กรดไหลย้อน รักษา อย่างไร 2020

by WheelSharee Posted on 2020-09-07



ความคิดเห็นที่ 1
ทนมา 2สัปดาห์ หาหมอ ตามผลทุก 1 สัปดาห์  ทานยา รวม 2 เดือน
งดกาแฟ งูดโน่นนี่นั่น ตามหมอบอก
แต่แค่อาการเบาลง
50% ยังไม่หายขาดสักทร เหมือนกับว่าต้องกินยาประคองอาการตลอด
..... ทรมานมากครับ ผมเข้าใจ จขกท.....

ตอนนี้ผมหายแล้ว ได้ 1 สัปดาห์
กิน แตงกวา(แตงร้าน ลูกใหญ่) ปลอกเปลือก 3-4 ลูก กินหลังอาหารทันที
และกินเล่นตอนท้องว่าง 1-2 ลูก 10.00 น .... และ 15.00 น .... 20.00 น.
3-4 วันอาการจะหายขาด ..
งดยาหมอไปเลย
ระวังขับรถมันเครียด
งดกาแฟช่วยก็ดี


ความคิดเห็นที่ 2
ความคิดเห็นที่ 3
วันนี้เราขอแชร์ประสบการณ์เป็นโรคกรดไหลย้อน และ การรักษา
อย่างที่เราๆ รู้กันดีอยู่ว่าโรคกรดไหลย้อนเป็นโรคที่น่ารำคาญ ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ถ้าเป็นทีบอกเลย โครตทรมาน

เริ่มแรกที่เรามีอาการ ดังนี้
1. ใจสั่น หัวใจเต้นแรง และเร็ว
2. มีอาการหวิวๆ วูบวาบ
3. หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม แต่ไม่เป็นลม มีสติดีทุกอย่าง
4. อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง
5. มือไม้สั่น เหงื่อออกตามนิ้วมือ
6. แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม (แทบบ้า)

            เราเข้าใจว่าอาการเหล่านี้คือโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ พอเราไป รพ. (เอกชน) คุณหมอให้เรานอน 1 คืน
เพื่อทำการตรวจหัวใจอย่างละเอียด อารมณ์แบบคอยจดบันทึกอาการระหว่างทำ มอนิเตอร์ 24 ชม. 
ผลคือ......... "ปกติดีทุกอย่าง" ในส่วนของบันทึกที่จดนั้น......

เวลา เที่ยงคืน ใจเต้นเร็วนอนไม่หลับ เพราะ....... กลัวสิ่งที่มองไม่เห็น (เขียนดูดีมะ)
หมอมาอ่านบันทึก คือ จ้องหน้าเราแบบนานมาก ชนิดแบบ เอ็งเป็นอะไรของเอ็ง คือต้องบอกก่อนว่าเรานอนคนเดียว ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน (ก็คนมันเหงา เข้าใจไหมหมอ!!!!!)
           คุณหมออสรุปผลเสร็จก็มีการซักไซร้เพิ่มเติม จนได้ความว่า คุณน่าจะเป็นโรคกรดไหลย้อนนะ เดี๋ยวนัดหมอทางเดินอาหารให้นะครับ
ในวันที่เจอคุณหมอทางเดินอาหาร คุณหมอซักไซร้เรื่องพฤติกรรมของเราก่อนเป็น และได้ผลสรุปสาเหตุการเกิดโรคคือ 
1. ความเครียด (ตัวหลักเลย)
2. ทานกาแฟแทนน้ำ (ทุกทีกินวันละแก้วนะ แต่ช่วงนั้นเป็นบ้าอะไรไม่รู้ทานเยอะมาก)
3. เบื่ออาหาร ทานข้าวน้อย (เครียดไง ไม่อยากกินไรเลย) พอไม่ทานข้าวระหว่างวัน ก็ไปหิวเอาตอนดึก ซึ่งพอกินแล้วก็หลับ เพราะมันง่วงงงง
4. นอนไม่หลับ

            คุณหมอให้เราทานยาปรับลำไส้ ปรับความเป็นกรด ยาเคลือบกระเพาะ และยานอนหลับ (เดี๋ยวจะลิสรายการยาให้นะ) รักษาแบบทานยา ปรับเปลี่ยนตัวยา นั้นโน้นนี่ ผ่านไป 3 เดือน ไม่มีอะไรดีขึ้น จนเราตัดสินใจจะส่องกล้อง เอาให้มันรู้ๆ กันไปว่าเป็นอะไรกันแน่ เลยเปลี่ยน รพ. จากเอกชน มาเป็น รพ.รัฐ
            เราโคตะระ โชคดีเลยก็ว่าได้เจอคุณหมอเก่ง เจอคุณหมอครั้งแรก เอารายการยาที่เคยกินให้ดู คำแรกที่หมอพูดคือ ส่องกล้องกันเถอะ!!!!
ผลของการส่องกล้องคือ .... เราเป็นโรคกรดไหลย้อยจริงๆ ที่มันไม่หาย เพราะ หลอดอาหารของเรามีร่องรอยของการกัดจากกรดค่อนข้างลึกและยาว
ในส่วนของกระเพาะ ทุกอย่างปกติ ไม่มีของแถม 
            คุณหมอท่านนี้ค่อนข้างมีจิตวิทยานิดๆ พูดและปลอบใจให้เราไม่เครียดไม่กังวล คุณหมอบอกเราว่าให้จดจำคำนี้ของหมอไว้นะ
1. เธอไม่ตายเพราะโรคกรดไหลย้อนหรอก
2. เวลามีอาการ ให้นั่งนิ่งๆ ทิ้งทุกอย่าง แล้วนั่งนับเลข แล้วคอยสั่งเกตุดูว่าตัวเอง แพนิค หรือโรคกำเริบกันแน่ (นั้นคือ เราแพนิคจ๊ะ)

เอาล่ะ!!! หลังจากที่ร่ายมายาวเรามาแชร์การรักษาโรคกรดไหลย้อนที่ได้ผลในแบบของเราให้ฟังดีกว่า

1. การรักษาโรคกรดไหลย้อนแบบที่ 1 คือ ทำทุกอย่างแบบเคร่งครัด ชนิดที่แบบ ไม่แตะต้องนมทุกชนิด ไม่กินอาหารผลไม้ที่เป็นกรด ไม่กินอาหารรสจัด
เลิกกินกาแฟ (เราเลิกตั้งแต่ตอนเป็นเลย โชคดีที่เลิกได้) ทานข้าวตรงเวลาเป๊ะๆ หาข้อมูลในเน็ต ข้อห้ามมีอะไรบ้าง อะไรดีก็ทำทดลองมาหมด ไม่ว่าจะเป็น กินน้ำเอนไซม์ช่วยย่อย ขมิ้น ขิง กล้วยผงดิบ (ทำเองด้วย) น้ำผึ้ง บลาๆ 
      ผลที่ได้คือ มันแย่มากกว่าดีขึ้น เพราะเราเอาแต่กังวลจนเกินไป ทำให้เราเป็นแพนิค ชนิดที่แบบว่า กินข้าวเลยเวลานี่คือใจสั่นอาการมันมาแล้วๆๆๆ
หายใจไม่ออก โอ๊ยยย อยากจะตายซะเหลือเกิน (เราเป็นถึงขั้นนั้น จริงๆ นะ) แล้วเราก็ไปหาหมอ เล่าให้หมอฟัง หมอบอกใครให้ทำแบบนั้นกัน
ไม่ต้องดูอะไรในเน็ตเลย ยิ่งดูยิ่งเครียด เคยกินอะไรก็กินแบบนั้น ไม่ต้องฝืน ร่างกายแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เราทำแบบนี้ 2 เดือน ขอแนะนำว่าไม่ให้แบบนี้กันนะ

2. การรักษาโรคกรดไหลย้อนแบบที่ 2  (หายขาดเลย)
หลังจากที่คุยกับหมอ เราก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ นั้นคือ เอาวะ ถ้ามันจะตายก็ตายยิ้มเลย มาสู้กันสักตั้ง!!!! (หึกเหิมๆๆ)

2.1 ปรับเรื่องอาหารหารกิน เรากินอาหารครบ 3 มื้อ ในช่วงระหว่างวัน ถ้าท้องเริ่มหิว ก็หาอะไรทาน โดยของว่างเราจะเป็นพวก ผลไม้ เช่น 
มะละกอ แก้วมังกร แอปเปิ้ลเขียว มะม่วงสุก (ช่วยเรื่องระบาย) นม ถั่ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยกิน เราก็กลับมากินหมด ยกเว้นกาแฟ ไม่กินแล้ว
*เคล็ดลับ สำหรับคนที่อยากทานอาหารที่มีรสจัดขึ้นมาหน่อย ให้หาอะไรทานรองท้องก่อน แล้วค่อยทานนะ จะได้ไม่แสบท้อง
รวมทั้งคนที่เลิกกินกาแฟไม่ได้

2.2 ขับถ่ายทุกวัน วันละ 1 ครั้ง ถ้าหลายวันไม่ถ่าย กินดีท๊อกช่วยเลย

2.3 การนอนหลับ วันไหนนอนไม่หลับ เราทานยานอนหลับเลย ทานสัก 2 วัน แล้วก็หยุด ร่างกายจะได้พัก ไม่เครียด กรดทั้งหลายก็ไม่มา

2.4 ทำจิตใจให้สบายๆ ไม่ต้องเกร็งไม่ต้องซีเรียส ถ้านั่งอยู่เหมือนจะหวิวๆ นั่งและหาน้ำเย็นๆ ดื่ม ถ้ารู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วแรง เอาโทรศัพท์ขึ้นมา
จับเวลาแล้วนั่งนับชีพจรไป แล้วเราจะพบคำตอบว่า เออ... ฉันแพนิคไปเอง ไม่ได้มีอะไรเล๊ยยยยย เวลาที่เราไปในที่ๆ คนเยอะๆ เช่น รถไฟฟ้า
หาอะไรทำ เล่นมือถือ เล่นเกมส์ ไม่ต้องไปสนใจว่าคนเยอะ ยิ่งโฟกัสตรงนั้น เราก็จะแพนิคอีก

2.5 พกน้ำ + ลูกอมติดตัวตลอด เราคอยจิบน้ำตลอดเวลาไม่ให้ท้องว่าง และถ้ารู้สึกเพลียๆ หวิวๆ เอาลูกอมขึ้นมากินเลย สักพักจะหายไปเอง

2.6 ข้อนี้สำคัญมากกกก  ก.ไก่ ล้านตัว
การออกกำลังกายนั้น เราไปถอยลู่วิ่งมาไว้ที่บ้าน (วิ่งข้างนอกโดนฝุ่น PM2.5 กับโดนพวกวินชน ไม่น่าจะคุ้มกันนะ)
ในการออกกำลังกายของเราแบ่งเป็นแบบนี้

2.6.1 หลังทานข้าวเช้า เราเดิน ขึ้นรถไฟฟ้า เดินไปที่ทำงาน
2.6.2 หลังทานอาหารกลางวัน เราก็เดิน รอบๆ ตึกที่ทำงานนั้นแหละ วันไหนแดดแรง ฝนตก ก็เดินลงบันไดหนีไฟแทนเอา เดินให้ได้ประมาณ 20 นาที
2.6.3 ทานอาหารเย็นช่วงเวลา 16.00-16.30น. กลับถึงบ้านประมาณ 17.30น. อาหารย่อยพอดี ตรงดิ่งไปที่ลู่วิ่งเลย การออกกำลังกายที่ดีคือ เดินเร็ว
ไม่วิ่งนะ ไม่วิ่งงงง (ท่องไว้ๆ) เดินเร็วแขม่วพุง เหนื่อยก็สลับเดินช้าลงหน่อย ให้เดินอย่างน้อย 40 นาที ดูหนัง ฟังเพลงไปเรื่อยๆ ออกกำลังกายแรกอารมณ์แบบหิวววว เราเลือกดื่มนม ครึ่งแก้ว หรือผลไม้ อะไรก็ได้ที่อยากกิน แต่... ต้องไม่เยอะนะ เอาแค่อิ่มๆ พอ 

เราทำแบบนี้ 2 เดือน ผลที่ได้คือ หายยยยยยยยยย ใช่แล้วจ้า หายยยยยย!!!!!!
ยาที่หมอให้มาไม่ได้แตะเลยจ้าาาา นน.ตอนแรกที่หายไป 7 กิโล ตอนนี้ก็ขยับขึ้นมาหน่อยละ
แถมได้หุ่นดีแบบเฟิร์มๆ มาด้วยนะยูววววว์

มาถึงตอนนี้ เมื่ออยากให้มั่นใจว่าหายดีแล้วจริงไหม ก็มาทดลองกันหน่อยยยย
- ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นช่วงจังหวะที่ทำงานมีกินเลี้ยง เครื่องดื่มคือไวน์ เราก็อารมณ์แบบอยากลอง ก็จัดไปสิ
แต่ต้องทานข้าวก่อนนะ ผลคือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น.....(รอดละ แต่เราไม่ดื่มเยอะนะ เอาแค่กึ่มๆ พอ)
- ดื่มกาแฟ ทานหลังทานข้าว ผลคือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น (แต่ก็ไม่กินแล้ว นานๆ จะมีกินที)
- อาหารมีรสเผ็ด  ทานหลังทานอาหารอ่อนๆ ไม่เผ็ด ผลคือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
- กำจัดความแพนิค ด้วยการหาอะไรทำ ผลคือ มันไม่กลับมาเป็นอีกเลย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ต่อให้เรามั่นใจว่าหายแล้ว ก็ไม่ควรประมาท มันสามารถย้อนกลับมาได้ทุกเมื่อ สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือ การมีวินัย
ทุกวันนี้เราก็ยังเดินหลังทานข้าวทุกวัน ยกเว้นตอนเย็นที่ไม่ค่อยได้เดินลู่วิ่งแล้ว เพราะเราเลือกเข้านอนเร็ว หลับให้มันอิ่มๆ 

และสุดท้ายท้ายสุด เราหวังว่าสิ่งที่แชร์จะช่วยให้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อนหายกันเร็วๆ มีความสุขกับชีวิต จำไว้นะคะ ไม่เครียด ไม่เคร่ง และมีวินัย 

**รายการยาที่เราทาน
Motilium-M / Dexilant / Liobac /Pariet 10 mg /ดิออกไซม์ /Domp-M /Algycon 200mg /Polizep 5

โชคดีทีชัย หายกันถ้วนหน้าจ้าาาาาาาาาา
ความคิดเห็นที่ 4
เป็นเหมือนกันค่ะ เป็นวันแรกนึกว่าโรคหัวใจ แน่นหน้าอก หายใจไม่ได้ทรมานมาก
จะโทรตามรถฉุกเฉินอยู่แล้ว ไม่รู้นึกไงไปกินยาธาตุน้ำขาว แล้วหายใจเข้าออกยาวๆ
เหมือนนั่งสมาธิกลายๆ(จริงๆคือมันเหมือนจะตาย 55) มันค่อยยังชั่วขึ้น

อีกวันหาข้อมูลอาการที่ตัวเองเป็นมันคาบเกี่ยวระหว่างโรคหัวใจกะกรดไหลย้อน
แต่เราไม่ได้ไปหาหมอ พอดีร้านยาแถวบ้านเภสัชเขาเป็นเภสัชประจำโรงพยาบาลใหญ่
เลยไปปรึกษาเขาเล่าอาการให้เขาฟัง เขาบอกว่าเป็นกรดไหลย้อนเพราะกินโปรตีนมากเกินไป
(เรากินเนื้อสัตว์เยอะเพราะเล่นเวท) ร่างกายหลั่งกรดมาเพื่อย่อยโปรตีน

เภสัชก็ให้ปรับพฤติกรรมการกิน แบ่งมื้อย่อยแทน และข้อห้ามตามที่คุณได้กล่าวไป กินยา ตามเรื่องก็หายค่ะ
หลังจากนั้นไปตรวจสุขภาพตรวจหัวใจเราก็แข็งแรงปรกติดี ไม่ได้เป็นโรคหัวใจแต่อย่างใด

แต่อีกนานๆๆๆ มันก็เป็นบ้างบางทีนะคะ แต่กินยาก็หาย
ความคิดเห็นที่ 5
ของเรา...สำหรับคนกลับมาเป็นซ้ำ  เราเป็นกรดไหลย้อนเพราะช่วงหลังๆมานี้มีเหตุให้กลับเมืองไทยแบบฉุกเฉิน
พอกลับมาเวลาอาหารมันงงๆ  แต่ก็ไม่เคยใส่ใจเรื่องนี้จนเป็นกรดไหลย้อน  

เราทานยาของคุณหมอก็ไม่ดีขึ้นค่ะ  
ทานน้ำเปล่าเยอะไม่ได้เลย อ้วกพุ่ง
เคยทานทอดมัน กินไปคำเดียว....ไอจนทอดมันย้อนขึ้นมาออกทางจมูก

บางคนแนะนำ ขมื้นชันบ้าง กล้วยน้ำว้าบ้าง  เราทานตามที่เค้าบอกแต่กลับไม่ได้ผล
ไปหาหมอที่แห่งนึง.... ครั้งนั้นเราหายด้วยกราวิสคอน  

เราหาข้อมูลไปเรื่อยๆ พบว่าอาการแต่ละคนคล้ายกัน แต่การหายแต่ละคนแตกต่างกัน
ถ้าคนอวบๆ ลดน้ำหนักจะช่วยได้
แต่เราก็เจอเพื่อนผู้ป่วยที่ผอม ไอจนผอม ....ก็ยังไม่ดีขึ้น จนคิดว่ามันไม่น่าจะเกี่ยวกับน้ำหนักตัวแล้วล่ะ

อาการมันจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ไม่รู้ และตอนนั้นในเมืองที่เราอยู่ยังไม่มีกราวิสคอนมาขายด้วย (หมอให้กินTUMS)
เราต้องพกจากเมืองไทยไป ..... และก็เริ่มสังเกตอาการตัวเองจริงจัง

ปัจจุบัน....  เรากินน้ำFiji หรือถ้าหาไม่ได้ ก็กินน้ำเก็กฮวยดอยคำโดยดื่มครั้งละ1-2อึกเหมือนกราวิสคอนแบบซอง  
เวลากระอักกระอ่วนในท้องมาปุ๊บก็ดื่มเลย  
ตอนเช้า...ตื่นมากินขมิ้นชัน1แคปซูลไว้ก่อน  เผื่อทานข้าวเช้าไม่ทันจะได้ไม่ไปปั่นป่วนข้างนอก

ทำไมน้ำFiji ?  
เราเดินผ่านชั้นขายน้ำเปล่า ราคาน้ำชนิดนี้แพงมาก ขวดก็งั้นๆ รสชาดก็ไม่มี  มันมีคุณสมบัติอะไร?
พอหาข้อมูล มีคนเปรียบเทียบค่าPH ของน้ำขวด ... ค่าPHน้ำยี่ห้อนี่อยู่ประมาณ7.8  นี่มันน้ำด่างนิดๆหนิ

งั้นมันน่าจะช่วยได้เมื่อกระเพาะเรามีกรดจนระคายเคืองมาถึงคอได้นะ  และเมื่อมันผ่านFDA ก็แสดงว่ามันก็ปลอดภัยอยู่
พอลองทานดู ขณะท้องไส้ปั่นป่วน เริ่มไอ ระคายคอ แสบร้อนมาถึงอก ลองดื่ม1-2อึก มันก็ดีขึ้น.... เงียบสงบดีมาก

เนื่องจากกราวิสคอน และน้ำFiji มันไม่ได้มีทั่วไป  จึงหาข้อมูลเพิ่มว่าน้ำสมุนไพรใดบ้างที่พอจะมีPHเป็นด่างอ่อนๆอีก
ก็พบว่าน้ำเก็กฮวย .... เมื่อลองวิธีเดิม...ก็ได้ผลดีค่ะ   (ที่เลือกน้ำเก็กฮวยดอยคำเพราะไม่มีน้ำตาล เท่านั้นเองค่ะ)

ถือว่าแชร์ประสบการณ์กรดไหลย้อนกันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 6
ของเรากินยาควบคู่ไปกับการเริ่มปรับพฤติกรรมตัวเองอ่ะ
คือเราเป็นคนกินรสจัด กินดึกแล้วก็นอนไรงี้
เราก็กินยาลดกรดไหลย้อนของ Algycon ตัวนี้คือกินง่ายแล้วก็ออกฤทธิ์เร็วด้วย แล้วก็ปรับการกินตัวเอง กินเผ็ดให้น้อยลง กินส้มตำ
กินยำก็จะสั่งเผ็ดน้อย พอมือดึกๆเราก็จะเลี่ยงเป็นพวกโยเกิร์ตผลไม้แทนการกินอะไรเผ็ดหรืออิ่มๆเกิน ตอนนี้อาการดีขึ้นมากกกก
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :

บทความทั้งหมด
  คลิกที่นี่ เพื่อดูสินค้าแนะนำ
  ลดราคากว่า 80%(ห้ามพลาด)