กระดูกทับเส้น รักษา อย่างไร 2020

by WheelSharee Posted on 2020-09-08



ความคิดเห็นที่ 1
ผมเป็นหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทข้อ L4 - 5 ครับ
รักษาด้วยวิธี Chiropractic กับนวดจัดกระดูก
ช่วงที่เป็นแรกๆก็ปวดมากๆ เคยถึงกับยืนไม่ไหวต้องลงไปนอน แต่หลังจากรักษาได้ประมาณ 3 เดือน อาการก็ดีขึ้นมาก
ความคิดเห็นที่ 2
ทางเลือกคือกายภาพ จัดกระดูก และผ่าตัดค่ะ แต่จะรู้ว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นหรือเปล่าต้องทำ mri ค่ะ วินิจฉัยไม่ชัดเจนเท่า สรุปแม่เราก็เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น ปวดหลังร้าวลงขา ทำกายภาพจบคอร์สไม่ดีขึ้นเลย ลองไปจัดกระดูกอีก 3 คอร์ส ปวดมากกว่าเดิมแถมลามไปขาอีกข้าง เป็นตะคริวทรมานมากค่ะ สุดท้ายหาข้อมูลเยอะมากเลยไปหาหมอประเสริฐที่สถาบันประสาท ได้คิวผ่าต้นเดือนหน้าค่ะ แม่เราเป็นเยอะมาก ต้องผ่าเปิดหลังเปลี่ยนกระดูกเป็นไทเทเนียม สามข้อ นี่ก็หวังว่าแม่ผ่าแล้วจะหายทรมานค่ะ สาสารแม่มาก
ความคิดเห็นที่ 3
ถ้าคนไข้มีอายุแล้วอย่าเลือกการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดเลยครับ ถ้าหมอวินิจฉัยถูกจริงๆ ทำกายภาพดีกว่า คนไข้มีวินัยไปตามหมอนัด หมอสอนให้ยืดกล้ามเนื้อเองที่บ้านท่าไหนก็ต้องทำจะได้หายเร็วขึ้นครับ
ความคิดเห็นที่ 4
ใช้ยา suncroc ค่ะ พี่ทำงานในบริษัทนี้ เคยมีช่างในบริษัท เป็นค่ะ เกิดจากอุบัติเหตุ เกิดจากการโดนชน ด้านหลังจะนอนทับที่โดนชนไม่ได้เลย ผู้จัดการใจดีมากค่ะ พนักงานคนไหนปวด ผู้จัดการจะให้ยาไปใช้ เลยเป็นครั้งแรกที่พี่รู้จักคำว่าเส้นทับกระดูก เพราะพี่ที่โดนชนจะเล่าอาการให้ฟัง ว่าต้องนอนตะแครงตลอดเวลา ปวด ร้อนตลอดเวลา ท่านอนแบบธรรมดาไม่ได้เลย เดินแต่ละครั้ง นั่งรถแต่ละครั้งถ้ากระเทือนจะปวดทรมานมาก ทาไปประมาณ3วัน พี่เขาก็ดีขึ้นมาก  ลองซื้อมาใช้ดูนะคะ  แต่จำไม่ได้ว่าพี่เขากี่วันถึงหาย แต่น่าจะไม่เกิน 2 อาทิตย์ค่ะ ต้องขยันทาค่ะ ยาดีจริง  ไม่ได้ค่าโฆษณาค่ะ แต่รู้สึกนับถือผู้จัดการมากค่ะ เพราะยาแพง เพราะเป็นสมุนไพรมาจากฝรั่งเศส แต่หยิบให้พี่ช่างโดยไม่ลังเล  ลองซื้อที่ร้านขายยาดูก่อน ชื่อร้านสยามเวชภัณฑ์ จาอยู่แถวสะพานควาย กทม น่าจะใช้ขนาดใหญ่ ขวดละ 600บาทค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
- ผมเป็นหมอนรองคอทับเส้น  ผ่าแล้วหายแล้ว   ก่อนผ่าผมปวดแขนมาก พอผ่าไปแล้วตื่นขึ้นมาอาการปวดแขน หาย 100%  (ผมเป็นที่ คอเลยปวดลงแขน)

- พ่อ อายุ 72พึ่งไปผ่า อาการกระดูกคด และทับเส้น   2-3  วันก็ลุกเดินได้ครับ  4 อาทิตย์ดีมากเลย  เดินเหิน เกือบปกติ แต่กว่าจะพี้น100% หมอบอก  6 เดือน มีการเสริมกระดูกด้วยอุปกรณ์

- ผมไม่แนะนำหมอจัดกระดูก ตามตรรก มันจะเข้าที่ได้อย่างไร ผมเห็นแต่ทำให้กระดูกดังกร๊อบแกร๊บ  ผมเคยอยากทำนะ แต่นึกๆ ผมกลัวว่าทำให้ หนักกว่าเดิม ผมไม่กล้าเสี่ยง

เคสที่ผ่า ต้อง MRI ให้ sure ก่อนครับ MRI ประมาณ 8000-10000  แต่เราจะเห็นได้ชัดว่าเกิดจากอะไร จำเป็นต้องผ่าไหม
ยังไงหหมอก(็ต้องให้ทานยาคลายกล้ามเนื้อก่อนเพื่อมั่นใจว่า ไม่ได้ปวดกล้ามเนื้อแล้วค่อยตามผล แต่ถ้าคุณมั่นใจว่าใช่ ลองปรุกษาหมอแล้วออกเงิน ค่า MRI จะได้จบ ว่าเป็นหรือเปล่า

ผมมีที่รักษาราคาไม่แพง หมอเก่งมาก รพ รัฐ หลังไมค์ได้    ผมผ่าที่ รพ กรุงเทพ 700k แต่ที่ผมแนะน่าจะ50K - 100K
พ่อผมใช้ สิทธิค่าราชการ แต่ต้องออกค่าอุปกรณ์ บางอย่างที่เบิกไม่ได้เอง และบริจาคเงินให้ รพ ส่วนนึง
ความคิดเห็นที่ 6
โยคะซิครับ
เอาท่าง่ายๆ
ค่อยๆทนเจ็บทีละนิด
ไม่เกิน1เดือน หาย
ที่เจ็บเพราะเส้นมันตึง
เลยไปดึงกล้ามเนื้อ
ถ้าเส้นหย่อนอะไรก็ดีขึ้น
กายภาพผมเคยทำมาแล้วเกือบปีไม่หาย
เจอหมอนวดเทวดา แนะนำวิธีคลายเส้นๆมาถึงเดือนหาย

จากคนเกือบเคยเป็นอัมพฤกษ์
ความคิดเห็นที่ 7
แฟนเราเป็นใช้หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ที่หลัง  รักษาด้วยวิธี Chiropractic กับนวดจัดกระดูกค่ะ   ไปทำกายภาพมา 10 ครั้ง ไม่ดีขึ้นเลย หมอจะนัดผ่าตัด ลองเอาฟิลม์ MRI  ไปให้หมอจัดกระดูก 2 ครั้ง หายปวด เลย แต่ต้องไปเช็คทุก1-2 เดือนนะคะ แล้ว ก็ต้องยืดกล้ามเนื้อด้วย คุณหมอจะสอนให้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
ลองไปโรงพยาบาลที่มีแพทย์สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูดูครับ  ถ้าไม่แน่ใจว่าจะไปที่ไหนดีก็ลองโทรสอบถามตามโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ด้วย

ถ้าอาการไม่หนักหนามากคือยังพอเคลื่อนไหวได้   หมอมักจะแนะนำให้ทำกายภาพบำบัด   ซึ่งในที่นี่ผมหมายถึงการเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อก่อน   ในกรณีนี้คนไข้ต้องมีวินัยที่จะปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างสม่ำเสมอเหมือนนักกีฬาที่กำลังเตรียมตัวเพื่อการแข่งขัน

ส่วนการผ่าตัดมักจะเอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย
ความคิดเห็นที่ 9
ขอแชร์!!!! ประสบการณ์อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท  มีอาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา 2 ข้าง ลักษณะปวดเมื่อยๆบิดๆ ปวดรำคาญ เริ่มจากปวดตรงเอ็นร้อยหวายก่อนแล้วเริ่มปวดข้างๆหน้าแข้ง และปวดด้านข้างร้าวขึ้นสะโพก  เดินนานไม่ได้  นั่งนานไม่ได้  นอนก็ปวด นอนไม่หลับปวดตลอดเวลา  

ใช้การรักษาหลายวิธี  กินยา  ฉีดยา  ทำกายภาพ  นวดแผนจีนจัดกระดูก  นวดแผนไทยประคบ  ฝังเข็ม  กินสมุนไพร        ทำ PEN  ทำ RF  สุดท้ายจบด้วยการผ่าตัด หยุดทำงาน 1 ปี ตอนนี้อาการดีขึ้นสามารถกลับมาทำงานได้แล้วค่ะ

15 มิถุนายน 2557  ช่วงบ่ายเริ่มมีอาการปวดหลังบริเวณเอว ไม่ได้สนใจเข้าใจว่าปวดหลังปกติเดี๋ยวก็หาย ใช้ชีวิตปกติทั้งวัน และช่วงเย็นเริ่มรู้สึกก้มหลังไม่ค่อยได้  อาบน้ำนอนตามปกติ  พอช่วงกลางคืนลุกจากเตียงไม่ได้เจ็บหลังมากเหมือนเข็มแทง  แฟนต้องช่วยพยุงลุกจากเตียง

ช่วงเช้าไปพบคุณหมอ ตรวจอาการเบื้องต้นแจ้งว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท  ฉีดยาแก้ปวด  ยาทาน     แจ้งให้หยุดงาน 1 สัปดาห์  สั่งห้ามนั่ง ยกเว้นนั่งทานข้าว กะเข้าห้องน้ำ ให้นอนหงายใช้หมอนรองใต้เข่าอย่างเดียวเท่านั้น  เพื่อให้หลังแนบพื้นมากที่สุด  อาการเริ่มดีขึ้นจึงกลับมาทำงาน 3 วัน ปรากฎว่าอาการทรุดลงมากกว่าเดิม  
รักษาต่อโดยฉีดยาที่หลังบริเวณเอวข้างๆกระดูกสันหลัง (เจ็บมาก)  ยาทาน  ทำกายภาพบำบัด 35 ครั้ง (อัลตร้าซาวด์หลัง  ยืดกระดูกสันหลัง  วางผ้าร้อน)  และให้ทำกายบริหารเองที่บ้านตามท่าที่คุณหมอแนะนำ  คุณหมอ นัดดูอาการทุกสัปดาห์  เพื่อปรับเปลี่ยนยา  และฉีดยาแก้ปวดเข้าเส้น สลับกับฉีดยาแก้ปวดหลังบริเวณเอวข้างๆกระดูกสันหลัง  อาการปวดหลัง-ปวดขาไม่ลดลง (ไม่มีอาการชา)

ตอนนั้นกลัวผ่าตัด  จึงอยากให้โอกาสตัวเองลองวิธีอื่น รักษาโดยหมอจีนนวดจัดกระดูก ทำทั้งหมด 15 ครั้ง  ฝังเข็ม  นวดแผนไทยประคบ  อาการทรุดลงเรื่อยๆ  ใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางลดปวดจนผิวไหม้ ปวดแสบร้อน  ระหว่างนั้นกินยาสมุนไพรน้ำก้านตอง  เถาเอ็นอ่อน  เถาวัลย์เปรียง  งาดำ  นมตราหมี

ตัดสินใจเปลี่ยน รพ. เพื่อรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด คุณหมอ ส่งทำ MRI ผลปรากฎว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท บริเวณ L3, L4, L5 s1  คุณหมอ บอกว่า L5 s1 ข้อทรุดหมอนรองกระดูกปลิ้นนออกมา  สาเหตุเกิดจากการนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน เมื่อรู้สึกปวดหลังแล้วยังฝืนทนนั่งต่อ  ซึ่งปัจจุบันโรคนี้เกิดขึ้นกับพนักงานบริษัทฯ ที่ชอบนั่งทำงานนานๆ  คุณหมอเรียกว่านั่งมารธอน  (ใช่เราชอบนั่งทำงานนาน 2-3 ชม. ติดต่อกัน และนั่งแบบนี้มาหลายปี  และชอบนั่งรถทัวร์ไปเที่ยวเหนือ  ประมาณ 10-12 ชม.)

1 ตุลาคม 2557  คุณหมอ นัดทำวิธีแรก PEN  คือ การสอดสายเล็กๆ เข้าบริเวณเหนือก้นกบ ไปยังบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอวจุดที่มีพังผืด เพื่อฉีดยา เลาะสลายพังผืดออกจากจุดที่กดทับเส้นประสาท  และกลับมาพักฟื้นที่บ้าน  ทำกายบริหารเองตามท่าที่คุณหมอแนะนำ  หลังจากทำอาการดีขึ้นประมาณ 5 ชม. และกลับมาปวดเหมือนเดิม  

16 ตุลาคม 2557  คุณหมอ นัดตัดไหม และฉีดยาเข้าหลังบริเวณที่ปวด  คุณหมอ สั่งทำกายภาพบำบัด (อัลตร้าซาวด์หลัง  ยืดกระดูกสันหลัง วางผ้าร้อน)  อาการปวดไม่ลดลง

18 ตุลาคม 2557  คุณหมอ  นัดทำวิธีสอง  RF  คือ การใช้หัวเข็มสอดผ่านผิวหนังเข้าไปบริเวณหมอนรองกระดูกสันหลัง และปล่อยคลื่นความถี่เข้าไปสลายส่วนของหมอนรองกระดูกสันหลังที่เคลื่อนมากดทับเส้นประสาท (ทำให้หด)  หลังจากทำอาการดีขึ้นประมาณ 2-3 วัน  และกลับมาปวดเหมือนเดิม  คุณหมอ สั่งทำกายภาพ 15 ครั้ง  (กระตุ้นไฟฟ้า  วางผ้าร้อน  ดึงหลัง  กายบริหาร)

29 ตุลาคม 2557  คุณหมอ นัดทำ พลาสม่า  คือ  การนำเลือดของเราปั่นจนกลายเป็นสีเหลือง และฉีดกลับเข้าไปยังบริเวณหลังตรงจุดที่ปวด เพื่อเข้าไปเสริมสร้างซ่อมแซม  และรอดูผลประมาณ 2 อาทิตย์  ทำกายภาพอีก 17 ครั้ง  หลังจากทำอาการไม่ดีขึ้น  ปวดทุกวันจนนอนไม่หลับ นอนร้องไห้ทุกวัน

29 พฤศจิกายน 2557  วิธีสุดท้ายทนไม่ไหวจึงตัดสินใจผ่าตัด แบบส่องกล้อง microscope แผลประมาน 1 นิ้ว ใช้เวลาผ่าตัดประมาน 2 ชั่วโมง  พยาบาลเอาชิ้นส่วนของหมอนรองกระดูกมาให้ดู ลักษณะคล้ายเอ็นพังผืดสีส้มๆ (คุณหมอ บอกว่าไม่ได้ตัดหมอนรองกระดูก เพียงแต่เลาะพังผืดออก และขยายโพรงกระดูก เพราะถ้าตัดหมอนรองกระดูกจะมีผลกระทบตอนอายุมากขึ้น)  หลังจากผ่าตัด พักฟื้นอยู่ รพ. 7 วัน  และกลับมาพักฟื้นที่บ้าน นอนหงาย ใช้หมอนรองใต้เข่า  ค่อนข้างทรมานมากเวลาที่อากาศหนาว ทำให้ปวดแผล  ปวดขา  ปวดหลัง  ปวดกระดูกมาก  เวลาลุกจากที่นอนต้องใส่เสื้อพยุงหลังหรือ back support เกร็งหน้าท้อง และมีคนช่วยพยุง  ใช้ชีวิตแบบคนพิการ ไปไหนก็ไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองก็ลำบาก นอนก็ไม่หลับ ตื่นก็ลุกไม่ไหว  ถ้าอากาศเย็นจะปวดมาก ต้องทำตัวให้อุ่นตลอดเวลา นอนอยู่แต่ในบ้านประมาณ 1 เดือน  อาการปวดหลังดีขึ้นตามลำดับ  อาการปวดขาเหลือขาซ้าย  เริ่มมีอาการปวดตามข้อทุกข้อ เวลากำมือจะปวดมาก  ปวดกล้ามเนื้อ

1 มกราคม 2558  แข็งใจลุกขึ้นหัดเดินรอบๆบ้าน เดินเช้า-เย็นทุกวัน หลังจากนั้นเริ่มออกเดินรอบสระน้ำในหมู่บ้าน ร่างกายเริ่มแข็งแรงขึ้น อาการปวดหลังดีขึ้นตามลำดับ คงเหลืออาการปวดโคนใต้ขาซ้ายลงมาถึงใต้เข่า  และอาการปวดข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า กล้ามเนื้อ เข่า ข้อศอก อาการปวดเพิ่มมากขึ้น (ปวดมาก ปวดตลอดเวลา ปวดจนนอนร้องไห้)  คุณหมอ เจาะเลือดตรวจหาโรครูมาตอยส์ไม่พบ  ตัดสินใจฝั่งเข็มเพื่อรักษาอาการปวด  ฝั่งเข็มทั้งหมด 30 ครั้ง อาการไม่ดีขึ้น  พยาบาลผู้ช่วยฝั่งเข็มแนะนำให้ไปนวดแผนไทยกับ รพ. เจ้าหน้าที่นวดบอกว่า โคนใต้ขาซ้ายลงมาถึงใต้เข่า  อาการปวดข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า เข่า ข้อศอก น่าจะเกิดจากพังพืดเกาะเส้น เลือดลมไหลเวียนไม่ดี  น่าจะเกิดจากป่วยนานไม่ได้ออกกำลังกาย  ไม่ได้ขยับร่างกาย ใช้หมอนรองใต้เข่านานเกินไป  แนะนำให้ทาน  น้ำขิง-เห็ดหูหนู-พุทราจีน  

24 เมษายน 2558  อาการปวดไม่ลดลง จึงไปพบคุณหมอด้านกายภาพ บอกว่าน่าจะเกิดจากกล้ามเนื้อลีบ เพราะป่วยนานไม่ได้ออกกำลังกาย  สั่งทำกายภาพ 18 ครั้ง  อัลตร้าซาวด์  ยืดกล้ามเนื้อ  ถีบจักรยาน  วิดพื้น  เล่นลูกบอลโยคะ  วิ่งลู่  (ออกกำลังกายเบาๆ แต่อยู่ในความดูแลของนักกายภาพ)  เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ  และเดินรอบสระน้ำในหมู่บ้านทุกวันวันละ 2-3 กม. อาการปวดดีขึ้นแบบช้าๆ  และทานยากษัยเส้นตราเอ

ณ.ตอนนี้ มิถุนายน 2558  กลับมาทำงานได้แล้ว  อาการปวดยังคงมีอยู่บ้างไม่หายขาด พยายามนั่งน้อยๆ เดินมากๆ  เลิกงานกลับไปออกกำลังกาย  คุณหมอบอกว่าการเดินเป็นการออกกำลังกายที่ดี  และหนีบหมอนเกร็งหน้าท้อง นับ 10  ทำวันละ 100 ครั้ง เพื่อสร้างกล้ามเนื้อหลัง ช่วยลดอาการปวดหลังได้ค่ะ  

อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาจเกิดจาก อุบัติเหตุ  ล้ม  ยกของหนัก จามแรงๆ  เคล็ดคัดยอกหมอนรองกระดูกเคลื่อนไปทับเส้นประสาท  นั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน  อาการอาจไม่เกิดในช่วงแรกๆ  แต่สะสมมาเรื่อยๆ  ยิ่งนานแสดงอาการออกมาค่ะ
หลังจากผ่าตัดใช่ว่าจะหายขาด  ยังต้องดูแลรักษาตัวเอง  ระวังอย่ายกของหนัก  เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเดิมๆ  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

แนะนำให้ทุกท่านใส่ใจดูแลสุขภาพ  อย่านั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน  อย่านั่งไขว่ห้าง เพราะจะทำให้กระดูกหลังคด  และควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ    ....ควรป้องกันไม่ให้เป็นโรคดีกว่าเป็นแล้วมารักษา เพราะจะเสียทั้งเงิน ทั้งเวลา....  โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ค่ารักษาค่อนข้างแพงมากค่ะ  

ขอเป็นกำลังใจให้สำหรับผู้ที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท  การรักษาอย่าใจร้อน  ...คุณหมอ บอกว่าการเป็นโรคนี้เกิดจากการสะสมมานาน  ถ้าต้องการหายเร็วเหมือนไข้หวัด เป็นไปไม่ได้ต้องใช้เวลารักษา...
อย่าท้อ  กำลังใจสำคัญที่สุด ขอให้ใจเราสู้ทุกอย่างจะผ่านไปได้ สู้ สู้ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
ไปรพ.เฉพาะทางเถอะค่ะ เราพาแม่ไปรักษามาตั้งแต่รพ.รัฐยันเอกชน สุดท้ายไปหายที่รพ.กระดูก เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ เรื่องกระดูกเรื่องเส้นประสาท หาหมอทั่วไป ไม่มีทางหาย ต้องหมอเฉพาะทางเท่านั้น ขนาดเราไม่ได้เจ็บปวดเองยังสงสารแทบแย่ ยอมเสียเงินหน่อย แต่หายชัวร์ รักษาเอง ทำท่าโยคะหรือกายภาพกับคนสูงอายุ ถ้าไม่เชี่ยวชาญหรือทำโดยคนที่ไม่มีความรู้ เสี่ยงอาการหนักกว่าเดิมอีกค่ะ ลองไปทำ MRI กับ X-Ray ให้คุณหมอวินิจฉัยตามผลสแกนก่อนก็ได้ จะแม่นยำและเห็นหมดเลยว่าสภาพภายในของหมอนรองกระดูก เส้นประสาท กระดูกสันหลังเป็นยังไงบ้าง หรือลองอ่านลิงก์รพ. ไปก่อน เอาไว้เป็นแนวทางในการตัดสินใจค่ะ https://www.s-spinehospital.com/main/x-ray-or-mri/
ความคิดเห็นที่ 11
ในฐานะผู้มีประสบการณ์หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ข้อที่ L3 L4 L5 และ S1 หรือบั้นเอวจนถึงก้นกบ ขั้นสาหัสจนถึงเดินไม่ได้ หลังเบี้ยว สะโพกเบี้ยว ขาลีบ ปวดสะโพกร้าวลงขา ปลีน่องจนตาตุ่ม
ขอบอกเลยว่า ยาช่วยแค่บรรเทาการอักเสบ แต่การกายภาพนั่นแหละที่ช่วยให้ระบบเลือด กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาทกลับมาทำหน้าที่ของมันได้ดีขึ้น
แต่ช่วงที่กำลังอักเสบ ขอแนะนำว่าต้องหยุดทำงาน เดินหรือนั่งให้น้อย เพื่อลดการกดทับของเส้นประสาท

ท่านอนที่ถูกต้อง และทำให้หลังตรงคือ นอนหงาย ใช้หมอนหนุนใต้น่องและนอนตะแคงกอดหมอนข้าง
ระหว่างนี้หมั่นใช้แผ่นเจลเย็นแผ่นใหญ่ๆแช่จนเป็นน้ำแข็งวางที่หลังค่ะ
พี่ได้ส่งเบอร์โทรในการติดต่อไปในกล่องจดหมายของคุณแล้วนะคะ

ยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำนะคะ
อย่าปล่อยไว้นาน ในกรณีของพี่ ยาวนานถึง 120วันที่อยู่แต่บนเตียงเสียเป็นส่วนใหญ่ จนเกือบต้องออกจากงาน
ความคิดเห็นที่ 12
การกายภาพนั้นก็มีหลายรูปแบบอีกเช่นกันค่ะ
มีทั้งใช้มือของนักกายภาพที่ปรับ ขยับ ดัด ดึง เพื่อช่วยปรับโครงสร้างของร่างกายหรือลดความหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท
กับการใช้อุปกรณ์ต่างๆทางการแพทย์ เช่นการประคบร้อน ประคบเย็นเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า อัลตราซาวด์ซึ่งไม่เหมือนอัลตราซาวด์แบบดูเพศของทารก แต่เป็นการใช้คลื่นความร้อนตรงบริเวณที่เจ็บปวด เครื่องดึงหลัง ซึ่งทุกอุปกรณ์จะต้องอยู่ภายในดุลยพินิจของนักกายภาพบำบัดมืออาชีพ

การกายภาพไม่น่ากลัวหรือน่ากังวลเลยแม้แต่น้อยค่ะ ถ้าเทียบกับการรับประทานยาที่มีผลข้างเคียงมากมาย เช่น ซึมเศร้า เวียนศรีษะ ความดันโลหิตสูง เพราะยาที่ใช้ในกลุ่มนี้บางตัวเป็นยากันชักที่มีผลกับสารสื่อประสาท

การกายภาพที่ถูกต้องจะทำให้เราสบายตัวตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำเลยทีเดียว
ถ้าเจอนักกายภาพเก่งๆนะคะ
ความคิดเห็นที่ 13
สวัสดี​ วันนี้จะมาเล่ายาวๆเลยเกี่ยวกับประสบการณ์ป่วยเรื้อรังยาวนานมาเป็นปีของเรา

เริ่มตั้งแต่วัยรุ่น​ เราเป็นคนกล้ามเนื้อหลังไม่ดี​ เพราะยกของหนัก​ ยกผิดท่า​ แล้วไม่บริหารกล้ามเนื้อหลังอย่างถูกวิธี​ ทำให้เป็นคนปวดหลังง่ายมาแต่ไหนแต่ไร​

จนกระทั่งประสบอุบัติเหตุเมื่อตอนเดือนธันวาคมปี60​ ซ้อนมอเตอร์ไซค์แล้วมันตกหลุมแรงมาก​ โชคดีที่มอเตอร์ไซค์ไม่ล้ม​เพราะเป็นมอเตอร์ไซค์3ล้อ​  แต่เราเจ็บมาก​ เจ็บจนน้ำตาไหล​ หลังจากนั้นสองสามวันก็เริ่มรู้สึกร้าวลงไปถึงน่อง

นั่นแหละค่ะ​ จุดเริ่มต้นอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทของเรา

มกราคม2561​ เราก็ตัดสินใจไปหาหมอที่รพ.เอกชนใกล้บ้านที่เป็นที่ฝากผีฝากไข้ของเรา​ หมอก็ไม่ได้ให้เราขึ้นเตียงตรวจ​ แต่จับเรายกขาดู​ เรายกขาซ้าย​ไม่ได้​ ยกนิดเดียวก็ร้องเจ็บแล้ว​ หมอก็เลยวินิจฉัยว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท​ ให้ไปกายภาพบำบัด10วัน​ โดยไม่ได้ส่งไปMRIดูให้ชัดเจนด้วยนะ​ แต่เราก็เชื่อหมอไง​ โอเค​ กายภาพบำบัดครบปุ๊บมันก็ดีขึ้นนะ​ ใช้ชีวิตได้ปรกติมาเป็นปี 

ระหว่างนั้นก็ปวดหลังเป็นพักๆ​ ถึงแม้จะไม่ร้าวลงขาแล้วแต่เราก็นั่งนานไม่ได้​ ยืนนานก็ปวด​ ขับรถนานก็ปวด​ ปวดมากๆ​ ก็พยายามกายบริหารตามที่นักกายภาพบำบัดแนะนำมาตลอด​ ทั้งแพลงกิ้ง​ ดันหลัง​ หนีบหมอน​ ทำประจำแต่อาการก็ยังทรงๆ


จนกระทั่งเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา​ เราไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยใจเบิกบานสุดๆ​ ปรกติเราเดินวันละประมาณ8000ก้าว​ พอไปเที่ยว​ เดินวันละ20000ก้าวขึ้นไป​ เราเริ่มร้าวที่กลางฝ่าเท้าซ้ายตั้งแต่ไปเที่ยววันที่2  แต่ก็คิดว่าคงเพราะเดินเยอะเฉยๆไม่เป็นอะไรหรอก​ ก็เดินอย่างนั้นน่ะทั้งหมด7วัน​ วันท้ายๆก็ไปเที่ยวดิสนี่ย์ซีด้วย​ แล้วห้าวมาก​ นึกว่าตัวเองสบายดีก็เลยไปเล่นรถไฟเหาะค่ะ​ สนุกมาก​ 55555​ จนกลับมาไทยนี่แหละ​ 


18เมษายน​ เราถึงบ้านที่กรุงเทพแล้ว​ ยังรู้สึกปรกติดี​ แต่ปวดขา​ 


20เมษายน​ ร้าวถึงข้อเท้าเลยค่ะ​ ปวดก้นมาก​ ก็เลยกลับไปหาหมอคนเดิม​ คราวนี้เราเดินขาแป​ ต้ลากขาข้างนึงเพราะยกไม่ไหว​ มันเจ็บ​ ไม่ได้เดินตรงๆเหมือนปรกติ​ แต่หมอก็ยังบอกว่าเราเป็นไม่มาก​ ส่งไปกายภาพอีก10วันเดี๋ยวก็หาย​ เราถามหมอว่าต้องMRIดูไหม​ หมอก็บอกว่าดูไปก็เท่านั้น​ จากอาการแล้วเราเป็นไม่เยอะ​ เรายังเดินได้​ ยังไม่มีอาการชาหรืออ่อนแรง​ ยังไงก็รักษาด้วยการกายภาพอยู่ดี​  เอ้า​ เราก็เชื่อหมอ​ ก็ได้วะ

จนกระทั่งกายภาพครบ10วัน​ เรายังไม่ดีขึ้น​เท่าไหร่​ แล้วมีวันนึงที่เราต้องยืนเยอะ​ หลังจากวันนั้นเราเริ่มมีอาการชาที่น่องซ้าย​ ปลายเท้า​ ยุบยิบยุบยิบขึ้นมาเป็นพักๆ​ ก็เลยไปติดต่อทำนัดกายภาพบำบัดที่สหเวชศาสตร์จุฬาฯ​  หลังจากได้กายภาพกับนักกายภาพ2ครั้ง​ นักกายภาพให้ข้อสังเกตมาว่าเราดูเผินๆแล้วเหมือนเป็นไม่เยอะ​ แต่พอจับนอน​ จับยกจับยืดอะไรแล้วทำไม่ได้เลยสักอย่าง​ เค้าแนะนำให้เรากลับไปขอMRIให้แน่ใจว่าเป็นไม่มากจริงๆใช่ไหม​ เราก็เลยกลับไปขอMRIกับหมอคนเดิม

ตอนไปขอหมอmri.หมอยังไม่ค่อยอยากส่งเลย​ หมอบอกว่าเราเดินได้​ ยังไหวอยู่​ MRIมันก็แพง​ ทำไปก็กายภาพบำบัดเหมือนเดิมนะ​ แต่เรายืนยันว่าจะขอMRI


แจ็กพอตแตก​ พอผลMRIออก​ หมอหน้าเปลี่ยนเลยค่ะ​ หมอบอกว่าเราเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นค่อนข้างเยอะ​ ต้องปวดมากแน่ๆ(ก็ใช่น่ะซี้)​ แนะนำให้ผ่าตัด​ กายภาพอย่างเดียวไม่หายแน่นอน  ด้วยความที่หมอคนนี้คือคนที่ประเมินความรุนแรงของอาการเราผิดเราก็เลยเสียความเชื่อมั่นไปมาก​ คือจริงๆก็เข้าใจหมอนะ​ เราเป็นคนทนเก่ง​ เจ็บมากก็ทน​ คนก็จะดูไม่ค่อยออกว่าจริงๆเจ็บอยู่​ หมอก็คงเหมือนกัน​ แต่ก็นะ...  นี่หลังเรา​  คุณภาพชีวิตเรา​ ก็เลยกลับออกมานอนหาข้อมูลไป​ ชั่งใจไปว่าจะผ่าดีไม่ผ่าดี​ จนสุดท้ายเราชามากขึ้นเรื่อยๆและปวดจนร้องไห้​ ปวดตลอดเวลา​ ปวดทุกวินาที​ แต่ถึงขนาดนั้นแล้วก็ยังไปรับงานที่ต้องยืนเยอะๆอีก​ 55555​ อดทนจริงๆ


ฟางเส้นสุดท้าย​ วันที่4มิถุนายนที่ผ่านมา​ เรานั่งรถแฟนเข้ามาทำงาน​ ระหว่างนั่งรถเราปวดมาก​ ปวดจนร้องไห้​ นอนบิดไปบิดมาบนรถ​ ทั้งที่กินยาแก้ปวดมาแล้วด้วย​ แต่ยาที่กินก็แค่ไอบูโพรเฟน  คงเอาไม่อยู่​

ระหว่างนอนบิดนอนร้องนั้นเราก็เสิร์ชหาชื่อหมอกระดูกสันหลังไปด้วย​ โรงพยาบาลไหนใกล้ๆบ้านเราที่มีหมอกระดูกสันหลังเราก็มาร์กไว้​ แล้วโทรนัดหมอเลย​ ไม่เลือกหมอแล้ว​ คนไหนก็ได้​ ขอแค่เป็นหมอกระดูกสันหลังก็พอ


โชคดีที่โทรนัดแล้วหมอมีคิวพอดี​ วันที่4  เราได้พบหมอตอนเที่ยงครึ่งเลย​ พร้อมกับผลMRIที่เราพกติดตัวไปด้วย​ พอหมอเห็นผลMRIปุ๊บหมอถึงกับร้องอื้อหือ​
(อย่าอื้อหือสิคะหมอ​ นั่นหลังดิฉันเองนะคะ​
ความคิดเห็นที่ 14
เราเคยเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นค่ะ อาการจะหนักกว่าคุณคือปวดตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีการหยุดพัก ไม่ได้หลับไม่ได้นอนไป 2 วัน และยืดตัวตรงไม่ได้เลยเรียกว่าเดินไม่ได้เลยก็แล้วกัน
ทนไม่ไหวต้องเข้าโรงพยาบาลฉีดมอร์ฟีนให้หลับ ทำ MRI หมอก็บอกว่าถ้าอยากหายก็ต้องผ่า
แต่เนื่องจากพ่อเราเป็นหมอ พ่อเราก็อธิบายให้เราฟังว่าการที่มันปวดเพราะกระดูกมันยุบลงมาทับเส้นประสาท
ดังนั้นถ้าจะให้หายก็ต้องดึงให้มันยืดขึ้น นั่นก็คือการทำกายภาพโดยใช้เครื่องมือในการยืดกระดูก
เราเป็นคนกลัวการผ่าตัดอยู่แล้ว เราจึงยอมทำกายภาพไปเรื่อยๆ ใช้เวลานานหน่อยนะคะประมาณ 8 เดือนถึงจะเริ่มเดินได้สำหรับเรา

ดังนั้นคุณมีทางเลือกสองทาง

คือ 1 จะผ่าตัดไปเลย
หรือ 2 ค่อยๆทำกายภาพไปเรื่อยๆ
การทำกายภาพนั้น ต้องไปยืดโดยใช้เครื่องมือที่แผนกทำกายภาพของโรงพยาบาลที่เขามี และหลังจากนั้นคุณก็ต้องทำท่าบริหารร่างกายด้วยตัวเองที่บ้านทุกวันค่ะ
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :

บทความทั้งหมด
  คลิกที่นี่ เพื่อดูสินค้าแนะนำ
  ลดราคากว่า 80%(ห้ามพลาด)