมันจะคันๆนิดนึง ผมก็จะขยี้ให้ความคันนั้นมันหายไป ก็ประมาณ10ทีแล้วก็ปาดขึ้น แล้วก็ค่อยๆขยับไปเรื่อยๆ

หลักการคือ การเอาขนแปรง แทงไปแปลงระหว่างช่องเหงือกกับฟัน เป็นการเอาแบคทีเรีย/เศษอาหารที่มันแอบติดอยู่บริเวณนี้เนี้ยะให้ออกมาด้วย ไม่ให้มันไปซะสมอยู่มาก ตลอดเวลา
ประมาณนี้นะ

ซึ่งจากคำแนะนำเรื่องการแปลงฟันข้างต้น ผมทำตามทุกสเตปแล้วเวิร์คครับ นับตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ประมาณ2สัปดาห์ละ ผมไม่มีกลิ่นปาก/ไม่มีน้ำลายเหม็น ตั้งแต่วันนั้นเลย ฟีลลิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นมาก็เวลาเอาลิ้นไปไล่แตะๆ ตามผิวฟันมันจะลื่นๆทั้งวันเลย ไม่สากเหมือนมีคราบอะไรเคลือบอยู่ คือเราจะเสียเวลาแปลงฟันเพิ่มขึ้น แต่รู้สึกว่าสุขภาพช่องปากดีขึ้นเลยละ สุดยอดจริงๆ

ทั้งนั้นทั้งนี้ วิธีการนี้ มันอาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคนนะครับ เพราะรูปปาก/โรคที่เป็น/กิจวัตรประจำวัน ฯลฯ เราไม่เหมือนกัน  แต่ก็ลองเอาไปใช้ดูได้เผื่อแก้ปัญหาได้ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาทีหลัง  ถ้าไม่เห็นผลก็ควรไปขอตรวจหรือขอคำแนะนำจากคุณหมอฟันโดยตรง
ความคิดเห็นที่ 2
ก่อนอื่นนะคะเรามีกลิ่นปากเเต่ไม่มีใครบอกเราก็สังเกตจากคนรอบข้างว่าเวลาเราคุยด้วยคนอื่นมักหลบหน้าหนีไปทางอื่น เราเลยหาคนที่ไว้ใจได้คือน้องเราเองถามว่ามีกลิ่นปากไหม พอน้องบอกว่ามีเราจึงหาสาเหตุเเละวิธีเเก้ด้วยตัวเอง
        คือเราไม่กล้าไปหาหมอด้วยไง อาการของเราทั้งหมดคือ ตอนเช้าตื่นมาเจ็บคอ มีอาการระคายเคืองคอตลอด ไอ มีเสมหะ มีกลิ่นปากตลอดเวลา เพราะสังเกตจากเพื่อนเอาค่ะ ลองเอามือไปรูดลิ้นเเล้วมาดมคือกลิ่นเเรงมาก ปากเเห้ง รสชาติน้ำลายออกไปทางขมๆฝาดๆเเปลกๆอ่ะ เจ็บคอเวลากลืนน้ำลาย มีฝ้าที่ลิ้น นี่คือสาเหตุที่อาจทำให้เกิดกลิ่นปากค่ะ
       เเล้วพอรู้อย่างนี้ทำให้เราเครียด ซึ่งความเครียดก็มีผลต่อกลิ่นปากทำให้ปากเหม็นกว่าเดิม ดังนั้นเราไม่ควรเครียดมากเกินไป จะยิ่งทำให้ความสุขหายไป กลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ เรามีวิธีเเก้ดังนี้ค่ะ
ค่ะคือจะมาบอกวิธีที่เราเองนำมาใช้นะคะ อาจได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างค่ะ
ปัญหากลิ่นปากมีหลายสาเหตุเเละหลายวิธีเเก้เเต่ที่เราไปดูมามีวิธีตามนี้ค่ะ
    1)การเเปรงฟัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เเต่เพราะเราไม่คิดไรมากเราเเปรงเเค่ตอนเช้า(ขอย้ำว่าเเต่ก่อนนะคะ ตอนที่อยู่ประถมอ่ะคะ ขอย้ำอีกที)ไม่ใส่ใจสุขภาพช่องปาก ทำให้มีกลิ่นเหม็นบ้างตอนพูดคุยกับคนอื่น ตอนกินข้าวเสร็จปากขม เเละมีกลิ่นที่ลิ้น
    วิธีเเก้คือ เเปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือหลังมื้ออาหาร ควรใช้ไหมขัดฟันเเละน้ำยาบ้วนปากด้วยนะคะ
     2)การกินของที่มีกลิ่นเเรง  เช่น กระเทียม หอม ปลาร้า ฯลฯ ก็ทำให้เกิดกลิ่นเหมือนกัน
     วิธีเเก้คือ
        1.ดื่มนม
        2.ดื่มชา
        3.เคี้ยวมะนาว
        4.เคี้ยวหมากฝรั่ง
        5.กินเเอปเปิ้ล
     3)เป็นกรดไหลย้อน อาการคือเราจุกตรงลิ้นปี่ เเละเรอบ่อยขึ้น น้องเริ่มทักเรื่องกลิ่นปาก เราจึงไปคลีนิก หมดเงินเกือบพัน อาการก็ยังไม่ดีขึ้น เราจึงลองใช้วิธีที่ไปดูตามยูทูป
     วิธีเเก้คือ
       1.กินอาหารให้เหมาะสมไม่มากหรือน้อยไป เเละกินให้ครบทั้ง 3 มื้อ กินอย่างหลากหลาย ครบ 5 หมู่
       2.เมื่อกินอาหารเสร็จไม่ควรนอนเลย  นั่งหรือเดินให้อาหารย่อยก่อน  ซัก 2-3 ชั่วโมง
       3.ไม่ควรกินอาหารมื้อดึก เเละอาหารประเภทผัด ทอด เพราะไขมันจะไปกระตุ้นให้กรดไหลย้อนกำเริบ
       4.ไม่ควรดื่มน้ำอัดลม หรือกาเเฟ
งดได้งดนะคะ
       5.ไม่ควรกินของหมักดอง เพราะจะสร้างกรดเเก๊สในกระเพาะ
       6.ไม่ควรกินอาหารประเภทเนย นม ชีส เพราะมีการสะสมไว้ในกระเพาะเป็นเวลานาน
       7.ทานผัก ผลไม้ให้มากขึ้น
*วิธีด้านบนนอกจากจะลดอาการกรดไหลย้อนเเล้ว ใครที่ทำเป็นประจำก็สามารถลดความอ้วนได้อีกด้วย
     4)เป็นโรคเกี่ยวกับระบบหายใจ เเละจากสาเหตุอื่นๆ คือตัวเรามีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะ เจ็บคอตอนตื่นนอนตอนเช้า ลิ้นมีฝ้า ลิ้นมีกลิ่นเหม็น
        วิธีเเก้ของเราคือ(มีวิธีที่ได้ผลเเละไม่ได้ผลนะคะ ลองนำไปใช้ดู)
         1.ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 เเก้ว
         2.ใช้ที่ขูดลิ้นหลังเเปรงฟัน (ลดอาการลิ้นเป็นฝ้าได้)
         3.บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ เเต่เราไปหาดูเขามีบ้วนปากด้วยน้ำตะไคร้ (อาจจะไม่ได้ผล ลองนำไปทำดูไม่เสียหายค่ะ)
         4.ใช้ไหมขัดฟัน อันนี้จำเป็นจริงๆค่ะ ช่วยได้เยอะมากค่ะ
         5.การเคี้ยวใบพลู เเละคายออกที่คนเเก่เอาไปเคี้ยวกับหมากอ่ะค่ะ (วิธีนี้ลองเเล้วนะคะ ได้ผลนิดหน่อย)
         จากข้างบนที่ทำมาคือเราก็ยังไม่หายจากอาการเจ็บคอ เเละไอนะคะ เเบบไอเป็นเดือนเลยค่ะ หาวิธีอื่น
         6.เราไปเจอคามิลโลซานเอ็ม (Kamillosan M) มีสรรพคุณ หลายอย่าง เช่น ลดกลิ่นปาก เเผลในปาก เป็นต้น ตัวนี้ใช้ได้ผลพอสมควรค่ะ ตอนตื่นเช้ามาไม่เจ็บคอเเล้ว เเต่รู้สึกว่ายังมีกลิ่นปากอยู่ ลิ้นมีกลิ่นบ้าง เเต่ไม่มาก ถามน้อง น้องก็บอกว่ายังมีกลิ่นปากอยู่เเต่ไม่มาก
         7.กินยาเเก้ไอ ตราอาปาเช่ สูตรผสมมะขามป้อม กินตัวนี้ช่วยทุกเรื่องเลยค่ะ บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ อาการดีขึ้นค่ะ
         ลองนำไปใช้ดูนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3
ดิฉันอายุ 30 กว่าคะ เป็นคนหน้าตาดี แต่ปัญหาของดิฉันคือปากเหม็น มันบั่นทอนความสุขในชีวิตของฉันเอามากๆ เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีกลิ่นปากตอน 20 ปลายๆ ณ ตอนนั้นทำงานบริษัทต้องพบประพูดคุยผู้คนมากมาย และดิฉันได้ยินเค้านินทาดิฉันว่า "สวยแต่รูปจูบไม่หอม" ซึ่งตัวดิฉันเองได้ยินแล้ว ทำเอาไม่มีความมั่นใจเลยคิดมาก เก็บเอาไปคิดจนนอนไม่หลับอายก็อายด้วย จึงตัดสินสินใจลาออกและมาทำธุรกิจเล็กๆของตัวเอง ณ ปัจจุบัน. เพื่อหลีกเหลี่ยงพบประผู้คนหมู่มาก อ่อ..ดิฉันเคยไปปรึกษาหมอฟันเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นปากแล้ว ทั้งขูดหินปูน อุดฟันที่ผุ เวลาแปรงฟันก็แปรงนานเพราะรู้ว่าตัวเองมีกลิ่น แปรงลิ้นด้วย และก็ใช้น้ำยาบ้วนปากและน้ำเกลือสำหรับกลั้วคอ ดื่มน้ำให้มากๆ หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีกลิ่นแรง บ้วนปากทุกครั้งและใช้ไหมขัดฟันหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ปากก็ไม่หายเหม็นสักที หมากฝรั่งลูกอมแบบ sugar free ก็ช่วยในระยะสั้นๆ เท่านั้น เช็คดูตามซอกต่อมท่อมซิลแล้วก็ไม่เห็นมีไอ้ก้อนเหลืองๆติดอยู่เลย ส่วนเรื่องระบบขับถ่ายก็ปกติดี ถ่ายทุกเช้าบางทีทานข้าวเสร็จก็ถ่ายอีกรอบ คือชีวิต ณ ตอนนี้ไม่มีความสุขเลยคะ ไปไหนก็ระแวงว่าเค้าจะได้กลิ่นปากเรา เวลาเดินทางไปไหนมาไหนโดยเฉพาะการนั่งเครื่องบินติดกับคนข้างๆ ก็กลัวตลอดว่าเค้าจะได้กลิ่น ไปซื้อของก็ต้องคุยกับพนักงานอยู่ห่างๆ เคยไม่สบายเอามากๆ อยู่ครั้งหนึ่งกลิ่นปากนี่แรงสุดๆ จนพ่อทักว่ามีกลิ่นปากแกจึงเอาลูกอมมาให้อม อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เสียเซล์สุดๆ คือเพิ่งคบกับแฟนได้ไม่นาน ตอนมีไรกันแฟนก็จูบปากบ้างนิดหน่อย บางทีก็ไม่จูบ จนเค้าทักขึ้นมาว่าไม่แปรงฟันเหรอ ปากเหม็นจัง แล้วก็เอามือมาอุดที่จะจมูกและมองมาที่ดิฉัน ดิฉันอึ้งและเสียเซล์มากถึงมากที่สุด. ไม่คิดว่าเค้าจะพูดตรงขนาดนี้ ปกติเป็นคนไม่มั่นใจอยู่แล้ว ยิ่งเค้าพูดแบบนี้ความมั่นใจไม่มีเหลือเลยคะ ดิฉันนอนไม่หลับ เก็บมาคิดว่าทำไมตัวเองถึงปากเหม็นขนาดนี้ คิดว่าอีกหน่อยแฟนก็คงหนีห่างไม่อยากอยู่ใกล้และเลิกกับดิฉันสักวัน ปากเหม็นนี่มันบั่นทอนจิตใจกับการใช้ชีวิตมากๆ ใครไม่เคยเจอกับตัวนี่จะไม่รู้เลยจริงๆคะ ว่ามันแย่เอามากๆ กับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ใครพอรู้ว่ามีทางไหนที่ทำให้กลิ่นปากหายนอกเหนือจากที่ดิฉันกล่าวมาแล้วบ้างคะ รบกวนช่วยตอบทีคะ.....
หรือนี่มันเป็นกรรมของดิฉันคะ เพราะเพิ่งอ่านเจอวิธีแก้กรรมด้วยตนเอง ในนั้นบอกไว้ว่า"กรรมที่มีกลิ่นปาก เป็นที่น่ารังเกียจ" เป็นกรรมที่เกิดจาก เคยติเตียนดูแคลนผู้ที่ชอบทำบุญทำทาน... ดิฉันจำไม่ได้ว่าเคยดูถูกผู้ชอบทำบุญหรือเปล่าแต่คิดว่าไม่เคยนะคะหรืออาจจะเป็นชาติที่แล้วรึเปล่า แต่ในหนังสือบอกวิธีลดกรรมด้วยคะ "เราสามารถลดกรรมได้ด้วยการหมั่นทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอ ฟังเทศน์มหาชาติทุกๆ 1 ปี ชักชวนให้ผู้อื่นร่วมทำบุญหรือบริจาคทานเป็นการบอกบุญผู้อื่น พิมพ์หนังสือธรรมะแจกจ่ายฟรี" ยังไงดิฉันจะลองปฏิบัติตามดูคะ
ความคิดเห็นที่ 4
พ่อเราก็มีกลิ่นปาก แปรงฟันอย่างไรก็ไม่หาย
เลยไปหาหมอ หู คอ จมูก
พบว่า กระดูกที่คอ มีช่อง
ทำให้เศษอาหารเข้าไปติดได้
หมอก็เลยแคะออกให้
ความคิดเห็นที่ 5
คือ..เอาจริงๆ..กลิ่นปากแบบรุนแรง..ไม่หายนี้..ยาสีฟันน้ำยาดับกลิ่นปากระดับเทพ..แพงแค่ไหนคือการแก้ไม่ตรงจุด..เพราะลองมาแล้ว..รักษาสารพัดวิธี..ศึกษาอยู่หลายปี..ทั้งเครียดทั้งอาย..แต่ก็มาถึงบางอ้อว่าสาเหตุเกิดมาจากลำไส้ของเราล้วนๆเลย.. คือเราเองก็เป็นแบบเดียวกันกับ.. จกท. เดะเลย.อารมณ์ความรู้เดียวกัน.. คือเราต้องลดการกินอาหารขยะ.. ของเรานี่ขมปากคอทั้งวัน..แสบคอเพราะเป็นกรดไหลย้อน.. สิ่งที่เราต้องงดทานเลยคือ.. ชากาแฟ น้ำหวานทุกชนิด.. ของหมักดอง.. ขนมปัง นมวัว อาหารที่มีส่วนผสมของยีสต์ ไข่แดง.. จะบอกเลยว่า.. มาม่า กะกาแฟ. กินแล้วอาการมาเกือบตาย..ทั้งมึนหัว หายใจมีกลิ่นโครตรุนแรง.. ยังไม่ทันอ้าปากพูดกลิ่นโชย..เฮ้อชีวิต!!! ที่เค้าเรียกว่าลำไส้เน่าเป็นงี้นี่เอง.. ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างมาก.. ตอนนี้หลังจากลองผิดถูกกะตัวเองอยู่นาน..อาการเริ่มดีขึ้น.. แต่คงต้องใช้เวลารักษา.. โรคประหลาดนี่ใครไม่เป็นไม่รู้จริงๆนะ..ว่าทรมานแค่ไหน.. สู้ๆเช่นกันนะ จขกท. เราเป็นมาร่วม3ปี..เพิ่งพบหนทางสว่าง... เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ ^ ^
ความคิดเห็นที่ 6
เคยมาอ่านหลายครั้งละครับ ผมเองก็มีกลิ่นปากและไม่หาย พยามหาวิธีรักษา ดูแลฟันมาตลอดเอาเป็นว่าดูแลดีกว่าคนทั่วๆไปแน่นอน สรุปไม่หายเหมือนเดิม ทำทุกอย่าง หาหมอไฟก็หา ขุดหินปูนมาก็ไม่หายทั้งอุด ถามความรู้สึกก็ยอมรับสภาพแล้วครับ อาจเป็นเพราะร่างกายเรา ทำงานเราก็ต้องพบป่ะผู้คน คุยกะเพื่อนร่วมงานถามว่ารู้สึกแย่ไหม ที่เขาเอามือปิดจมูก มากๆครับ แต่ผมก็ต้องเดินต่อไปชีวิต ปล่อยว่าง ครับ หรือว่างๆก็อมลูกอม แต่ก็แค่ชัวคราว  จนมาวันหนึ่งเหงือกผมมันบวม ฟันเหมือนโยกๆนิดแต่ปวดมาก เลยไปหาหมอฟัน เลย X-ray ดู ตรงรากฟัน มันดำๆ คือมันอักเสบนั้นแหละครับ หมอก็เลยอธิบายขั้นตอนรักษา แต่ด้วยที่ผมปวดและก็ค่าใช้จ่ายที่ตามมาและจุกจิก ผมเลยขอถอน หมอเลยยอม สรุปพอถอนเสร็จแผลหาย กลิ่นปากที่เคยมีหายครับ มันคืออะไร ทั้งๆเรารักษาฟันมาอย่างดีเลยคุยกับหมอ เลยไดรู้คร่าวๆจากคุณ จากลักษณะฟันที่ถอนออกมา คือที่ร่องฟันเรามันไม่ปกติทำให้ เชื้อโรค เศษอาหารมันลงสู่ร่างฟันได้ มันเลยมีกลิ่น แต่เนื่องจากเรารักษาฟันดีหน่อย มันเลยไม่แสดงอาการบวมออกมา หมอฟันก็ไม่เจอครับแค่มาขูดมาอุด ผมก็ถามเขาก็บอกปกติ ผมเองยัง งง ปกติแล้วทำไมยังเหม็น จนมันบวมแลัวถอนนี้แหละครับ ถึงบางอ้อ ฟันที่เอาออกมามีหนองด้วย ผมนี้ งงเลยอะไรว่ะ ที่ผมเล่ามานี้คือจะแชรว่า ที่มันมีกลิ่นมันต้องมีสักซีกครับมีปัญหา แค่เราหาให้เจอ ด้วยที่เราที่มีกลิ่นเราจะดูแลดีเป็นพิเศษ เลยหาตัวการยากหน่อยจนกว่ามันจะแย่จริงๆ ตอนนี้สบายใจครับ ไม่ต้องกลัวใครเอามือปิดจมูกฝากแชรไว้ครับ
ความคิดเห็นที่ 7
เราก็มีปัญหามาร่วม 10 ปี เครียดทุกวันค่ะ ไม่กล้าเข้าใกล้ใคร ไม่มั่นใจ  ทำมาทุกอย่าง ถอนฟันคุดออกหมด ขูดหินปูน เกลารากฟัน ผ่าตัดทอมซิล แปรงฟันทุกวันหลังอาหาร ใช้ไหมขัดฟัน ที่ขูดลิ้น ที่แปรงซอกฟัน  ก็ยังเหมือนเดิม แต่ตอนนี้เพิ่งจะมาดีขึ้นได้เดือนนึงค่ะ  เลยมีกำลังใจขึ้นเยอะค่ะ ที่ดีขึ้นน่าจะจากสองสามอย่างที่เราทำเพิ่มมา เราซื้อที่ฉีดน้ำทำความสะอาดซอกฟันมา 800 กว่าบาทค่ะ มีที่เปลี่ยน 4 หัว  ก็ใช้แบบเรียวๆฉีดตามซอกฟัน แต่ละซี่ใช้เวลาห้าหกวินาที แล้วเปลี่ยนหัวที่เป็นแบบแปรง ขัดฟันทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ทั้งข้างในข้างนอก และตรงที่เคี้ยวด้วย คือทุกด้านของฟันเลย เพื่อทำความสะอาดคราบพลัสที่เรามองไม่เห็น เสร็จแล้วใช้หัวเดิมคือที่มีขนแปรงนี่แหละค่ะ ทำความสะอาดเพดานและลิ้น แรกๆจะเจ็บหน่อย แต่ใช้ต่อไปจะชินค่ะ จะบอกว่าลิ้นแต่ก่อนใช้แค่ที่ขูดคิดว่าสะอาดแล้ว พอมาใช้ตัวนี้ลิ้นสะอาดมาก จากลิ้นสีขาวๆเป็นสีชมพูเลย แล้วก็เปลี่ยนฉีดหัวเรียวแบบน้ำไม่แรงฉีดทำความสะอาดทั่วปาก ทั้งใต้ลิ้นกระพุ้งแก้วทั้งบนและล่าง  แล้วเราเปลี่ยนยาสีฟันมาใช้ของพาราดอนแท็กซ์ทั้งแบบผสมฟลูออไรส์และแบบไม่ผสมฟลูออไรส์ จะเป็นเนื้อสีขาวกะบสีชมพูค่ะ สลับกันใช้ ดีมากๆเลย เปลี่ยนมาหลายยี่ห้อเพิ่งจะมาค้นพบว่าตัวนี้แหละใช่เลย และอันสุดท้ายคือนอกจากจะใช้ที่แปรงซอกฟันปกติแล้ว เราไปซื้อที่แปรงซอกฟันแบบเล็กๆนุ่มๆเพิ่มมาอีก เพื่อจะเอามาทำความสะอาดเหงือกที่เป็นร่องลึกที่ติดกับฟัน  เราแปรงเหงือกทุกช่องฟันเลย ตบท้ายด้วยน้ำยาบ้วนปากยี่ห้อ c-20 มันจะฆ่าเชื้อแบคทีเรียในปาก แต่เราใช้สองสามวันครั้งไม่กล้าใช้บ่อยเพราะเหมือนมันจะแรงหน่อยน่ะตัวยา เราจะใช้สลับน้ำยาบ้วนปากทั่วไป สุดท้ายเรากินวิตามินซีเสริมด้วยเพื่อช่วยให้เหงือกและฟันแข็งแรง เพราะที่ผ่านมามีปัญหาเหงือกอักเสบอาจเพราะเราไม่ค่อยกินผักผลไม้เลยอาจทำให้ขาดวิตมินซีในร่างกาย เราเลยคิดว่าอาจจะเกี่ยวกัน เลยพยายามกินผลไม้พวกฝรั่ง วันไหนไม่ได้กินก็กินวิตามินซีเสริม เราทำแบบที่ว่ามา สุขภาพเหงือกดีขึ้นมาก กลิ่นปากก็ดีขึ้นมาก น่าจะหาย 90% แล้วนะ เพราะรู้สึกปากสะอาดขึ้น แต่ก่อนจะเหมือนปากมันหนักๆไม่สะอาด ตอนนี้คนรอบข้างก็ไม่ค่อยจะปิดจมูกให้เห็นแล้ว คิดว่าสักพักจะหาย 100% ลองทำดูนะคะ เราเข้าใจมากๆเลย
ความคิดเห็นที่ 8
สวัสดีค่ะ ที่จริงว่าจะเขียนกระทู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่ก็ขี้เกียจบ้าง ลืมบ้าง จนวันนี้ได้ไปอ่านกระทู้นึงที่พูดถึงเรื่องกลิ่นปากสาวสวย ซึ่งอ่านแล้วเห็นด้วยกะเขามากค่ะ (ยกเว้นเรื่อง one night stand นะคะ) เลยฮึดจะเขียนแนะนำทริคการแปรงฟันที่ทำให้คนที่เคยมีกลิ่นปากรุนแรงอย่างเรา กลายเป็นคนที่ไม่มีกลิ่นปากได้ค่ะ

อย่างที่บอกไปนะคะว่าเราเคยมีกลิ่นปากมาก่อน จนถึงช่วงประมาณ ม.ปลายเลยล่ะค่ะ (มันแย่มากเลยอะ ปล่อยให้ปากเหม็นมานานขนาดนี้ได้ไงฟะ) ซึ่งสาเหตุที่ปล่อยให้ตัวเองมีกลิ่นปากมานานขนาดนี้ เราคิดว่าเป็นเพราะ

  1. ชินกลิ่นตัวเองค่ะ ซึ่งเราเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่มีกลิ่นปาก ก็เป็นแบบนี้ค่ะ

  2. ไม่เคย ไ ม่ มี กลิ่นปากมาก่อน เลยไม่รู้ว่า อ๋ออออ เวลาปากสะอาดเนี่ย มันจะไม่มีกลิ่นจริง ๆ นะเว่ย มันจะรู้สึกปากโล่ง ๆ สดชื่นมากเลยเอาะ ไม่เหมือนตอนมีกลิ่นปาก ที่มันจะรู้สึกว่าในโพรงปากเรามันร้อน ๆ หน่อย ๆ ยังไงไม่รุ บอกไม่ถูกอะค่ะ

  3. ได้กลิ่นปากคนอื่นเหมือนกัน เลยคิดว่า เออ มันก็เรื่องธรรมดานี่หว่า ที่จะมีกลิ่นปาก เราไม่ผิดเน่ คนอื่นก็มีนะเว่ยยยย

เนี่ยค่ะ สาเหตุสำคัญที่เราประมวลได้จากการย้อนไปพิจารณาตัวเองเมื่อก่อน เพราะฉะนั้น คนมีกลิ่นปากมักจะไม่รู้ตัวหรอกค่ะ ว่าเนี่ย ฉันกำลังมีกลิ่นปากอยู่นะ ต้องปรับปรุง ต่อให้มีคนมาบอก มาแซว บางทีก็ยังไม่รู้สึกรู้สาค่า (อันนี้หมายถึงเราเองนะคะ เคยเป็นงี้มาก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าละเลยคำแซวของคนอื่นนะคะ เพียงแต่ตอนนั้น มันคิดแบบ ข้อ 3 ด้วยอะค่ะ)

คราวนี้มาดูวิธีเช็คกลิ่นปากของตัวเองดีกว่าค่ะ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเวลาปากสะอาด มันเป็นอย่างไร นั่นก็คือ ให้อ้าปากกว้าง ๆ แล้วเอานิ้วเข้าไปแตะที่โคนลิ้นค่ะ แล้วลองดมดูค่ะ (วิธีนี้เคยอ่านเจอจากในกระทู้ pantip นี่แหละค่ะ แต่นานมาแล้ว ขอโทษด้วยค่ะ จำไม่ได้ว่ากระทู้ไหน)
เป็นไงคะ?? มึนหัว วิงเวียน คลื่นไส้กันบ้างรึเปล่า หลังจากทำตามวิธีนี้ อิอิ
คือถ้าปากสะอาดแล้วคุณจะไม่ได้กลิ่นเน่า ๆ เลยค่ะ มันจะมีเพียงกลิ่นน้ำลายอ่อน ๆ อ่อนมากกกกก มาก ๆ จนแทบไม่ได้กลิ่นเลยน่ะค่ะ แต่ถ้าเหม็นหึ่งล่ะก็ มาลองทำตามวิธีของเราดูนะคะ เราเชื่อว่ามันน่าจะดีขึ้นนะคะ เพราะเราก็เคยปากเหม็นมาก่อนอะ แต่ตอนนี้เราแก้ปัญหานี้ได้แล้วนะคะ

จากที่เราสังเกตตัวเองมา เราพบว่าสิ่งที่ทำให้ปากเราเหม็นคือ "น้ำลายเหนียว" ค่ะ เมื่อไรที่น้ำลายเหนียว ให้รู้ไว้เลยว่าเริ่มมีกลิ่นปากละ ยิ่งหนืดเท่าไร กลิ่นยิ่งหึ่งค่ะ คราวนี้เวลาเราเห็นใครอ้าปากแล้วดูมีเส้นน้ำลายหนืด ๆ ยืด ๆ เยอะเนี่ย เราจะแอบสงสัยไว้ก่อนเลยว่าคนนี้น่าจะมีกลิ่นปากน่ะค่ะ ซึ่งเท่าที่เจอมาก็ตรงตามที่สงสัยนะคะ

ดังนั้น เรามากำจัดน้ำลายเหนียว ๆ นี้กันดีกว่าค่ะ เพื่อความสุขของคนรอบข้าง

  1. แปรงสีฟันที่ใช้นั้น ขนแปรงจะต้องไม่แข็ง หรือนิ่มเกินไปนะคะ เพราะถ้าแข็งเกินไปเวลาแปรงก็จะเจ็บเหงือกไปหมด แปรงไม่ทั่วถึง แต่ถ้านิ่มไปก็เหมือนเราเอาแปรงสีฟันบาน ๆ มาถูอะค่ะ ส่วนตัวเราชอบใช้แบบที่มันมีขนสั้นสลับยาวด้วยอะค่ะ แบบนั้นมันรู้สึกยิ่งแปรงได้ทั่วถึงขึ้น

  2. ยาสีฟันที่ดี อันนี้ไม่รู้จะแนะนำยังไงเหมือนกันค่ะ กลัวจะกลายเป็นโฆษณาไป ต้องลองใช้ แล้วสังเกตกันเอาเองนะคะ เพราะบางยี่ห้อก็มีผลจริงๆนะคะ ส่วนตัวเราชอบที่เป็นแบบสมุนไพรค่ะ สดชื่นดี

  3. แปรงฟันให้ครบทั้ง 3 ด้านของผิวฟันนะคะ ทั้งด้านบน ด้านนอก ด้านใน และแปรงให้ครบทุกซี่ ทั้งฟันบน ฟันล่างด้วย ที่ต้องบอกอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่หลายคนก็รู้อยู่แล้ว ก็เพราะว่าบางคนอาจแปรงไปงั้น ให้มันเสร็จ ๆ ไป ไม่ได้ใส่ใจจะแปรงให้ทั่วน่ะค่ะ แบบนั้นนอกจากจะมีกลิ่นปากแล้ว ยังอาจทำให้ฟันผุหลายซี่ด้วยนะคะ

  4. แปรงลิ้น และเพดานปากด้วยค่ะ ข้อนี้แหละค่ะ สำคัญมากเลย เมื่อก่อนเราไม่ค่อยแปรง 2 จุดนี้ค่ะ เลยมีกลิ่นปาก แต่พอทำแล้วก็หายเป็นปลิดทิ้ง เพราะเวลาแปรงลิ้นจนเกือบถึงโคนลิ้น มันจะทำให้เราคายน้ำลายเหนียว ๆ ออกมาได้หมด โดยอัตโนมัติค่ะ
วิธีการแปรงลิ้น และเพดานเนี่ย อย่าแปรงรุนแรงนะคะ ค่อย ๆ ถูไป เดี๋ยวเพดานจะถลอก หรือปุ่มรับรสที่ลิ้นจะหลุดหมดซะก่อน แล้วก็ไม่ใช่ว่าทิ่มแปรงเข้าไปซะถึงโคนลิ้นนะคะ กะ ๆ เอา แค่เกือบถึงก็พอค่ะ ตอนแรก ๆ อาจจะยังรู้สึกแปลก ๆ นะคะ แต่เดี๋ยวก็ชินค่ะ น้ำลายเหนียวจะออกมาหมดเลย ดี๊ดี

  5. บ้วนปากแล้วกลั้วคอด้วยค่ะ เวลาที่เรากลั้วคอด้วย เราจะรู้สึกว่าได้ล้างสิ่งสกปรกบริเวณโคนลิ้นด้วยน่ะค่ะ แปรงฟันเสร็จแล้ว สดชื่นนนนนนน มั่ก ๆ

ทริคสำคัญก็คือ 5 ข้อที่กล่าวไปนี่นะคะ ถ้าทำตามนี้แล้ว ก็แทบจะไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นปากระหว่างวันเลยค่ะ แต่มันก็ยังมีปัจจัยอื่นอีกอะนะ ก็เลยขอต่อข้ออื่นอีกสักหน่อยนะคะ

  6. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ถ้ามาตรฐานก็อย่างน้อย 6-8 แก้ว อย่างที่รู้ ๆ กันนะคะ พยายามอย่าปล่อยให้คอแห้งค่ะ จิบน้ำบ่อย ๆ ต่อให้คุณไม่ได้พูดคุยกับใครทั้งวัน แต่ได้จิบน้ำเรื่อย ๆ น้ำลายก็ไม่บูดค่ะ สังเกตดูนะคะ ถ้าเราคอแห้งแล้ว น้ำลายจะเริ่มเหนียวละ กลิ่นปากเริ่มมาหน่อย ๆ ละล่ะ

  7. หลังรับประทานอาหารเสร็จ ควรดื่มน้ำสักหน่อยค่ะ และถ้าจะให้ดี ควรใช้ไหมขัดฟัน และบ้วนปากด้วยค่ะ เพื่อขจัดกลิ่น และเศษอาหารที่ติดฟัน บ้วนด้วยน้ำเปล่าก็ได้ค่ะ แต่ถ้ามีน้ำยาบ้วนปากด้วยจะยิ่งดีเข้าไปอีกค่ะ (ข้อนี้เพิ่มเติมเรื่องไหมขัดฟันตามที่ทุก ๆ ท่านติติงกันเข้ามานะคะ แถมคลิปคุณหมอท่านนึงที่แนะนำเรื่องการใช้ไหมขัดฟันด้วยนะคะ แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องเลยค่ะ มัวแต่มองหน้าคุณหมอ อิอิ)
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

  8. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง โดยเฉพาะเวลาที่ต้องพบปะพูดคุยกับคนอื่น ๆ ถ้าอยู่คนเดียวจะกินอะไรก็กินไปเถอะค่ะ แต่ถ้าต้องใกล้ชิดใคร ก็อยากให้แคร์ประสาทการรับกลิ่นของเขาบ้างนะคะ ยกตัวอย่างอาหารที่มีกลิ่นแรงก็อย่างเช่น กระทียม หัวหอม ผักชี ผักกระเฉด กุยช่าย กะปิ ส้มตำ ฯลฯ

  9. อย่านอนน้อยเกินไปค่ะ วันไหนเรานอนน้อยมาก จะรู้สึกได้จริงว่าวันนั้นมีกลิ่นปากง่ายกว่าปกติ อันนี้เราไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะว่าทำไมนอนไม่พอแล้วมันถึงส่งผลไปถึงกลิ่นปากได้นะ ท่านใดช่วยอธิบายเราหน่อยได้มั้ยคะ

มีเท่านี้แหละค่ะทริค 9 ข้อ ที่เราอยากให้เพื่อน ๆ ลองทำกันดู แล้วจะรู้ค่ะว่าปากสะอาดเนี่ย มันดีจริง ๆ นะ กล้าพูดคุยกับคนอื่นใกล้ ๆ ได้อย่างมั่นใจ และยิ่งถ้าคุณมีแฟนแล้ว ยิ่งควรระวังเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม การต้องจูบกับคนที่มีกลิ่นปากเนี่ย มันทรมานอยู่เหมือนกันนะคะ ต่อให้จูบเก่งแค่ไหน ก็สะดุดเพราะกลิ่นปากน่ะ เลยฟินไม่สุดเลยค่ะ

เราขอฝากกระทู้นี้ไว้หน่อยนะคะ ขอโทษด้วยค่ะที่ยาวหน่อย มันอัดอั้นมาก อยากบอก อยากแชร์ เผื่อคนที่เราอยากแนะนำเรื่องกลิ่นปาก จะได้ลองมาอ่าน และทำตามดูบ้าง มันหายจริง ๆ นะเธอ เชื่อฉันเถอะ ฉันเคยเป็นมาก่อนน่ะ

****ขอโทษด้วยค่ะที่พลาดอย่างแรง เรื่องไหมขัดฟัน เพราะเราเองก็ไม่ได้ใช้ค่ะ ยอมรับเลย อาจจะเพราะฟันเราค่อนข้างห่างเลยไม่ค่อยมีเศษอาหารมาติดฟันฝังแน่นมาก (ก็ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจกับความห่างนี้นะคะ T.T) เลยอาศัยการแปรงและบ้วนปากเป็นหลัก แต่จากนี้จะเริ่มใช้บ้างแล้วค่ะ เพื่อความสะอาดทุกซอกทุกมุม ต้องขอบคุณทุกความคิดเห็นมาก ๆ เลยนะคะ ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นตั้งหลายอย่างแน่ะ
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :

บทความทั้งหมด
  คลิกที่นี่ เพื่อดูสินค้าแนะนำ
  ลดราคากว่า 80%(ห้ามพลาด)